เวียตเจ็ทไทยแลนด์ หนุนใช้ ‘น้ำมัน SAF’ จาก OR ในเที่ยวบินเชิงพาณิชย์
The Bangkok Insight
อัพเดต 11 พ.ย. 2568 เวลา 03.58 น. • เผยแพร่ 11 พ.ย. 2568 เวลา 03.55 น. • The Bangkok Insightเวียตเจ็ทไทยแลนด์ หนุนใช้ "น้ำมัน SAF" จาก OR ในเที่ยวบินเชิงพาณิชย์ เตรียมขยาย 2 เส้นทาง "Green Route" ดีเดย์ไตรมาส 1 ปี 69
บริษัท ไทย เวียตเจ็ท แอร์ จอยท์ สต๊อค หรือ สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ (VZ) ร่วมกับ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) เดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการบินสีเขียว ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านน้ำมันอากาศยานแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) เพื่อขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมการบินสู่เป้าหมาย "Net Zero" ตอกย้ำจุดยืนของเวียตเจ็ทไทยแลนด์ในการเป็นผู้นำสายการบินต้นทุนต่ำรายแรกในภูมิภาคที่นำร่องใช้น้ำมัน SAF ในเที่ยวบินพาณิชย์ ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน พร้อมต่อยอดพันธกิจหลักภายใต้กองทุนฟลายกรีน (Fly Green Fund) ของสายการบินฯ ในการเตรียมเปิดเส้นทาง Green Route เพิ่มเติมภายในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 ได้แก่ เส้นทาง "กรุงเทพฯ-คัมรานห์" และต่อยอดการใช้น้ำมัน SAF สำหรับทุกเที่ยวบินในเส้นทาง "กรุงเทพฯ-ดานัง" ต่อไป
นายพิชิต เจียรกิตติมศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ พร้อมด้วย นายไพศาล อุดมกุลวณิชย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจเอนเนอร์ยี่โซลูชัน OR ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านน้ำมันอากาศยานแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) สำหรับความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นการสานต่อความสำเร็จจากปี 2567 ที่ผ่านมา ซึ่งทั้งสององค์กรได้ร่วมกันศึกษาความเป็นไปได้ของการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง SAF และดำเนินการทดลองเที่ยวบินเชิงพาณิชย์ครั้งแรกของเวียตเจ็ทไทยแลนด์ในเส้นทาง “กรุงเทพฯ–ดานัง” เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2567 ณ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ โดยมี OR เป็นผู้ส่งน้ำมัน SAF สำหรับใช้ในเที่ยวบินดังกล่าว นับเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการขับเคลื่อนการบินสีเขียว หรือ Fly Green ของประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม
นายวรเนติ หล้าพระบาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เวียตเจ็ทไทยแลนด์ กล่าวว่า เวียตเจ็ทไทยแลนด์ ยังคงสานต่อความตั้งใจในพันธกิจด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อขานรับนโยบายด้านความยั่งยืนในภาคอุตสาหกรรมการบินอย่างเป็นรูปธรรม โดยเดินหน้าแผนการขยายเส้นทาง Green Route ภายใต้โครงการ Fly Green อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 ซึ่งสายการบินฯ ยังคงมีนโยบายใช้น้ำมัน SAF เป็นส่วนผสมของเชื้อเพลิงในเที่ยวบินพาณิชย์ ล่าสุดได้ขยายการใช้น้ำมัน SAF ในเส้นทาง "กรุงเทพฯ-ฟูโกว๊ก" โดยใช้น้ำมัน SAF สัดส่วน 1% ผสมกับเชื้อเพลิง Jet A-1 สัดส่วน 99% ทั้งนี้ เวียตเจ็ทไทยแลนด์ยังมีแผนขยายเส้นทางที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืนเพิ่มเติมภายในไตรมาส 1 ปี 2569 ในส้นทางใหม่ "กรุงเทพฯ-คัมรานห์" ซึ่งจะเริ่มให้บริการในเดือนมกราคม เพื่อสนับสนุนนโยบายลดการปล่อยคาร์บอนของอุตสาหกรรมการบินโลก ตามแนวปฏิบัติของโครงการชดเชยและการลดคาร์บอนสำหรับการบินระหว่างประเทศ หรือ CORSIA (Carbon Offsetting and Reduction Scheme for International Aviation) "ความร่วมมือกับ OR ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายด้านความยั่งยืนของอุตสาหกรรมการบิน ผ่านการใช้และพัฒนาพลังงานสะอาดสำหรับอากาศยานอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานทางเลือกในอนาคต ซึ่งนอกจากการจัดหาน้ำมันอากาศยานแบบยั่งยืน (SAF) ให้แก่เวียตเจ็ทไทยแลนด์เพื่อใช้ในเที่ยวบินพาณิชย์แล้ว ทั้งสององค์กรยังอยู่ระหว่างการหารือแนวทางขยายความร่วมมือในมิติอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพลังงานสะอาดสำหรับอุตสาหกรรมการบินในระยะยาว โดยเวียตเจ็ทไทยแลนด์มีเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อย่างต่อเนื่อง และตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการใช้น้ำมัน SAF ให้ได้ไม่น้อยกว่า 5% ของเชื้อเพลิงทั้งหมดภายในปี 2573 เพื่อก้าวสู่เป้าหมายการบินสีเขียวตามแนวทาง Net Zero ของภาคอุตสาหกรรมการบินโลก"
นายไพศาล อุดมกุลวณิชย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจเอนเนอร์ยี่โซลูชัน OR เปิดเผยว่า OR มีความภูมิใจที่ได้เป็นพันธมิตรหลักในการจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (SAF) ให้กับเวียตเจ็ทไทยแลนด์ ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมการบินไทยในการมุ่งสู่อนาคตที่สะอาดและยั่งยืน ความร่วมมือครั้งนี้ OR จะเป็นผู้ให้บริการจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน หรือ SAF เพื่อให้เวียตเจ็ท ไทยแลนด์ ใช้เป็นเชื้อเพลิงทางการบินสำหรับเที่ยวบินพาณิชย์อย่างต่อเนื่องต่อไปในอนาคต โดยล่าสุดได้ยกระดับการใช้ SAF สู่เที่ยวบินประจำระหว่าง สุวรรณภูมิ-ฟูโกว๊ก ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเวียตเจ็ท ไทยแลนด์ได้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงในการนำ SAF มาใช้ในเที่ยวบินพาณิชย์อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การลงนาม MOU ในเดือนพฤษภาคม 2567 และริเริ่มเที่ยวบินปฐมฤกษ์ระหว่างประเทศ ระหว่างกรุงเทพฯ-ดานัง เมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2567 ที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นสายการบินอันดับต้นๆ ในประเทศไทยที่ให้ความสำคัญและดำเนินการด้านความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ OR จะยังคงเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมพลังงานและบริการด้านเอนเนอร์ยี่โซลูชัน เพื่อสนับสนุนพันธมิตรทางธุรกิจในการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด และร่วมสร้างระบบนิเวศด้านพลังงานยั่งยืนของประเทศไทยให้เกิดขึ้นจริง พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง
เวียตเจ็ทไทยแลนด์ได้ดำเนินโครงการและกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 6 ปี ภายใต้กองทุกฟลายกรีน (Fly Green Fund) ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและสร้างสังคมสีเขียวผ่านกิจกรรมต่างๆ ทั้งในระดับองค์กรและชุมชน โดยการผ่านความร่วมมือจากผู้โดยสาร พนักงานของสายการบินฯ และพันธมิตรในทุกภาคส่วน สำหรับผู้ที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเวียตเจ็ทไทยแลนด์และกองทุนฟลายกรีนได้ที่ www.vietjetair.com อ่านข่าวเพิ่มเติม
- OR เผยกำไรไตรมาส 3 โตพุ่ง 2,614 ล้านบาท คาดไตรมาส 4 เติบโตต่อเนื่อง
- วิเคราะห์หุ้น OR แนวโน้มกำไรเชิงบวก จากอัตรากำไรน้ำมันที่แข็งแกร่ง
- OR จับมือ ไทยไลอ้อนแอร์ ใช้เชื้อเพลิง SAF เดินหน้าสู่อนาคตพลังงานสะอาด
ติดตามเราได้ที่