โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ประกันสุขภาพเด็ก…ของขวัญรับมือค่ารักษาพุ่ง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 10 ม.ค. เวลา 12.19 น. • เผยแพร่ 10 ม.ค. เวลา 05.19 น.

เมื่อ “วันเด็ก” ไม่ได้จบแค่ของเล่น แต่คือแผนการเงินของครอบครัว เพื่อพ่อแม่ยุคใหม่ “ประกันสุขภาพเด็ก” และ “ประกันอุบัติเหตุเด็ก” กำลังถูกมองว่าเป็นของขวัญที่ใช้งานได้จริง และช่วยลดความเสี่ยงทางการเงินของครอบครัวในระยะยาว ซึ่งเหตุผลสำคัญมาจาก ค่ารักษาพยาบาลเด็กในโรงพยาบาลเอกชนที่ปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะโรคที่พบได้บ่อยในวัยเรียน หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน ค่าใช้จ่ายเพียงครั้งเดียวอาจสูงกว่าของขวัญหลายปีรวมกัน

ค่ารักษาเด็กแพงแค่ไหน? ตัวเลขที่พ่อแม่ควรรู้

จากการรวบรวมข้อมูลอัตราค่ารักษาของโรงพยาบาลเอกชนในเขตเมือง สะท้อนว่าค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพเด็กเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะกรณีที่ต้องนอนโรงพยาบาลหรือผ่าตัด

“ดังนั้น เมื่อเปรียบเทียบกับ ค่าเบี้ยประกันสุขภาพเด็กเฉลี่ยเพียงปีละ 8,000 – 20,000 บาท จะเห็นว่าเบี้ยประกันเพียง 1 ปี อาจต่ำกว่าค่ารักษาเพียงครั้งเดียว นี่จึงเป็นเหตุผลที่ผู้ปกครองจำนวนมากเลือก ทำประกันตั้งแต่ลูกยังสุขภาพ เพื่อปิดความเสี่ยงค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ในอนาคต”

ประกันแบบไหน…เหมาะเป็นของขวัญให้ลูก?

ของขวัญด้านการเงินไม่จำเป็นต้องมีแบบเดียว พ่อแม่สามารถเลือกให้เหมาะกับช่วงวัยและงบประมาณ

  • ประกันอุบัติเหตุเด็ก (PA) คุ้มครองค่ารักษาจากอุบัติเหตุโดยเฉพาะ เบี้ยเริ่มต้นเพียงหลักร้อยถึงหลักพันบาทต่อปี เหมาะเป็นของขวัญพื้นฐานที่เห็นผลทันที
  • ประกันสุขภาพเด็ก คุ้มครองทั้งโรคและอุบัติเหตุ ครอบคลุมค่าห้อง ค่าผ่าตัด ค่าแพทย์ ช่วยป้องกันไม่ให้เงินออมของครอบครัวสะดุดเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน
  • ประกันสะสมทรัพย์ / ประกันการศึกษา แม้ไม่เน้นค่ารักษาโดยตรง แต่ช่วยรักษาเงินก้อนสำหรับอนาคตของลูก หากครอบครัวต้องเผชิญเหตุฉุกเฉินด้านสุขภาพ

เปิด 5 ความคุ้มครองที่ “ประกันเด็ก” ควรมี

  • วงเงินเหมาจ่ายสูง รับมือเงินเฟ้อการแพทย์ หมดยุคประกันแยกค่าใช้จ่ายแบบจำกัดเพดานรายวัน ควรเลือกแผนเหมาจ่ายตามจริง วงเงินอย่างน้อย 1–5 ล้านบาทต่อปี เพื่อรองรับค่ารักษาที่เพิ่มขึ้นทุกปี
  • ครอบคลุม OPD และโรคอุบัติใหม่ เด็กเจ็บป่วยบ่อยแต่ไม่จำเป็นต้องแอดมิททุกครั้ง ดังนั้น การมีความคุ้มครอง OPD และรองรับโรคอุบัติใหม่หรือไวรัสสายพันธุ์ใหม่จึงสำคัญมาก
  • รองรับนวัตกรรมการรักษา ประกันที่ดีควรครอบคลุมการรักษาสมัยใหม่ เช่น Targeted Therapy, Robotic Surgery, ยาพรีเมียม รวมถึง Telemedicine ที่ช่วยให้พ่อแม่ปรึกษาแพทย์ได้จากบ้าน
  • ดูแลพัฒนาการและสุขภาพจิต สิทธิประโยชน์ด้านจิตแพทย์เด็ก การคัดกรอง ADHD ออทิสติก รวมถึงวัคซีนทางเลือกและตรวจสุขภาพประจำปี ซึ่งพ่อแม่ยุคใหม่ให้ความสำคัญ
  • บริการเสริมและความมั่นคงของบริษัทประกัน ไม่ใช่แค่คนจ่ายเงิน แต่ต้องมีผู้ช่วยในยามวิกฤต เช่น Second Medical Opinion, บริการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉิน 24 ชม. และบริษัทต้องมีความมั่นคงทางการเงิน เพื่อดูแลลูกไปจนโต

รู้ก่อนให้ “ประกัน” เป็นของขวัญวันเด็ก

  • ระบุผู้เอาประกันและผู้ชำระเบี้ยให้ถูกต้องตามเงื่อนไข
  • อ่านรายละเอียดความคุ้มครอง ข้อยกเว้น และระยะเวลารอคอยอย่างรอบคอบ
  • เปรียบเทียบเบี้ยกับผลประโยชน์ ไม่จำเป็นต้องเลือกแผนแพงที่สุด
  • ตรวจสอบวงเงินต่อครั้งและต่อปีให้สอดคล้องค่ารักษาปัจจุบัน
  • เลือกบริษัทที่อยู่ภายใต้การกำกับของ สำนักงาน คปภ.
  • ทำประกันตั้งแต่เด็กยังสุขภาพดี ช่วยลดข้อจำกัดการรับประกันในอนาคต

“ในวันที่ค่ารักษาพยาบาลกลายเป็นภาระที่คาดเดาไม่ได้ ประกันสุขภาพเด็กจึงไม่ใช่แค่ของขวัญวันเด็ก แต่คือแผนการเงินที่เติบโตไปพร้อมกับลูก และอาจเป็นของขวัญที่มีคุณค่าที่สุดสำหรับครอบครัวในระยะยาว”

รวบรวมโดย วารสารการเงินธนาคาร

แหล่งข้อมูลอ้างอิง : ข้อมูลสาธารณะจากโรงพยาบาลเอกชน และรายงานของอุตสาหกรรมประกันชีวิตและประกันวินาศภัย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ แวดวงประกันภัย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...