เจาะกลยุทธ์ Smarthome พาเครื่องใช้ไฟฟ้าไทยสู่ธุรกิจ 2 พันล้าน
Smarthome หนึ่งในเครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ไทยที่ไม่เพียงแจ้งเกิดในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 ด้วยกระแสนิยมหม้อทอดไร้น้ำมัน แต่ยังสามารถเติบโตต่อเนื่องท่ามกลางการแข่งขันดุเดือดทั้งกับแบรนด์จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลี, ไทย และอื่น ๆ จนครบรอบ 12 ปี ในปี 2568 นี้
ไม่เพียงอายุเท่านั้น แต่ด้านรายได้ก็เติบโตต่อเนื่องเช่นกัน โดยเมื่อปี 2567 สมาร์ทโฮมมีรายได้ถึง 1,400 ล้านบาท และวางเป้าหมายมุ่งสู่รายได้ 2,000 ล้านบาท ในสิ้นปี 2568 หลังช่วง 6 เดือนแรกทำยอดขายไปแล้ว 1,200 ล้านบาท
“ประชาชาติธุรกิจ” พูดคุยกับ “ธวัช มานะวงศ์” กรรมการบริหาร บริษัท สเต็ป ฟอร์เวิร์ด กรุ๊ป จำกัด ผู้จัดจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าภายใต้แบรนด์ Smarthome (สมาร์ทโฮม) ถึงแนวคิดและกลยุทธ์ธุรกิจที่พาแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าสัญชาติไทยฝ่าการแข่งขัน จนมียอดขายเฉียด 2,000 ล้านบาท รวมถึงยุทธศาสตร์ที่แบรนด์จะเดินต่อไปในอนาคต
“ธวัช” กล่าวว่าตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กแม้จะมีการแข่งขันสูง แต่ยังเติบโตในระดับประมาณ 10% ด้วยดีมานด์จากการเกิดครอบครัวใหม่ ซึ่งต้องการเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างหม้อหุงข้าว กระทะไฟฟ้า กาต้มน้ำ เครื่องกรองอากาศ ฯลฯ รวมไปถึงกระแสความต้องการสินค้าเพื่อเป็นของขวัญให้ผู้อื่นและตนเองในช่วงเทศกาลปลายปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันที่ผู้บริโภคมีแนวโน้มซื้อกระเช้าของขวัญน้อยลง จนทำให้ช่วง 3 เดือนท้ายเป็นที่มาของยอดขายมากถึง 50% ของทั้งปี
“เชื่อว่าโค้งท้ายของปี’68 นี้หม้อชาบูไฟฟ้าแบบมัลติฟังก์ชั่นราคา 299-399 บาท จะเป็นหนึ่งในเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กที่มีดีมานด์สูง สะท้อนจากการสั่งสินค้าเข้าสต๊อกของบรรดาไฮเปอร์มาร์เก็ต”
นอกจากนี้ ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กยังมีช่องว่างให้แบรนด์ไทยสามารถเติบโตได้ อย่างการที่แบรนด์ญี่ปุ่นและเกาหลีต่างไม่ทำตลาดสินค้ากลุ่มนี้มากนัก เมื่อเทียบกับเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ และบางแบรนด์มีสินค้ากลุ่มนี้เพียงไม่กี่ประเภทเท่านั้น
ขณะที่กลุ่มเครื่องไช้ไฟฟ้าน็อนแบรนด์ราคาถูกที่รุกเข้ามาผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์นั้น มีความได้เปรียบน้อยลง หลังผู้บริโภคไทยตื่นตัวเรื่องคุณภาพ มาตรฐานสินค้า ความปลอดภัย และบริการหลังการขายมากขึ้น ทำให้ปัจจัยราคาที่เป็นจุดเด่นของสินค้าน็อนแบรนด์นั้นมีน้ำหนักลดลงไป จึงเป็นโอกาสแบรนด์ไทยอย่างสมาร์ทโฮมจะส่งสินค้าเข้ารับดีมานด์ของผู้บริโภคที่มีงบฯจำกัด แต่ก็ต้องการสินค้าที่ปลอดภัยและคุ้มค่า
“มาตรฐานความปลอดภัยและการบริการหลังการขายเป็นสิ่งที่ต้องมีคู่กับสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าเสมอ ไม่ว่าจะยุคสมัยใด”
ดังนั้น บริษัทจึงวางเป้าหมายครองส่วนแบ่งตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กเป็นอันดับ 1 ให้ได้ภายในปี’69-’70 หลังปัจจุบันสมาร์ทโฮมสามารถครองส่วนแบ่งอันดับ 3 ของตลาด รองจากแบรนด์ญี่ปุ่น 2 ราย
5 ยุทธศาสตร์สำคัญ
“ธวัช” กล่าวต่อไปว่า การเติบโตของสมาร์ทโฮมมาจากกลยุทธ์ 5 ด้านที่ตอบโจทย์ และพลิกช่องว่างในตลาดมาใช้ให้เป็นประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นการเน้นคุณภาพสินค้า แม้แต่รุ่นที่สั่งผลิตจากโรงงานในจีนต่างก็ผ่านมาตรฐาน มอก. รวมถึงการรับประกันสินค้านาน 3 ปี และหากพบปัญหาใน 30 วันสามารถเปลี่ยนเครื่องใหม่ได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ตอบโจทย์ความกังวลของผู้บริโภค พร้อมสร้างจุดแตกต่างจากสินค้าราคาถูกจากจีน
พร้อมเก็บอินไซต์และฟีดแบ็กจากผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง เพื่อหาจุดอ่อนของสินค้าและเทรนด์ตลาด ก่อนนำมาพัฒนาสินค้าและนวัตกรรมใหม่ ๆ ให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงของไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค ทั้งด้านการออกแบบและฟังก์ชั่นการใช้งานที่ตอบโจทย์ เช่น สินค้าที่ใช้งานได้แบบมัลติฟังก์ชั่นอย่างปิ้งย่างและต้มในชิ้นเดียว หรือเครื่องล้างจาน และเครื่องลดความชื้นที่มีดีมานด์มาระยะหนึ่งแล้ว เป็นต้น
ไปจนถึงการทำกิจกรรมเพื่อสังคม หรือ CSR แบบ Win-Win ทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นสังคม ผู้บริโภค และบริษัทเองด้วย
บริการเกินคาดหวัง
อีกด้านสำคัญคือบริการหลังการขายแบบเกินความคาดหมายของผู้บริโภค ตั้งแต่การให้บริการทุกวันตั้งแต่ 08.30-18.00 น. ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ นอกจากทีมคอลเซ็นเตอร์ 10 คนที่รองรับการติดต่อทางโทรศัพท์แล้วยังเพิ่มทีมงานเพื่อตอบไลน์และเฟซบุ๊กด้วย เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถติดต่อบริษัทได้อย่างแน่นอน ไม่ช่องทางใดก็ช่องทางหนึ่ง
โดยจากนี้จะเดินหน้าแต่งตั้งตัวแทนเพิ่ม เป็นศูนย์บริการในระดับภูมิภาคให้ทั่วถึงยิ่งขึ้น หลังจากปัจจุบันมีศูนย์ในภาคเหนือแล้ว
ขณะเดียวกัน บริษัทวางกระบวนการตรวจสอบ-วิเคราะห์สินค้าที่รับซ่อม หรือเปลี่ยน เพื่อหาสาเหตุการเสียหาย เพื่อนำไปปรับปรุงการผลิตสินค้าลอตถัดไปอีกด้วย ซึ่งช่วยลดปริมาณสินค้าที่เกิดปัญหา ทำให้ต้นทุนบริการหลังการขายดีขึ้นตามไปด้วย ทำให้บริษัทสามารถคงการรับประกันนาน 3 ปีเอาไว้ได้ ขณะที่สินค้าราคาจับต้องได้ พร้อมกับสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพในสายตาผู้บริโภค
ทัพ PC ชิงยอดขายหน้าร้าน
ตามด้วยการสร้างทัพพนักงานขาย ซึ่งปัจจุบันมีในสังกัดกว่า 300 คน และผ่านการอบรมเข้มงวด ก่อนส่งเข้าประจำจุดจำหน่ายต่าง ๆ เพื่อสร้างความได้เปรียบ ด้วยการเน้นย้ำจุดเด่นของแบรนด์และตัวสินค้า ผ่านการอธิบายฟังก์ชั่นสินค้า วิธีการใช้งาน มาตรฐานความปลอดภัย และบริการหลังการขาย รวมถึงตอบข้อสงสัยต่าง ๆ ทั้งนี้ แม้ช่องทางออนไลน์จะมาแรงและเป็นช่องทางสำคัญ แต่ยอดขายของบริษัท 80% ยังมาจากร้านค้าออฟไลน์ สะท้อนความสำคัญของการมีพนักงานขาย
“ปัจจุบันจะเห็นได้ว่าแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กอื่น ๆ มักไม่ส่งพนักงานมาประจำจุดจำหน่ายกันแล้ว การมีพนักงานคอยต้อนรับพูดคุยให้บริการกลายเป็นความได้เปรียบที่ช่วยเพิ่มโอกาสขายได้สูงขึ้นอย่างมาก แม้จะสินค้าดีแต่หากไม่แจ้งให้ผู้บริโภครู้ก็ยากที่จะขายออกได้”
CSR แบบ Win-Win-Win
โดยในกิจกรรมด้านสังคมที่บริษัทดำเนินการมานานสม่ำเสมอ คือโครงการซื้อ 1 ชิ้น ปัน 1 บาท ซึ่งบริจาครายได้ 1 บาทต่อสินค้าทุกชิ้น เพื่อสนับสนุน 3 ด้านหลัก ได้แก่ ด้านการศึกษา โดยมอบทุนการศึกษาแก่เด็กด้อยโอกาส รวมถึงสนับสนุนการก่อสร้างอาคารเรียนซึ่งดำเนินการต่อเนื่องมานาน 12 ปีแล้ว
นอกจากนี้ ยังมีด้านสาธารณสุข ในการสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับหน่วยงานที่ขาดแคลน และด้านศาสนา โดยร่วมส่งเสริมการศึกษาและกิจกรรมทางพุทธศาสนาต่าง ๆ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ทำมาอย่างต่อเนื่องทุก ๆ ปี
โครงการเหล่านี้ไม่เพียงช่วยเหลือสังคม แต่ยังกลายเป็นหนึ่งในจุดขายสำคัญของแบรนด์สมาร์ทโฮม ในรูปแบบการซื้อสินค้าและได้มีส่วนทำบุญไปพร้อมกัน ซึ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคไทยที่นิยมการทำบุญในทุกโอกาส
พัฒนาต่อเนื่อง-รุก ตปท.
“ธวัช” เสริมว่าโครงการ CSR จะเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำหรับรุกตลาดต่างประเทศด้วย โดยเตรียมบุกตลาดเวียดนาม โดยใช้โครงการ CSR เพื่อสร้างการรับรู้และความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคชาวเวียดนาม พร้อมกับเข้าไปปักธงตั้งบริษัท คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในช่วงต้นปี’69 เพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้ส่งออก
ทั้งนี้ ปัจจุบันสมาร์ทโฮมส่งออกสินค้าไปยังหลายประเทศ อาทิ มาเลเซีย เมียนมา ลาว และกัมพูชา สร้างรายได้ประมาณ 18-20 ล้านบาท
พร้อมย้ำความเชื่อมั่นว่า กลยุทธ์เหล่านี้จะผลักดันให้บริษัทมีโอกาสทำยอดขายแตะ 2,000 ล้านบาท ในปี 2568 ตามที่วางไว้ หลังช่วงครึ่งแรกของปีสามารถทำยอดขายได้ 1,200 ล้านบาท และช่วงโค้งท้ายปีเป็นไฮซีซั่นของเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เจาะกลยุทธ์ Smarthome พาเครื่องใช้ไฟฟ้าไทยสู่ธุรกิจ 2 พันล้าน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net