'วันนอร์-ทวี' ประกาศพร้อมเป็นรัฐบาล ย้ำ ส.ส.ประชาชาติ พร้อมทำงานเพื่อประชาชน มั่นใจฐานเสียงภาคใต้
VoiceTV
อัพเดต 29 ธ.ค. 2568 เวลา 06.35 น. • เผยแพร่ 29 ธ.ค. 2568 เวลา 06.25 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์'วันมูหะมัดนอร์ มะทา-พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง' นำพรรคประชาชาติ สัมมนาผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาชาติ คึกคัก เน้นรักษาฐานเสียงเดิมในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ และประกาศความพร้อมสู้ศึกเลือกตั้ง ‘69 โดยตั้งเป้าเป็น “พรรคที่เป็นหลักให้สภา” เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นของประชาชนอย่างแท้จริง ขณะที่ “ซูการ์โน มะทา” เลขาธิการพรรคประชาชาติ ย้ำต้องเป็นพรรคร่วมรัฐบาล
วันนี้ (29 ธันวาคม 2568) นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานรัฐสภา และอดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ พร้อมด้วย พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะ หัวหน้าพรรคประชาชาติ, นายซูการ์โน มะทา เลขาธิการพรรคประชาชาติ พร้อมอดีต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แกนนำพรรคประชาชาติ กรรมการบริหารพรรคฯ และสมาชิกพรรคฯ เดินทางมาประชุมสัมมนาผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาชาติ เข้าร่วมอย่างคึกคัก มีสื่อมวลชนเข้าร่วมสังเกตการณ์เป็นจำนวนมาก
สำหรับกิจกรรมสำคัญในวันนี้ ในช่วงเช้ามีการบรรยายพิเศษ เรื่อง "หาเสียงอย่างไรให้ชนะเลือกตั้ง" โดย นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ และ การแสดงวิสัยทัศน์ นโยบายพรรคประชาชาติ: เลือกตั้ง ‘69 เลือกประชาชาติ..เปลี่ยนประเทศไทยดีขึ้น โดย พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ ระบุ พรรคประชาชาติมีผลงานที่ชัดเจนและเป็นที่ประจักษ์ต่อประชาชน พร้อมมั่นใจจะสามารถรักษาฐานเสียงเดิมในพื้นที่ภาคใต้ได้อย่างเหนียวแน่น เน้นผลงานเชิงรุก แก้ปัญหายาเสพติด-กัญชา และได้กล่าวชื่นชมการทำงานของอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ว่าเป็นผู้ที่มีความขยันและมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาสำคัญของชาติ โดยเฉพาะเรื่อง “การปราบปรามยาเสพติด” ซึ่งถือเป็นวาระเร่งด่วนที่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ให้ความสำคัญอย่างมาก รวมถึงการร่วมขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเรื่องกัญชาให้กลับไปอยู่ในจุดที่เหมาะสมเพื่อประโยชน์ของสังคม
เมื่อถูกถามถึงความมั่นใจในการรักษาฐานเสียงในพื้นที่เดิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ นายวันมูหะมัดนอร์ ตอบด้วยความมั่นใจว่า “แน่นอน” เนื่องจากผลงานของพรรคประชาชาติตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเป็นสิ่งที่ประชาชนสามารถสัมผัสได้และเห็นผลจริง ไม่ใช่เพียงแค่คำโฆษณา พร้อมย้ำว่า ส.ส. ของพรรคประชาชาติทุกคนมีความพร้อมและตั้งใจที่จะทำหน้าที่สะท้อนปัญหาของพี่น้องประชาชนเข้าสู่รัฐสภา เพื่อผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนต่อไป
"ผลงานของเราเป็นที่ประจักษ์ ประชาชนเห็นได้ด้วยตา สัมผัสได้จริง ทำให้เรามีความมั่นใจว่าการทำงานของ ส.ส. ทุกคนในพื้นที่ และการทำหน้าที่ในสภาฯ จะยังคงได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง" นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าว
พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงความพร้อมในการสู้ศึกเลือกตั้ง โดยระบุว่า พรรคประชาชาติมีความมั่นใจจากประสบการณ์และการยอมรับของประชาชนในครั้งก่อน ซึ่งได้รับคะแนนเสียงบัญชีรายชื่อกว่า 6-7 แสนคะแนน สูงเป็นอันดับต้นๆ ของพรรคการเมืองไทย ในครั้งนี้พรรคจึงให้ความสำคัญกับการคัดเลือกผู้สมัครในเขตที่มีโอกาสชนะสูง เพื่อให้ได้ ส.ส. เข้ามาทำหน้าที่ในสภาให้ได้มากที่สุด เป้าหมายแรกคือการรักษาที่นั่ง ส.ส. เดิม 7 คน จาก 13 เขตในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้เป็นหลัก และพยายามขยายพื้นที่เพิ่มเติม โดยเชื่อมั่นว่าตัวแทนของพรรคจะได้รับการยอมรับจากประชาชนในพื้นที่อีกครั้ง เนื่องจากผลงานที่ผ่านมาเป็นเครื่องพิสูจน์ความตั้งใจ
ทางด้าน นายซูการ์โน มะทา เลขาธิการพรรคประชาชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงความเชื่อมั่นในการสู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้ โดยเน้นย้ำความพร้อมของพรรคประชาชาติที่จะเข้าเป็นส่วนหนึ่งของพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อนำงบประมาณลงไปแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนอย่างตรงจุด มั่นใจฐานเสียงเดิมและคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ ย้ำจุดยืนต้องเป็นรัฐบาล
นายซูการ์โน เผยว่า จากการลงพื้นที่ทำงานอย่างเต็มที่ ทำให้มีความมั่นใจเป็นอย่างมากว่าในการเลือกตั้งรอบนี้ พรรคประชาชาติจะยังคงเป็นพรรคที่ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน ไม่เพียงแต่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ โดยคาดการณ์ว่าพรรคจะได้คะแนนในส่วนของบัญชีรายชื่อเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม
ในส่วนของทิศทางหลังการเลือกตั้ง นายซูการ์โนระบุชัดเจนว่า พรรคประชาชาติตั้งเป้าที่จะเป็น “พรรคร่วมรัฐบาล” เชื่อว่า แม้พรรคประชาชาติอาจจะเริ่มต้นจากการเป็นพรรคขนาดเล็ก แต่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคมีความพร้อมที่จะขยับขึ้นเป็น “พรรคขนาดกลาง” ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญ ในการจัดตั้งรัฐบาลและขับเคลื่อนนโยบายเพื่อประโยชน์ของประชาชนต่อไป