“ชนนพัฒน์” รับน้อยใจ ใกล้เลือกตั้งโดนโจมตี ยันพร้อมให้ตรวจสอบ โวเป็น สส.ที่ลงพื้นที่เยอะที่สุดในภาคใต้
“ชนนพัฒน์” รับน้อยใจ ใกล้เลือกตั้งโดนโจมตี ยันพร้อมให้ตรวจสอบ โวเป็น สส.ที่ลงพื้นที่เยอะที่สุดในภาคใต้ ด้าน “ธนกฤต” แง้ม ลง สส.ปาร์ตี้ลิสต์พรรคกล้าธรรม ลุยนโยบายช่วยเหลือประชาชน เผยความคิดเห็นตรงกับพรรคกล้าธรรม
วันที่ 25 ธ.ค. 68 ที่ไบเทคบางนา นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว อดีต สส.สงขลา เขต 4 พรรคกล้าธรรม เปิดเผยถึงการลงสมัครเลือกตั้งครั้งหน้าว่า เขตเดิมเป็นครอบครัวตนเองแน่นอนแต่ยังไม่ได้ตัดสินใจเท่าไร ขณะที่เรื่องกระบวนการตรวจสอบเอี่ยวเว็บพนันออนไลน์ ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการ ตนเองได้ทำหนังสือไปยัง ป.ป.ง.เพื่อชี้แจงตามข้อเท็จจริง ไม่ผิดที่คนจะตั้งข้อสงสัยตรวจสอบเรา เมื่อตรวจสอบไปแล้วขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่
เมื่อถามว่าเสียกำลังใจหรือไม่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นายชนนพัฒน์ กล่าวว่ามีน้อยใจว่าทำไมช่วงใกล้เลือกตั้งมักจะเป็นแบบนี้ทุกที ซึ่งตนเองได้ทำความเข้าใจกับชาวบ้านในพื้นที่ว่ายินดีจะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและกระบวนการยุติธรรม ถ้าไม่เช่นนั้นก็จะเป็นกระแสสังคมถูกโจมตีตลอด
ส่วนที่หลายพรรคประกาศว่าจะไม่ร่วมงานกับพรรคกล้าธรรม เพราะมองว่าเป็นพรรคสีเทาและเกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ นายชนนพัฒน์ กล่าวว่าเหมือนที่ร้อยเอกธรรมนัส ตอบว่าเราผ่านกระบวนการตรวจสอบมาแล้ว เหมือนที่ร้อยเอกธรรมนัสพูดเมื่อวานว่าตนเองก็ไม่ได้ดีสักเท่าไร
เมื่อถามว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าจะชนะใจคนในพื้นที่ได้เหมือนเดิมหรือไม่ นายชนนพัฒน์ กล่าวว่าคนในพื้นที่ยังมั่นใจว่า ตนเองทำงานรับใช้พี่น้องประชาชน เช็กดูได้ว่าตนเองเป็นคนลงพื้นที่เยอะที่สุดในภาคใต้ ช่วยชาวบ้านอยู่ตลอดและอยู่ใกล้ชิด ไม่เคยถือตัวว่าเป็น สส.
เมื่อถามว่าอยากจะสื่อสารไปยังคนที่โจมตีกับเราอย่างไรบ้าง นายชนนพัฒน์ กล่าวว่าอยู่ที่การทำความเข้าใจ ขอให้เป็นหน้าที่ของกระบวนการ ส่วนความกังวลที่จะถูกดิสเครดิตทางการเมือง ตนเองได้มีการหารือกับผู้ใหญ่ในพรรคแล้ว โดยเฉพาะร้อยเอกธรรมนัส เพราะตนเองเป็นห่วงพี่ ๆ น้อง ๆ ในพรรคว่าจะได้รับผลกระทบ ซึ่งร้อยเอกธรรมนัสยืนยันว่าให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ไม่ต้องกังวัล
“ธนกฤต” แง้ม ลง สส.ปาร์ตี้ลิสต์พรรคกล้าธรรม ลุยนโยบายช่วยเหลือประชาชน เผยความคิดเห็นตรงกับพรรคกล้าธรรม
นายธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวถึงการเข้ามาร่วมเป็นสมาชิกพรรคกล้าธรรม ว่า วันนี้พรรคกล้าธรรม เปิดตัวผู้สมัครสส. เขตและบัญชีรายชื่อ ซึ่งวันนี้เป็นเรื่องที่พรรคให้ตนเข้ามาร่วมงานด้วยในฐานะที่เป็นหนึ่งในสมาชิกพรรคกล้าธรรม เต็มตัว 100% ซึ่งตนก็มาในงานวันนี้เพื่อให้เห็นว่าพรรคกล้าธรรมแสดงจุดยืนชัดเจนในการทำงานในสนามการเมือง
เมื่อถามว่ามีใครชักชวนเข้ามาอยู่ในพรรคกล้าธรรมนั้นนายธนกฤต กล่าวว่าหลังจากที่ตนทำงานหลายกระทรวงที่ผ่านมาสิ่งที่เป็นหน่วยงานหลักก็คือการช่วยเหลือประชาชน เป็นหลักตั้งแต่กระทรวงยุติธรรม สำนักนายกรัฐมนตรี มาจนถึงกระทรวงสาธารณสุข ต่อเนื่องมาพรรคกล้าธรรม ก็เคยมอบหมายตน มาดูแลภาคสังคม โดยตนได้มีการหารือร่วมกับผู้ใหญ่ด้วยซึ่งมองว่างานตรงนี้ตรงกับสิ่งที่ตนนั้นทำมาโดยตลอด ก็เลยคิดว่าหากพรรคใด ที่มีนโยบายหลักและให้ความสำคัญกับการดูแลประชาชนในเรื่องการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม การร้องเรียนของประชาชนหากพรรคไหนมีจุดยืนเช่นนี้ตนก็มาเป็นสมาชิกและร่วมงานกับพรรคกล้าธรรมเลย เพราะถือว่านโยบายที่ มอบให้ตนดูแลประชาชนนั้นเป็นเรื่องสำคัญ
เมื่อถามว่าหากลงสส.นั้นจะเป็นบัญชีรายชื่อหรือเขต นายธนกฤต กล่าวว่าจะเป็นสส. แบบบัญชีรายชื่อมากกว่าเพราะตนจะสื่อสารกับประชาชนได้ทุกจังหวัดทั่วประเทศ ว่าพรรคกล้าธรรม นั้นแสดงจุดยึดชัดเจนอย่างเช่นกรณีการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ รวมถึงปัญหาชายแดนด้วย โดยนายอัคร พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) หรือตัวของ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ก็คิดเห็นตรงกัน
ซึ่งตนก็ทำในหน้าที่ส่วนที่ เข้าไปดูแลประชาชน ซึ่งตนก็มีการลงพื้นที่อยู่ตลอดและเอาจุดยืนของพรรคแสดงให้ประชาชนทราบว่า “พรรคกล้าทำพรรคที่กล้าทำ กล้าในสิ่งที่บางคนไม่กล้าแต่เรากล้าที่จะทำ”
กล้าธรรมคึกคัก! “เฉลิมชัย” หอบดอกไม้แสดงความยินดี “ผู้กองธรรมนัส” นำเปิดว่าที่ผู้สมัคร สส.ทั่วปท.พร้อมสวมกอด ก่อนบอก “เรามาสู้ด้วยกัน” ด้าน “กิตติศักดิ์” อดีต สว.คนดัง ส่งลูกบุญธรรมชิงพิษณุโลก เขต 4 ด้าน “ธนกฤต” จ่อลงบัญชีรายชื่อ
นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ อดีต สว. เปิดเผยว่า แม้ตนจะต้องเว้นวรรคทางการเมือง 2 ปี หลังพ้นจากตำแหน่ง สว. แต่ได้พาลูกชายบุญธรรมของตน คือนายปองภพ ณ สงขลา มาลงสมัคร สส.พิษณุโลก เขต 4
นอกจากนี้ ยังมีนายธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้มาร่วมงานในครั้งนี้ด้วย พร้อมเปิดเผยว่า วันนี้ตนสวมเสื้อแล้วก็ชัดเจน ซึ่งก็ต้องรอมติของพรรคว่าจะให้ตนทำหน้าที่อะไร และเบื้องต้นคาดว่าตนเองจะสมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ ส่วนลำดับที่เท่าไหร่อยู่ที่มติของพรรค แต่ขณะนี้ตนก็ยังเป็นเลขาธิการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์อยู่ ส่วนเหตุผลที่ตัดสินใจมาร่วมกับพรรคกล้าธรรมนั้น เพราะตลอดที่ผ่านมาตนทำหน้าที่ดูแลประชาชนมาโดยตลอด โดยเฉพาะเรื่องราวร้องทุกข์ ซึ่งพรรคกล้าธรรมเปิดพื้นที่เรื่องนี้ โดยเอาภาคสังคมเป็นตัวตั้ง ซึ่งตรงกับจริตที่เราทำอยู่แล้ว จึงตัดสินใจเข้าร่วมงานด้วย
เมื่อถามว่า ร.อ.ธรรมนัส เป็นคนชวนมาใช่หรือไม่ นายธนกฤต กล่าวว่า ใช้คำว่าเราคุยกันดีกว่า ไม่มีใครชวนใคร ตามองตาเห็นหัวใจตรงกัน
ขณะที่ เมื่อเวลา 14.30 น.นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้ปรากฎตัวเดินเข้ามาภายในงานไปที่หน้าเวที โดยร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคลุกขึ้นไหว้พร้อมเดินเข้าไปสวมกอดนายเฉลิมชัยเพื่อให้การต้อนรับ โดยนายเฉลิมชัยมอบแจกันดอกไม้เพื่อแสดงความยินดี ก่อนที่จะกอดกันอีกครั้ง ซึ่งนายเฉลิมชัยได้พูดกับ ร.อ.ธรรมนัสว่า “เรามาสู้ด้วยกัน” ก่อนที่นายเฉลิมชัย จะนั่งข้างนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์
“นฤมล” ดัน “ธรรมนัส” นั่งแคนดิเดตกล้าธรรมชิงเก้าอี้นายกฯ ย้ำ เป็นพรรครวมคนกล้า ทำมากกว่าพูด ไม่ขายฝัน-ไม่เล่นนอมินี
ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม กล่าวเปิดงาน โดยแสดงความยินดีต้อนรับอดีต สส.สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เพิ่งพ้นวาระ รวมถึงผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคทุกคน พร้อมย้ำอุดมการณ์ของพรรคกล้าธรรมว่าเป็นพรรคที่ทำมากกว่าพูดและมุ่งทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
ศ.ดร.นฤมล ได้เล่าถึงที่มาของพรรคกล้าธรรมว่า พรรคไม่ได้เป็นพรรคการเมืองใหม่ แต่มีประวัติการทำงานต่อเนื่องมากว่า 5 ปี เดิมใช้ชื่อพรรคเศรษฐกิจไทย และผ่านสมรภูมิทางการเมืองมาระยะหนึ่ง ก่อนจะเกิดการเปลี่ยนแปลงผู้นำพรรคในช่วงปีที่ผ่านมา จนนำไปสู่การประชุมใหญ่และการเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ พร้อมเปลี่ยนชื่อเป็นพรรคกล้าธรรมอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยยืนยันว่าไม่ได้เป็นการวางแผนล่วงหน้า แต่เป็นการบริหารความเสี่ยงทางการเมืองเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด
ศ.ดร.นฤมล เผยว่า พรรคเริ่มต้นใหม่ด้วยสมาชิกกลุ่มแรก ก่อนจะมี สส.และ อดีต ส.ส. จำนวนมากเข้ามาร่วมอุดมการณ์ จนปัจจุบันพรรคมีความพร้อมทั้งด้านบุคลากรและโครงสร้าง เป็นพรรคที่มีสมาชิกมากที่สุดในประเทศ และมีตัวแทนเขตครบทั้ง 77 จังหวัดก่อนพรรคการเมืองอื่น พร้อมย้ำว่าพรรคไม่หยุดนิ่ง แม้จะยังไม่ครบวาระสภา แต่เดินหน้าขยายสมาชิกและเตรียมความพร้อมอย่างต่อเนื่อง ทำให้พรรคกล้าธรรมเป็นหนึ่งในไม่กี่พรรคที่สามารถส่งผู้สมัคร สส. ได้ครบทั่วประเทศ
ในด้านนโยบาย ศ.ดร.นฤมล ยืนยันว่า พรรคมีความพร้อมจากการทำงานต่อเนื่องและมีผลงานที่พิสูจน์ได้จริง ไม่ใช่นโยบายขายฝัน โดยระบุว่า ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จะเป็นผู้ถ่ายทอดอุดมการณ์และนโยบายหลักของพรรค ซึ่งยืนบนหลักการทำได้จริงและตอบโจทย์ปัญหาของประชาชน
ศ.ดร.นฤมล กล่าวถึงกระบวนการตัดสินใจเสนอแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคกล้าธรรมว่า ก่อนหน้านี้มีการพูดคุยกันในลักษณะหยอกล้อกันกับร้อยเอกธรรมนัสมาตลอด โดยมีการแซวกันว่าอาจารย์จะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเอง ขณะที่ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า จะคอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ซึ่งตนก็ตอบปฏิเสธทุกครั้ง จนกระทั่งเมื่อประมาณสองสัปดาห์ที่ผ่านมา จึงได้มีการพูดคุยกันอย่างจริงจัง และได้หารือกันอย่างตรงไปตรงมาว่า พรรคกล้าธรรมจำเป็นต้องมีความชัดเจนเรื่องตัวบุคคลที่จะเสนอเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ประชาชนรับรู้ชัดเจนว่า หากเลือกพรรคกล้าธรรมแล้ว ประเทศจะได้ใครเป็นผู้นำ ไม่ใช่เลือกแล้วไม่รู้ว่าจะเป็นใคร หรือเกิดคำถามเรื่องการเป็นนอมินีของบุคคลอื่น ซึ่งเป็นแนวทางที่พรรคไม่ยอมรับ
ศ.ดร.นฤมล ระบุว่า ด้วยเหตุนี้ พรรคจึงตัดสินใจเสนอร้อยเอกธรรมนัสเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว โดยความชัดเจนจากผลงานที่ผ่านมาได้พิสูจน์แล้วว่าพรรคมีความพร้อมที่จะเสนอชื่อดังกล่าว เพราะร้อยเอกธรรมนัสเป็นบุคคลที่มีความกล้า กล้าพูด กล้าโต้แย้ง และกล้ายืนหยัดพูดแทนพี่น้องเกษตรกรและประชาชน ไม่ว่าจะเป็นในเวทีสภา ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือแม้กระทั่งการเผชิญหน้ากับกลุ่มผู้ชุมนุมที่ออกมาเรียกร้องความเดือดร้อน โดยย้ำว่าไม่ใช่รัฐมนตรีทุกคนที่จะกล้าลงไปรับฟังม็อบด้วยตนเอง
ศ.ดร.นฤมล กล่าวเพิ่มเติมว่า ร้อยเอกธรรมนัสมักเลือกลงพื้นที่ไปนั่งพูดคุย รับฟังปัญหาของประชาชนอย่างใกล้ชิด เพราะเชื่อว่าการที่ประชาชนต้องเดินทางจากต่างจังหวัดมาปักหลักชุมนุมในกรุงเทพฯ สะท้อนว่าพวกเขากำลังเผชิญความเดือดร้อนอย่างแท้จริง จึงต้องลงไปฟังด้วยตนเองว่าสิ่งที่ประชาชนต้องการคืออะไร ซึ่งแนวทางเช่นนี้คือคุณสมบัติของตัวแทนที่พรรคเชื่อว่าสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศได้
ศ.ดร.นฤมล ย้ำด้วยว่า พรรคกล้าธรรมไม่ยึดแนวทางการเมืองที่เน้นการพูดเก่งหรือขายฝัน ไม่เสนอตัวเลขหรือเป้าหมายที่ไม่สามารถทำได้จริง แต่จะพูดและทำนโยบายเฉพาะในสิ่งที่สามารถดำเนินการได้จริงเท่านั้น พร้อมระบุว่าพรรคกล้าธรรมเป็นการรวมตัวของบุคคลที่มีลักษณะเดียวกัน คือเป็นคนกล้า ทำงานจริง และไม่เหมือนใคร โดยเชื่อมั่นว่าหากต้องร่วมรบในสนามการเมือง พรรคไม่เคยแพ้
ทั้งนี้ ศ.ดร.นฤมล ยังยกตัวอย่างชัยชนะจากการเลือกตั้งซ่อมที่ผ่านมา ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลจากความมุ่งมั่นและความทุ่มเทของทีมงานพรรค และทิ้งท้ายถึงการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ ว่าเป็นอีกหนึ่งสมรภูมิสำคัญ พร้อมตั้งคำถามว่าทุกคนมีความกล้าและความพร้อมมากพอหรือไม่ ก่อนย้ำว่าพรรคกล้าธรรมคือพรรคของคนกล้า และพร้อมเดินหน้าไปพบกันในสภาผู้แทนราษฎร