โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“ชนนพัฒน์” รับน้อยใจ ใกล้เลือกตั้งโดนโจมตี ยันพร้อมให้ตรวจสอบ โวเป็น สส.ที่ลงพื้นที่เยอะที่สุดในภาคใต้

THE ROOM 44 CHANNEL

อัพเดต 25 ธ.ค. 2568 เวลา 09.39 น. • เผยแพร่ 25 ธ.ค. 2568 เวลา 07.38 น.

“ชนนพัฒน์” รับน้อยใจ ใกล้เลือกตั้งโดนโจมตี ยันพร้อมให้ตรวจสอบ โวเป็น สส.ที่ลงพื้นที่เยอะที่สุดในภาคใต้ ด้าน “ธนกฤต” แง้ม ลง สส.ปาร์ตี้ลิสต์พรรคกล้าธรรม ลุยนโยบายช่วยเหลือประชาชน เผยความคิดเห็นตรงกับพรรคกล้าธรรม

วันที่ 25 ธ.ค. 68 ที่ไบเทคบางนา นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว อดีต สส.สงขลา เขต 4 พรรคกล้าธรรม เปิดเผยถึงการลงสมัครเลือกตั้งครั้งหน้าว่า เขตเดิมเป็นครอบครัวตนเองแน่นอนแต่ยังไม่ได้ตัดสินใจเท่าไร ขณะที่เรื่องกระบวนการตรวจสอบเอี่ยวเว็บพนันออนไลน์ ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการ ตนเองได้ทำหนังสือไปยัง ป.ป.ง.เพื่อชี้แจงตามข้อเท็จจริง ไม่ผิดที่คนจะตั้งข้อสงสัยตรวจสอบเรา เมื่อตรวจสอบไปแล้วขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่

เมื่อถามว่าเสียกำลังใจหรือไม่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นายชนนพัฒน์ กล่าวว่ามีน้อยใจว่าทำไมช่วงใกล้เลือกตั้งมักจะเป็นแบบนี้ทุกที ซึ่งตนเองได้ทำความเข้าใจกับชาวบ้านในพื้นที่ว่ายินดีจะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและกระบวนการยุติธรรม ถ้าไม่เช่นนั้นก็จะเป็นกระแสสังคมถูกโจมตีตลอด

ส่วนที่หลายพรรคประกาศว่าจะไม่ร่วมงานกับพรรคกล้าธรรม เพราะมองว่าเป็นพรรคสีเทาและเกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ นายชนนพัฒน์ กล่าวว่าเหมือนที่ร้อยเอกธรรมนัส ตอบว่าเราผ่านกระบวนการตรวจสอบมาแล้ว เหมือนที่ร้อยเอกธรรมนัสพูดเมื่อวานว่าตนเองก็ไม่ได้ดีสักเท่าไร

เมื่อถามว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าจะชนะใจคนในพื้นที่ได้เหมือนเดิมหรือไม่ นายชนนพัฒน์ กล่าวว่าคนในพื้นที่ยังมั่นใจว่า ตนเองทำงานรับใช้พี่น้องประชาชน เช็กดูได้ว่าตนเองเป็นคนลงพื้นที่เยอะที่สุดในภาคใต้ ช่วยชาวบ้านอยู่ตลอดและอยู่ใกล้ชิด ไม่เคยถือตัวว่าเป็น สส.

เมื่อถามว่าอยากจะสื่อสารไปยังคนที่โจมตีกับเราอย่างไรบ้าง นายชนนพัฒน์ กล่าวว่าอยู่ที่การทำความเข้าใจ ขอให้เป็นหน้าที่ของกระบวนการ ส่วนความกังวลที่จะถูกดิสเครดิตทางการเมือง ตนเองได้มีการหารือกับผู้ใหญ่ในพรรคแล้ว โดยเฉพาะร้อยเอกธรรมนัส เพราะตนเองเป็นห่วงพี่ ๆ น้อง ๆ ในพรรคว่าจะได้รับผลกระทบ ซึ่งร้อยเอกธรรมนัสยืนยันว่าให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ไม่ต้องกังวัล

“ธนกฤต” แง้ม ลง สส.ปาร์ตี้ลิสต์พรรคกล้าธรรม ลุยนโยบายช่วยเหลือประชาชน เผยความคิดเห็นตรงกับพรรคกล้าธรรม

นายธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวถึงการเข้ามาร่วมเป็นสมาชิกพรรคกล้าธรรม ว่า วันนี้พรรคกล้าธรรม เปิดตัวผู้สมัครสส. เขตและบัญชีรายชื่อ ซึ่งวันนี้เป็นเรื่องที่พรรคให้ตนเข้ามาร่วมงานด้วยในฐานะที่เป็นหนึ่งในสมาชิกพรรคกล้าธรรม เต็มตัว 100% ซึ่งตนก็มาในงานวันนี้เพื่อให้เห็นว่าพรรคกล้าธรรมแสดงจุดยืนชัดเจนในการทำงานในสนามการเมือง

เมื่อถามว่ามีใครชักชวนเข้ามาอยู่ในพรรคกล้าธรรมนั้นนายธนกฤต กล่าวว่าหลังจากที่ตนทำงานหลายกระทรวงที่ผ่านมาสิ่งที่เป็นหน่วยงานหลักก็คือการช่วยเหลือประชาชน เป็นหลักตั้งแต่กระทรวงยุติธรรม สำนักนายกรัฐมนตรี มาจนถึงกระทรวงสาธารณสุข ต่อเนื่องมาพรรคกล้าธรรม ก็เคยมอบหมายตน มาดูแลภาคสังคม โดยตนได้มีการหารือร่วมกับผู้ใหญ่ด้วยซึ่งมองว่างานตรงนี้ตรงกับสิ่งที่ตนนั้นทำมาโดยตลอด ก็เลยคิดว่าหากพรรคใด ที่มีนโยบายหลักและให้ความสำคัญกับการดูแลประชาชนในเรื่องการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม การร้องเรียนของประชาชนหากพรรคไหนมีจุดยืนเช่นนี้ตนก็มาเป็นสมาชิกและร่วมงานกับพรรคกล้าธรรมเลย เพราะถือว่านโยบายที่ มอบให้ตนดูแลประชาชนนั้นเป็นเรื่องสำคัญ

เมื่อถามว่าหากลงสส.นั้นจะเป็นบัญชีรายชื่อหรือเขต นายธนกฤต กล่าวว่าจะเป็นสส. แบบบัญชีรายชื่อมากกว่าเพราะตนจะสื่อสารกับประชาชนได้ทุกจังหวัดทั่วประเทศ ว่าพรรคกล้าธรรม นั้นแสดงจุดยึดชัดเจนอย่างเช่นกรณีการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ รวมถึงปัญหาชายแดนด้วย โดยนายอัคร พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) หรือตัวของ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ก็คิดเห็นตรงกัน

ซึ่งตนก็ทำในหน้าที่ส่วนที่ เข้าไปดูแลประชาชน ซึ่งตนก็มีการลงพื้นที่อยู่ตลอดและเอาจุดยืนของพรรคแสดงให้ประชาชนทราบว่า “พรรคกล้าทำพรรคที่กล้าทำ กล้าในสิ่งที่บางคนไม่กล้าแต่เรากล้าที่จะทำ”

กล้าธรรมคึกคัก! “เฉลิมชัย” หอบดอกไม้แสดงความยินดี “ผู้กองธรรมนัส” นำเปิดว่าที่ผู้สมัคร สส.ทั่วปท.พร้อมสวมกอด ก่อนบอก “เรามาสู้ด้วยกัน” ด้าน “กิตติศักดิ์” อดีต สว.คนดัง ส่งลูกบุญธรรมชิงพิษณุโลก เขต 4 ด้าน “ธนกฤต” จ่อลงบัญชีรายชื่อ

นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ อดีต สว. เปิดเผยว่า แม้ตนจะต้องเว้นวรรคทางการเมือง 2 ปี หลังพ้นจากตำแหน่ง สว. แต่ได้พาลูกชายบุญธรรมของตน คือนายปองภพ ณ สงขลา มาลงสมัคร สส.พิษณุโลก เขต 4

นอกจากนี้ ยังมีนายธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้มาร่วมงานในครั้งนี้ด้วย พร้อมเปิดเผยว่า วันนี้ตนสวมเสื้อแล้วก็ชัดเจน ซึ่งก็ต้องรอมติของพรรคว่าจะให้ตนทำหน้าที่อะไร และเบื้องต้นคาดว่าตนเองจะสมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ ส่วนลำดับที่เท่าไหร่อยู่ที่มติของพรรค แต่ขณะนี้ตนก็ยังเป็นเลขาธิการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์อยู่ ส่วนเหตุผลที่ตัดสินใจมาร่วมกับพรรคกล้าธรรมนั้น เพราะตลอดที่ผ่านมาตนทำหน้าที่ดูแลประชาชนมาโดยตลอด โดยเฉพาะเรื่องราวร้องทุกข์ ซึ่งพรรคกล้าธรรมเปิดพื้นที่เรื่องนี้ โดยเอาภาคสังคมเป็นตัวตั้ง ซึ่งตรงกับจริตที่เราทำอยู่แล้ว จึงตัดสินใจเข้าร่วมงานด้วย

เมื่อถามว่า ร.อ.ธรรมนัส เป็นคนชวนมาใช่หรือไม่ นายธนกฤต กล่าวว่า ใช้คำว่าเราคุยกันดีกว่า ไม่มีใครชวนใคร ตามองตาเห็นหัวใจตรงกัน

ขณะที่ เมื่อเวลา 14.30 น.นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้ปรากฎตัวเดินเข้ามาภายในงานไปที่หน้าเวที โดยร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคลุกขึ้นไหว้พร้อมเดินเข้าไปสวมกอดนายเฉลิมชัยเพื่อให้การต้อนรับ โดยนายเฉลิมชัยมอบแจกันดอกไม้เพื่อแสดงความยินดี ก่อนที่จะกอดกันอีกครั้ง ซึ่งนายเฉลิมชัยได้พูดกับ ร.อ.ธรรมนัสว่า “เรามาสู้ด้วยกัน” ก่อนที่นายเฉลิมชัย จะนั่งข้างนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์

“นฤมล” ดัน “ธรรมนัส” นั่งแคนดิเดตกล้าธรรมชิงเก้าอี้นายกฯ ย้ำ เป็นพรรครวมคนกล้า ทำมากกว่าพูด ไม่ขายฝัน-ไม่เล่นนอมินี

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม กล่าวเปิดงาน โดยแสดงความยินดีต้อนรับอดีต สส.สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เพิ่งพ้นวาระ รวมถึงผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคทุกคน พร้อมย้ำอุดมการณ์ของพรรคกล้าธรรมว่าเป็นพรรคที่ทำมากกว่าพูดและมุ่งทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

ศ.ดร.นฤมล ได้เล่าถึงที่มาของพรรคกล้าธรรมว่า พรรคไม่ได้เป็นพรรคการเมืองใหม่ แต่มีประวัติการทำงานต่อเนื่องมากว่า 5 ปี เดิมใช้ชื่อพรรคเศรษฐกิจไทย และผ่านสมรภูมิทางการเมืองมาระยะหนึ่ง ก่อนจะเกิดการเปลี่ยนแปลงผู้นำพรรคในช่วงปีที่ผ่านมา จนนำไปสู่การประชุมใหญ่และการเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ พร้อมเปลี่ยนชื่อเป็นพรรคกล้าธรรมอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยยืนยันว่าไม่ได้เป็นการวางแผนล่วงหน้า แต่เป็นการบริหารความเสี่ยงทางการเมืองเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด

ศ.ดร.นฤมล เผยว่า พรรคเริ่มต้นใหม่ด้วยสมาชิกกลุ่มแรก ก่อนจะมี สส.และ อดีต ส.ส. จำนวนมากเข้ามาร่วมอุดมการณ์ จนปัจจุบันพรรคมีความพร้อมทั้งด้านบุคลากรและโครงสร้าง เป็นพรรคที่มีสมาชิกมากที่สุดในประเทศ และมีตัวแทนเขตครบทั้ง 77 จังหวัดก่อนพรรคการเมืองอื่น พร้อมย้ำว่าพรรคไม่หยุดนิ่ง แม้จะยังไม่ครบวาระสภา แต่เดินหน้าขยายสมาชิกและเตรียมความพร้อมอย่างต่อเนื่อง ทำให้พรรคกล้าธรรมเป็นหนึ่งในไม่กี่พรรคที่สามารถส่งผู้สมัคร สส. ได้ครบทั่วประเทศ

ในด้านนโยบาย ศ.ดร.นฤมล ยืนยันว่า พรรคมีความพร้อมจากการทำงานต่อเนื่องและมีผลงานที่พิสูจน์ได้จริง ไม่ใช่นโยบายขายฝัน โดยระบุว่า ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จะเป็นผู้ถ่ายทอดอุดมการณ์และนโยบายหลักของพรรค ซึ่งยืนบนหลักการทำได้จริงและตอบโจทย์ปัญหาของประชาชน

ศ.ดร.นฤมล กล่าวถึงกระบวนการตัดสินใจเสนอแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคกล้าธรรมว่า ก่อนหน้านี้มีการพูดคุยกันในลักษณะหยอกล้อกันกับร้อยเอกธรรมนัสมาตลอด โดยมีการแซวกันว่าอาจารย์จะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเอง ขณะที่ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า จะคอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ซึ่งตนก็ตอบปฏิเสธทุกครั้ง จนกระทั่งเมื่อประมาณสองสัปดาห์ที่ผ่านมา จึงได้มีการพูดคุยกันอย่างจริงจัง และได้หารือกันอย่างตรงไปตรงมาว่า พรรคกล้าธรรมจำเป็นต้องมีความชัดเจนเรื่องตัวบุคคลที่จะเสนอเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ประชาชนรับรู้ชัดเจนว่า หากเลือกพรรคกล้าธรรมแล้ว ประเทศจะได้ใครเป็นผู้นำ ไม่ใช่เลือกแล้วไม่รู้ว่าจะเป็นใคร หรือเกิดคำถามเรื่องการเป็นนอมินีของบุคคลอื่น ซึ่งเป็นแนวทางที่พรรคไม่ยอมรับ

ศ.ดร.นฤมล ระบุว่า ด้วยเหตุนี้ พรรคจึงตัดสินใจเสนอร้อยเอกธรรมนัสเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว โดยความชัดเจนจากผลงานที่ผ่านมาได้พิสูจน์แล้วว่าพรรคมีความพร้อมที่จะเสนอชื่อดังกล่าว เพราะร้อยเอกธรรมนัสเป็นบุคคลที่มีความกล้า กล้าพูด กล้าโต้แย้ง และกล้ายืนหยัดพูดแทนพี่น้องเกษตรกรและประชาชน ไม่ว่าจะเป็นในเวทีสภา ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือแม้กระทั่งการเผชิญหน้ากับกลุ่มผู้ชุมนุมที่ออกมาเรียกร้องความเดือดร้อน โดยย้ำว่าไม่ใช่รัฐมนตรีทุกคนที่จะกล้าลงไปรับฟังม็อบด้วยตนเอง

ศ.ดร.นฤมล กล่าวเพิ่มเติมว่า ร้อยเอกธรรมนัสมักเลือกลงพื้นที่ไปนั่งพูดคุย รับฟังปัญหาของประชาชนอย่างใกล้ชิด เพราะเชื่อว่าการที่ประชาชนต้องเดินทางจากต่างจังหวัดมาปักหลักชุมนุมในกรุงเทพฯ สะท้อนว่าพวกเขากำลังเผชิญความเดือดร้อนอย่างแท้จริง จึงต้องลงไปฟังด้วยตนเองว่าสิ่งที่ประชาชนต้องการคืออะไร ซึ่งแนวทางเช่นนี้คือคุณสมบัติของตัวแทนที่พรรคเชื่อว่าสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศได้

ศ.ดร.นฤมล ย้ำด้วยว่า พรรคกล้าธรรมไม่ยึดแนวทางการเมืองที่เน้นการพูดเก่งหรือขายฝัน ไม่เสนอตัวเลขหรือเป้าหมายที่ไม่สามารถทำได้จริง แต่จะพูดและทำนโยบายเฉพาะในสิ่งที่สามารถดำเนินการได้จริงเท่านั้น พร้อมระบุว่าพรรคกล้าธรรมเป็นการรวมตัวของบุคคลที่มีลักษณะเดียวกัน คือเป็นคนกล้า ทำงานจริง และไม่เหมือนใคร โดยเชื่อมั่นว่าหากต้องร่วมรบในสนามการเมือง พรรคไม่เคยแพ้

ทั้งนี้ ศ.ดร.นฤมล ยังยกตัวอย่างชัยชนะจากการเลือกตั้งซ่อมที่ผ่านมา ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลจากความมุ่งมั่นและความทุ่มเทของทีมงานพรรค และทิ้งท้ายถึงการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ ว่าเป็นอีกหนึ่งสมรภูมิสำคัญ พร้อมตั้งคำถามว่าทุกคนมีความกล้าและความพร้อมมากพอหรือไม่ ก่อนย้ำว่าพรรคกล้าธรรมคือพรรคของคนกล้า และพร้อมเดินหน้าไปพบกันในสภาผู้แทนราษฎร

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...