10 ข่าวคอร์รัปชันแห่งปี 2568 ผลกระทบ-สิ่งที่ควรไปต่อในปี 2569
10 ข่าวคอร์รัปชันแห่งปี 2568 ขณะที่ปี 2569 คือบททดสอบสำคัญว่าประเทศไทยจะกล้ารื้อระบบโกง หรือปล่อยให้มันฝังรากลึกยิ่งกว่าเดิม
25 ธ.ค. 2568 - นายมานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ปี 68 เป็นปีแห่งการ "โกงเป็นเครือข่าย" มีหลายเหตุการณ์ที่นักการเมืองและชนชั้นนำได้กระทำเรื่องผิดความคาดหวังของสังคมอย่างไม่เกรงกลัวใคร ไม่สนใจจริยธรรม
ขณะที่ สว. และกรรมการองค์กรอิสระฯ จำนวนมากกลายเป็นภาระของบ้านเมือง จนการต่อต้านคอร์รัปชันเป็นเรื่องยาก ฉุดรั้งนิติรัฐและสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง
ดังกรณี 10 ข่าวคอร์รัปชัน ต่อไปนี้
- อาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่น (สตง.) ถล่ม คอร์รัปชันที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 86 คน เสียหายกว่า 2 พันล้านบาท แต่ไม่ปรากฏตัวคนบงการและสาเหตุที่ตึกถล่มอย่างแท้จริง เพราะรายงานการสอบสวนอย่างเป็นทางการถูกปกปิดอยู่ในลิ้นชักของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และรัฐบาล นำไปสู่การตั้งคำถามถึงมาตรฐานความปลอดภัยของอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย และการประเมิน ITA โดย ป.ป.ช. ว่าเชื่อถือได้เพียงใด
- วงการสงฆ์ เกิดวิกฤต "ศรัทธาและความไว้วางใจ" หลังปรากฏข่าวพระระดับเจ้าคุณหลายรูปโกงเงินวัด เฉพาะกรณีสีกากอล์ฟ มีมากถึง 13 ราย ในห้วงเวลา 3 ปีที่ตรวจสอบมีความเสียหายราว 385 ล้านบาท พฤติกรรมโกงเงินโกงศรัทธาสาธุชนยังถูกแฉต่อเนื่องถึงพระชื่อดังอื่น เช่น ข่าวพระอลงกต และอีก 181 ราย ที่ตำรวจสอบสวนกลางปูพรมไล่จับ
- การยึดและอายัดทรัพย์ 3 เครือข่ายสแกมเมอร์กว่าหมื่นล้านบาท มีชื่อที่ถูกตั้งข้อสงสัยโดยรัฐบาล และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ( ป.ป.ง.) คือ "ยิม เลียก-เบน สมิธ-ก๊ก อาน และเฉิน จื้อ" แต่ที่สะกิดใจสังคมมากคือข่าวและภาพถ่ายของคนดังที่ปรากฏสู่สังคมต่อเนื่องว่าพวกเขาเกี่ยวข้องได้เสียกันขนาดไหน เรื่องนี้ชี้ให้เห็นความเชื่อมโยงเป็นเนื้อเดียวกันระหว่าง "ส่วยสินบนของตำรวจ นักการเมือง นักธุรกิจไทย กับเครือข่ายทุนเทาระดับโลก" ที่ครอบงำอำนาจรัฐ จนสร้างความเดือดร้อนแก่คนไทยถึง 115,300 ล้านบาทต่อปี ท่ามกลางกลไกตรวจสอบของรัฐที่อ่อนแอ เลือกปฏิบัติ เต็มไปด้วยความลับ แต่พร้อมจะเล่นงานใครก็ตามที่คิดจะเปิดโปง
- รพ.ทหารผ่านศึก ถูกเปิดโปงการขบวนการทุจริตยาที่ทำมานาน 7 ปี มีหมอและผู้ร่วมขบวนการกว่า 20 คน สร้างความเสียหายราว 80 ล้านบาท ถูกเปิดโปงโดยหญิง "ผู้กล้า" ที่สละเวลาสองปีในการสืบสาวข้อมูล การทุจริตยา ยังถูกแฉซ้ำด้วยข่าวของหมอตำรวจหรือหมอแอร์ค้ายาเสียสาว และข่าวหมอทหารฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ปลอมให้คนไข้ การคดโกงในโรงพยาบาลที่เกิดขึ้นทั่วไปมายาวนาน จนกระทบต่อคุณภาพการให้บริการระบบบัตรทองและ 30 บาทรักษาทุกโรค และโรงพยาบาลของรัฐจำนวนมากกำลังขาดเงินหมุนเวียน
- นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยคนแรกที่ติดคุกจริง หลังติดคุกทิพย์เป็นเวลานานโดยอาศัย "ขบวนการบิดเบือนกฎหมายและความจริง" ด้วยนักการเมืองร่วมกับบางคนในกรมราชทัณฑ์และหมอในโรงพยาบาลตำรวจ จนกระทั่งมีการพิสูจน์ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ที่นำไปสู่คำตัดสินของศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง การเอื้อประโยชน์แก่พวกพ้องและบิดเบือนการบังคับใช้กฎหมายครั้งนี้ ได้ทำลายความเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรมของไทยในสายตานานาชาติและสังคมไทย
- พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมพวกกว่า 200 นาย ถูกคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจ (ก.ร.ตร.) มีมติชี้มูลความผิดทางวินัย ข้อหารับเงินจากขบวนการส่วยเว็บพนันออนไลน์ นับเป็นข่าวมัวหมองที่สุดของวงการตำรวจในรอบปี จนเกิดคำถามว่า "แล้วประชาชนจะพึ่งใคร?" เมื่อความไว้วางใจในกระบวนการยุติธรรมสั่นคลอน ความมั่นใจในการใช้ชีวิตอย่างมั่นคง ปลอดภัยของผู้คนย่อมเสื่อมลงไปเช่นกัน
- นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน อดีตรองประธานสภาผู้แทน ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยพ้นจากตำแหน่ง เพราะ "ทำผิดรัฐธรรมนูญ" จากการเสนองบประมาณโครงการที่มีลักษณะเป็นการจัดงบ เพื่อลงพื้นที่ตัวเอง เข้าข่ายมีส่วนได้เสียในใช้งบประมาณมูลค่า 443 ล้านบาท ในปี 68 พฤติกรรมเช่นนี้เป็นเรื่องปรกติของรัฐสภาไทย เพียงแต่ไม่ถูกเปิดเผยและเป็นคดี ทำให้งบประมาณกระจุกตัวในพื้นที่ของนักการเมืองบางคน สร้างความไม่เป็นธรรมแก่คนไทยทั้งประเทศ
- สำนักงานประกันสังคม กับข่าวฉาวในการจัดทำปฏิทินปีละ 50 ล้านบาท ซื้อตึกเก่า 7 พันล้านบาท แพงกว่าราคาตลาดเท่าตัว จ้างทำแอปพลิเคชันแพงเว่อร์มูลค่า 850 ล้านบาท และที่ลืมไม่ได้คือ ความพยายามขาย "หุ้นบางจาก" ให้กับบริษัท ชาเตอร์ กรุ๊ป จนตกเป็นข่าวอื้อฉาว ทั้งนี้ อย่าลืมว่า ความมั่นคงและทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงของสำนักงานประกันสังคม คือหลักประกันในชีวิตและสุขภาพของประชาชนกว่า 24.8 ล้านคนที่ควักเงินจ่ายคนละ 750 บาทต่อเดือน
- ห้องลับในเรือนจำ เพื่อบริการนักโทษ VVIP ตามบงการของ ผบ. เรือนจำ ข่าวนี้ตอกย้ำอีกครั้งว่าเรือนจำว่าแทบทุกแห่งเต็มไปด้วยการ "โกงเงินหลวง" และ "รับส่วยสินบนจากนักโทษ" เพื่อสิทธิพิเศษ ที่ใคร ๆ ก็รู้ แต่ผู้มีอำนาจต่างช่วยกันปฏิเสธตลอดมา เช่น เลื่อนชั้นนักโทษ ย้ายเข้าโรงพยาบาลทั้งที่ไม่ป่วยจริง ทุจริตค่าอาหาร การก่อสร้าง ฯลฯ
- 3 ป. จับสด เจ้าหน้าที่รัฐเก็บส่วย/ รับสินบน/ รีดไถ/ โกงหลวง ผลงานหลายสิบคดีที่เกิดขึ้นได้สะท้อนถึงความละโมบไม่เกรงกลัวกฎหมายของเจ้าหน้าที่รัฐ เช่น จับนักการเมืองท้องถิ่น ผู้มีอิทธิพลบุกรุกป่า พระชั้นผู้ใหญ่โกงเงินวัด เป็นต้น ดังนั้นการจับสดจึงเป็นก้าวใหม่ของความร่วมมือระหว่างตำรวจ ป.ป.ช., กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ที่คนไทยขอปรบมือให้
นายมานะ กล่าวว่า ตลอดปี 68 ยังปรากฏข่าวที่น่าเป็นห่วงถึงอนาคตของชาติว่าจะเดินต่อไปอย่างไร ประกอบด้วย
- เรื่องแรก การปล่อยผีสองคดีสินบนข้ามชาติ คือ คดีสวนปาล์มที่อินโดนีเซียและคดีสินบนโรลล์ รอยส์ ในบมจ. ปตท. (PTT) อีกคดีดังคือคดีฮั้วประมูลสร้างโรงพักทั่วประเทศ 6 พันล้านบาท ทั้งหมดนี้เอาผิดผู้บงการไม่ได้เลย
- เรื่องที่สอง ศึกเขากระโดงและคดีฮั้ว สว. เป็นพฤติกรรมชัดแจ้งในการใช้อำนาจของหน่วยงานรัฐและข้าราชการ มาเป็นเครื่องต่อรอง ทำลายล้างทางการเมือง จนหลักนิติรัฐของไทยตกต่ำ
- เรื่องที่สาม ความพยายามแก้สัญญาสัมปทานร้านค้าดิวตี้ฟรี และสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เป็นเรื่องน่ากังขาว่า อะไรสำคัญกว่ากันระหว่างผลประโยชน์ของชาติกับผลประโยชน์ทางธุรกิจของพวกพ้อง กฎหมายและธรรมาภิบาลในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐคืออะไรกันแน่ ทั้งสองโครงการจะเป็นเครื่องพิสูจน์ศักดิ์ศรีของไทยในสายตานานาชาติ
นอกจากนี้ ยังมีข่าวการเมืองการเลือกตั้งในรอบปี เริ่มจากวาทะดังออกสื่อของผู้ชนะเลือกตั้งเทศบาลธัญญบุรี ว่า "ชาวบ้านชอบกินหญ้าหวาน" อย่างไม่ละอายใจน่าอดสูอย่างยิ่ง
และอีกปรากฏการณ์ที่ต้องจับตาว่า คนไทยตื่นตัวเพียงใดในการเลือกตั้ง สส. ทั่วไปที่จะมาถึงนี้ คือเราจะต่อต้านพวกใช้เงินสกปรกจากธุรกิจผิดกฎหมายและทุนเทา มาซื้อเสียง ซื้อตัวนักการเมือง ได้อย่างไร หากหยุดไม่ได้คนโกงจะแปลงร่างเป็นนักการเมืองเข้าปกครองประเทศอย่างแน่นอน
"ความเห็นส่วนตัวผมคิดว่า ข่าวการยึดและอายัดทรัพย์ 3 เครือข่ายสแกมเมอร์กว่าหมื่นล้านบาท ของวงการธุรกิจผิดกฎหมายพวกฟอกเงินนั้นได้สร้างผลกระทบต่อสังคมในระดับโครงสร้าง เพราะเข้าไปเชื่อมต่อผลประโยชน์กับคนหลากหลายกลุ่ม และเอื้อประโยชน์ให้เกิดทุนเทาเข้าไปบั่นทอนกลไกการเมืองและไหลลามต่อกลไกเศรษฐกิจ ท้ายที่สุดย่อมส่งผลต่อความอยู่ดีมีสุขของประชาชน" นายมานะ กล่าว
นายมานะ กล่าวว่า ในการเลือกตั้ง อบต. วันที่ 11 ม.ค. 69 และเลือกตั้ง สส. ทั่วประเทศ วันที่ 8 ก.พ. 69 นี้ ขอให้คนไทยมาทำให้ 1 สิทธิ์ที่มีเป็น "1 สิทธิ์พลิกชีวิตมหาศาล" เลือกคนเก่ง คนดี เข้ามาทำงานรับใช้บ้านเมือง หยุดเลือกตั้งแบบเดิม ๆ ที่กาให้คนซื้อเสียง คนของบ้านใหญ่นักการเมือง ผู้มีอิทธิพล คนที่มีประวัติคดโกงทำมาหากินผิดกฎหมาย
อ้างอิง : Facebook : องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน