วิเคราะห์ 4 สาเหตุ สหรัฐฯถล่ม เวเนซุเอลา ยาเสพติด-พลังงาน-ภูมิรัฐศาสตร์-การเมือง
วิเคราะห์ 4 ประเด็น สหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการสายฟ้าแลบโจมตี เวเนซุเอลา ท่ามกลางข้ออ้างเรื่องยาเสพติด ความมั่นคง และการเปลี่ยนผ่านอำนาจชั่วคราว เหตุการณ์นี้สะท้อนเกมภูมิรัฐศาสตร์ พลังงาน และบทบาทมหาอำนาจของสหรัฐฯ ที่อาจเปลี่ยนดุลอำนาจลาตินอเมริกาและสั่นสะเทือนระเบียบโลก
4 ม.ค. 2569 - ภายหลังจากที่กองกำลังสหรัฐเปิดฉากโจมตีขนาดใหญ่แบบไม่ทันตั้งตัวต่อเวเนซุเอลา พร้อมจับกุมประธานาธิบดีเวเนซุเอลา นิโกลัส มาดูโร และภรรยาของเขา ซีเลีย ฟลอเรส โดยทั้งคู่ถูกตั้งข้อกล่าวหาในศาลแขวงภาคใต้ของรัฐนิวยอร์ก ในคดีค้ายาเสพติด ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศหลังประสบความสำเร็จในปฏิบัติการนี้ว่า สหรัฐฯจะเข้าควบคุมการบริหารเวเนซุเอลาจนกว่าจะถึงเวลาที่สามารถทำการเปลี่ยนผ่านอำนาจได้อย่างปลอดภัย เหมาะสม และรอบคอบ
การโจมตีเวเนซุเอลาของสหรัฐฯไม่อาจอธิบายได้ด้วยเหตุผลเพียงประโยคเดียว หรือจำกัดอยู่แค่คำอธิบายเรื่อง “ความมั่นคง” ตามถ้อยแถลงทางการเมือง หากแต่มันคือผลลัพธ์ของแรงกดดันที่สะสมมานานหลายปี ทั้งด้านการเมืองระหว่างประเทศ เศรษฐกิจพลังงาน ความมั่นคงในซีกโลกตะวันตก และบริบทการเมืองภายในสหรัฐฯ เอง เมื่อปัจจัยเหล่านี้มาบรรจบกันในช่วงเวลาเดียวกัน เวเนซุเอลาจึงกลายเป็นจุดปะทุที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
หากวิเคราะห์ต่อว่า อะไรคือสาเหตุที่สหรัฐต้องเล่นบทเข้มด้วยการถล่มเวเนซุเอลาแบบสายฟ้าแลบเช่นนี้ มี 4 ประเด็นที่น่าสนใจคือ
1. ข้อกล่าวหาเรื่องยาเสพติดและอาชญากรรมข้ามชาติ :
ประเด็นนี้เป็นเรื่องที่สหรัฐฯให้เป็นเหตุผลหลักในการเดินหน้าปฏิบัติการนี้ โดยตลอดทศวรรษที่ผ่านมา เวเนซุเอลาภายใต้การนำของนิโกลัส มาดูโร ถูกมองว่าเป็นรัฐที่ล้มเหลวทั้งในเชิงเศรษฐกิจ การเมือง และสถาบันรัฐ การล่มสลายของระบบเศรษฐกิจจากภาวะเงินเฟ้อรุนแรง การขาดแคลนอาหารและยา รวมถึงการปราบปรามฝ่ายต่อต้าน ทำให้ประเทศซึ่งครั้งหนึ่งเคยร่ำรวยจากน้ำมัน กลายเป็นต้นตอของวิกฤตมนุษยธรรมขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในลาตินอเมริกา ผู้อพยพหลายล้านคนไหลออกจากประเทศ กระทบต่อโคลอมเบีย เปรู บราซิล และท้ายที่สุดส่งแรงสะเทือนไปถึงชายแดนสหรัฐฯ ปัญหานี้จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่เป็นความไม่มั่นคงที่เคลื่อนเข้ามาในพื้นที่ผลประโยชน์โดยตรง
ในสายตาของสหรัฐฯ เวเนซุเอลาไม่ได้เป็นเพียงรัฐบาลที่บริหารล้มเหลว หากแต่เป็นพื้นที่ที่อาชญากรรมข้ามชาติฝังรากลึก ทั้งขบวนการค้ายาเสพติด การฟอกเงิน และเครือข่ายติดอาวุธที่เชื่อมโยงกับกลุ่มนอกกฎหมายในภูมิภาค การตั้งข้อกล่าวหาเชิง “ก่อการร้ายด้านยาเสพติด” ต่อผู้นำเวเนซุเอลาไม่ใช่เพียงการเล่นเกมการเมือง แต่สะท้อนกรอบความคิดด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ ที่มองว่ารัฐนี้กลายเป็นภัยคุกคามเชิงโครงสร้าง หากปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินต่อไป เวเนซุเอลาอาจกลายเป็นรัฐล้มเหลวถาวรในหลังบ้านของสหรัฐฯเอง
2. พลังงานและน้ำมัน :
การที่เวเนซุเอลาถือครองปริมาณสำรองน้ำมันมากที่สุดในโลก แม้กำลังการผลิตปัจจุบันจะตกต่ำอย่างหนัก แต่ในเชิงยุทธศาสตร์ ทรัพยากรนี้ยังมีน้ำหนักมหาศาล โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดพลังงานโลกเผชิญความผันผวนจากสงคราม การคว่ำบาตร และการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ สหรัฐฯ ไม่สามารถเพิกเฉยต่อความเป็นไปได้ที่แหล่งพลังงานขนาดยักษ์ในซีกโลกตะวันตกจะถูกดึงเข้าไปอยู่ในวงอิทธิพลของจีน รัสเซีย หรืออิหร่าน
3. ประเด็นด้านภูมิรัฐศาสตร์ :
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เวเนซุเอลากลายเป็นพันธมิตรสำคัญของ จีน–รัสเซีย–อิหร่าน โดยจีนให้เงินกู้และลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน รัสเซียสนับสนุนด้านการทหารและความมั่นคง ขณะที่อิหร่านมีบทบาทในภาคพลังงานและเครือข่ายความร่วมมือด้านยุทธศาสตร์ สำหรับสหรัฐฯแล้วนี่ไม่ใช่เพียงความสัมพันธ์ทางการทูตธรรมดา แต่คือการขยายอิทธิพลของฝ่ายตรงข้ามเข้ามาในพื้นที่ที่สหรัฐฯ ถือเป็นเขตอิทธิพลดั้งเดิม การโจมตีเวเนซุเอลาจึงเป็นสัญญาณเชิงยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนว่า ลาตินอเมริกาไม่ใช่พื้นที่ว่างทางอำนาจที่มหาอำนาจอื่นจะเข้ามาจัดวางหมากได้โดยไร้แรงต้าน
การเลือกใช้ปฏิบัติการแบบสายฟ้าแลบยังสะท้อนวิธีคิดทางทหารและการเมืองของสหรัฐฯ ในยุคปัจจุบัน นั่นคือการหลีกเลี่ยงสงครามยืดเยื้อที่บั่นทอนทั้งทรัพยากรและความชอบธรรม ปฏิบัติการที่รวดเร็ว ฉับไว และเน้นเป้าหมายเชิงสัญลักษณ์ มีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนสมดุลอำนาจในทันที ลดพื้นที่ให้ฝ่ายตรงข้ามตอบโต้ และสร้างแรงกระแทกทางจิตวิทยาทั้งในประเทศเป้าหมายและในเวทีระหว่างประเทศ ความเร็วในที่นี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องยุทธวิธี แต่เป็นหัวใจของยุทธศาสตร์ทั้งหมด
4. การเมืองภายในสหรัฐฯ :
ในอีกมิติหนึ่ง การเมืองภายในสหรัฐฯ ก็มีบทบาทอย่างมีนัยสำคัญ ผู้นำอเมริกันในทุกยุคตระหนักดีว่าการแสดงบทบาทผู้นำโลกและการใช้กำลังทางทหารในนามความมั่นคง มักช่วยสร้างทุนทางการเมืองในประเทศ โดยเฉพาะในช่วงที่สังคมเผชิญความแตกแยกหรือแรงกดดันทางเศรษฐกิจ ปฏิบัติการทางทหารที่ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วสามารถสร้างภาพลักษณ์ของความเด็ดขาดและความสามารถในการควบคุมสถานการณ์โลก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในสมการการเมืองภายใน สร้างความชอบธรรม จนถึงการเบี่ยงประเด็นขัดแย้งภายในประเทศ
เมื่อพิจารณารวมทั้ง 4 สาเหตุ การโจมตีเวเนซุเอลาจึงไม่ใช่การตัดสินใจเฉพาะหน้า และไม่ใช่ปฏิบัติการที่เกิดจากอารมณ์หรือแรงกดดันระยะสั้น แต่เป็นผลลัพธ์ของการคำนวณเชิงยุทธศาสตร์ที่ซับซ้อน เวเนซุเอลาในบริบทนี้ไม่ได้ถูกมองในฐานะประเทศหนึ่งประเทศใด หากแต่เป็นจุดตัดของปัญหาระดับโลก ตั้งแต่พลังงาน ความมั่นคง การแข่งขันของมหาอำนาจ ไปจนถึงการเมืองภายในของสหรัฐฯ เอง
เรียบเรียงโดย : การเงินธนาคาร
อ้างอิง : www.reuters.com , www.cbsnews.com , www.atlanticcouncil.org