เชลยศึกสงครามลาว (12) ปัญหาใหญ่ของ บก.ผสม 333
บทความพิเศษ | พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์
เชลยศึกสงครามลาว (12)
ปัญหาใหญ่ของ บก.ผสม 333
ต้นปี พ.ศ.2514 ระหว่างรอคอยการมาถึงของกองกำลังทหารเสือพรานซึ่งจัดตั้งขึ้นเป็นครั้งแรกเพื่อเข้ารับหน้าที่ต่อจากกรมผสมที่ 13 ที่จะหมดภารกิจในเดือนเมษายน พ.ศ.2514
บก.ผสม 333 ต้องเผชิญกับปัญหาสำคัญ 2 ประการ อันเกิดจากการระดมกำลังที่มีจำนวนเหนือกว่าเปิดการรุกตามแผนยุทธการ CAMPAIGN 74 B ของฝ่ายเวียดนามเหนือ
ปัญหาแรก : การคุกคาม บก.ฉก.วีพี ที่ล่องแจ้ง จากข้าศึกที่สามารถยึดบางส่วนของเนินสกายไลน์พื้นที่สูงข่มล่องแจ้งไว้ได้
ปัญหาที่สอง : การถูกปิดล้อมที่บ้านนา ของกองพันทหารราบ บีไอ-15 และกองร้อยทหารปืนใหญ่ บีเอ-13
ทหารเสือพรานแก้ปัญหา
14 กุมภาพันธ์ 2514 เพื่อแก้ไขสถานการณ์ด้านจำนวนจำนวนกำลังพลซึ่งตกเป็นรองฝ่ายเวียดนามเหนืออยู่มาก กองทัพบกก็ส่งมอบ 2 กองพันทหารเสือพราน บีซี 603 และ บีซี 604 มาให้ ฉก.วีพี เป็นการด่วนด้วยการเคลื่อนย้ายทางอากาศมาลงที่ล่องแจ้ง กองพันทหารเสือพรานทั้งสองนี้เพิ่งเสร็จสิ้นการฝึกจึงมีความสดชื่นและจิตใจรุกรบ บก.ฉก.วีพี จัดการวางกำลังส่วนนี้เข้าสถาปนาแนวตั้งรับป้องกันล่องแจ้งบนแนวสกายไลน์เพื่อแก้ปัญหาเร่งด่วนลำดับแรกคือการคุกคาม บก.ฉก.วีพี ทันที
บีซี 603 และ บีซี 604 จึงนับเป็นทหารเสือพรานรุ่นแรกแห่งตำนานรบทุ่งไหหิน
3 มีนาคม 2514 กำลังทหารเสือพรานจากประเทศไทยอีก 2 กองพันก็เดินทางมาเพิ่มเติมกำลังในพื้นที่การรบล่องแจ้งอีก ได้แก่ บีซี 605 และ บีซี 606 และอีก 6 วันต่อมา ทั้ง 2 กองพันหลังนี้ก็ได้รับภารกิจออกกวาดล้างข้าศึกบริเวณหน้าแนวสกายไลน์ออกไปจนถึงภูถ้ำแซ มุ่งสู่พื้นที่บ้านนาเพื่อแก้ปัญหาที่ 2 คือการช่วยเหลือกองพันทหารราบ บีไอ 15 และกองร้อยปืนใหญ่ บีเอ 11 ที่บ้านนา โดยเริ่มออกปฏิบัติการตั้งแต่ 9 มีนาคม 2514
บีซี 605 และ บีซี 606 สามารถกวาดล้างและขับไล่ข้าศึกบริเวณหน้าแนวสกายไลน์ออกไปได้ตามความมุ่งหมาย
แต่ก็มีข้าศึกจำนวนหนึ่งยังคงวางกำลังอยู่ที่บริเวณทิศตะวันออกของถ้ำตำลึง ซึ่งข้าศึกส่วนนี้อาจส่งกำลังแทรกซึมเข้าปฏิบัติการต่อฝ่ายเราที่บริเวณล่องแจ้งได้
ฉก.วีพี จึงได้จัดตั้ง “ฉก.บราโว่” ขึ้นเพื่อเป็น บก.ควบคุมเฉพาะกิจต่อ บีซี 605 และ บีซี 606 ในการปฏิบัติการร่วมกันเข้าตีผลักดันข้าศึกบริเวณถ้ำตำลึง-บ้านหินตั้งออกไป
โดยมีทหารปืนใหญ่จากฐานยิงซีบร้ายิงสนับสนุน
“แผนยุทธบรรจบ-Link Up Operation”
สําหรับความเร่งด่วนลำดับที่ 2 ที่บ้านนา บก.ฉก.วีพี กำหนดแผนการช่วยเหลือกองพันทหารราบ BI-15 และกองร้อยทหารปืนใหญ่ BI-13 ที่บ้านนาด้วย “การยุทธบรรจบ-Link Up Operation” โดยใช้ บีซี 605 และ บีซี 606 เข้าตีกระหนาบข้าศึกแบบ “คีม” จาก 2 ทิศทางแล้วมาบรรจบกัน ณ ที่หมายสุดท้ายบ้านนา โดยมี “ที่หมายระหว่างทาง” 2 แห่ง ซึ่งต้องเข้ายึดให้ได้ก่อนคือ “เนิน 1663” และ “เนินอานม้า”
29 มีนาคม 2514
ฉก.บราโว่นำกำลัง บีซี 605 และ 606 เคลื่อนย้ายจากเนินซีบร้า รวมกำลังกันเข้าตีที่หมายแรกที่เนิน 1663 ซึ่งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของบ้านนาประมาณ 4 ก.ม. โดยให้ บีซี 605 เข้าตีทางปีกซ้าย และ บีซี 606 เข้าตีทางปีกขวา
ซึ่งปรากฏว่าทั้ง 2 กองพันสามารถยึดที่หมายเนิน 1663 ได้ตามแผน และสังหารข้าศึกได้จำนวนหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่ยึดเนิน 1663 อยู่นี้ ทั้งสองหน่วยก็ถูกข้าศึกเข้าตีโต้ตอบและยิงโจมตีด้วยอาวุธหนักหลายครั้ง ทำให้เสียหายและบาดเจ็บไปจำนวนหนึ่ง
แต่ในที่สุดก็ยังคงยึดรักษาเนิน 1663 ไว้ได้
เมื่อสถาปนาที่มั่นบริเวณเนิน 1663 ได้อย่างแข็งแรงแล้ว กองพันทหารเสือพราน บีซี 605 จึงเริ่มการรุกเคลื่อนที่ต่อไปยังที่หมายที่สองซึ่งยังคงเป็นที่หมายระหว่างทางคือ “เนินอานม้า” โดยในชั้นต้นให้ บีซี 606 เป็นกองหนุนยึดรักษาที่มั่นอยู่ที่เนิน 1663 ไว้ก่อนเพื่อรอความคลี่คลายของสถานการณ์
เมื่อ บีซี 605 สามารถรุกคืบหน้าสู่เนินอานม้าได้ บีซี 606 จึงได้เคลื่อนที่ออกจากเนิน 1663 แล้วร่วมกันเข้าตีที่หมายสำคัญนี้ซึ่งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของบ้านนาประมาณ 2 ก.ม. และเป็นที่มั่นตั้งรับแข็งแรงบนเนินสูงข่มของข้าศึกแต่ถูกต้านทานอย่างหนัก ถึงแม้ว่าฝ่ายเราจะได้ใช้เครื่องบินโจมตีอย่างเต็มที่ก็ยังไม่สามารถผลักดันให้ข้าศึกถอนตัวออกไปจากที่มั่นได้
กองพันทั้งสองจึงชะลอการเข้าตี แต่ยังคงวางกำลังกดดันข้าศึกไว้ที่เชิงเนินอานม้า แล้วปรับแผนการการเข้าตีเพื่อยึดให้ได้ต่อไปตามแผน
ความหวังที่บ้านนา
บันทึกของ “หัวหน้าใจ” ใน “นรกบ้านนา” เกี่ยวกับสถานการณ์ที่บ้านนาในห้วงเวลาที่ บีซี 605 และ บีซี 606 เตรียมเข้ายึดเนินอานม้าตามแผนยุทธบรรจบเพื่อช่วยเหลือ บีไอ 15 และ บีเอ 13 เป็นดังนี้…
“ผมกินมื้อเช้าไปด้วยสายตาก็กวาดไปข้างหน้า โดยเฉพาะที่ฐานสุรินทร์ และเนินอานม้ามาทางด้านทิศใต้ รวมทั้งทิศตะวันตกจนถึงเนินตรวจการณ์ซึ่งเป็นภูมิประเทศโดยรอบที่สำคัญด้านนอกบริเวณบ้านนาที่ถูกข้าศึกยึดไปหมดแล้ว มองเห็นฐานปืนพานเซอร์ห่างไปไม่ไกลทางตะวันออกเฉียงใต้ สภาพฐานปืนทั้งแนวป้องกันและแนวลวดหนามดูทรุดโทรมพังเป็นส่วนใหญ่ บังเกอร์ก็พังร่องแร่งมองเห็นด้วยตาเปล่า บริเวณที่ว่างและสนามบินบ้านนาเต็มไปด้วยกองวัสดุเศษซากต่างๆ มากมายจากการโจมตีด้วยปืนใหญ่และอาวุธหนักของข้าศึกติดต่อกันมาเป็นเวลาประมาณ 2 เดือนแล้ว
ตอนนี้อยู่ในช่วงปลายมีนาคม สถานการณ์ทุกอย่างเป็นความวิกฤตที่สุดของพวกเราที่บ้านนา ในเวลานี้เราไม่มีเหลืออะไรที่จะสู้กับข้าศึก นอกจากการโจมตีทางอากาศอย่างเดียวในเวลากลางวัน ส่วนช่วงเวลากลางคืนเป็นเวลาที่ข้าศึกจะดำเนินการต่อฝ่ายเราได้ทุกอย่าง อีกความหวังก็คือหน่วยเหนือได้ส่งกำลังพี่น้องเสือพรานซึ่งกำลังรุกมุ่งมาที่บ้านนา น่าจะรุกมาทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้จากเมืองซำทองมาที่บ้านนา มาช่วยพวกเรา นั่นคือความหวังเดียวและเราต้องอดทนรอกันต่อไป”
กำลังพลกว่า 1,000 ชีวิตของกองพันทหารราบ BI-15 กับกองร้อยทหารปืนใหญ่ BA-13 ที่หมดสภาพและตกอยู่ในวงล้อมยังคอยความหวังสุดท้ายความหวังเดียวจาก “พี่น้องทหารเสือพราน” ต่อไป
ทั้งหมดนี้เป็นไปตามแผนของ พ.อ.ชวน “เราต้องทำให้ข้าศึกตกอยู่ในวงล้อม ให้ข้าศึกประสบกับความยากลำบากในการดำรงชีพ กินไม่ได้ นอนไม่ได้ และต้องอยู่ร่วมกับซากศพของผู้เสียชีวิต” ซึ่งไม่แตกต่างจากประสบการณ์ของเขาที่เดียนเบียนฟูเมื่อ 18 ปีที่แล้ว
ครั้งนั้นทหารฝรั่งเศสตกเป็นเชลยกว่า 7,000 คน
เนินอานม้า
เนินอานม้าเป็นเนินสูงข่มที่อยู่ห่างจากบ้านนาประมาณ 2 กิโลเมตรซึ่งฝ่ายเวียดนามเหนือยึดไว้ได้ มีการดัดแปลงพื้นที่เป็นป้อมและแนวบังเกอร์บนสันเนินอย่างแข็งแรงหนาแน่น สามารถตรวจการณ์และใช้เป็นฐานตั้งยิงของอาวุธหนักทั้งเครื่องยิงลูกระเบิด (ค.) และปืนไร้แรงสะท้อนถอยหลัง (ปรส.) ที่ใช้ยิงเล็งตรงมายังที่มั่นทหารไทยที่บ้านนาจนสร้างความสูญเสียและเสียหายอย่างหนักตลอดเกือบ 2 เดือนที่ผ่านมา
เนินอานม้าจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการต่อสู้ครั้งนี้ ยึดเนินอานม้าได้ก็สามารถขับไล่ทหารเวียดนามเหนือที่ยึดครองและสร้างความได้เปรียบทหารไทยที่ฐานบ้านนามาเป็นระยะเวลายาวนาน ควบคุมเนินอานม้าได้ก็หมายถึงความอยู่รอดของกองพันทหารราบ BI-15 และกองร้อยทหารปืนใหญ่ BA-13 ที่ตกอยู่ในวงล้อมนรกบ้านนาแห่งนี้มาแล้วกว่า 2 เดือน
“หัวหน้าใจ” เฝ้าดูเหตุการณ์ “พี่น้องทหารเสือพราน” เข้าตีเนินอานม้าจากฐานบ้านนาอย่างใจจดใจจ่อ เพราะนี่คือทางรอดทางเดียวของทหารไทยเกือบ 1,000 ชีวิตที่ฐานบ้านนา และได้บันทึกภาพที่เห็นไว้ใน “นรกบ้านนา” ดังนี้
“ผมเปิดวิทยุ PRC-25 ฟังข่าวสถานการณ์จึงทราบว่าเพื่อนพี่น้องเสือพรานของเรากำลังรุกใกล้บ้านนาเข้ามาแล้ว ถ้าเข้าใจไม่ผิดน่าจะเป็นทหารเสือพรานสองกองพันกำลังรุกคืบเข้ามาที่บ้านนา ใช้รหัสว่า ‘สวนกุหลาบ’ กับ ‘เทพศิรินทร์’ กำลังเล่น ‘แข่งฟุตบอล’ กันเข้ามาแล้ว ผมก็เริ่มมีความหวังและเข้าใจกับสถานการณ์ของเราที่บ้านนาและนั่งฟังมอนิเตอร์เหตุการณ์พี่น้องเสือพรานของเราพูดวิทยุติดต่อกันอยู่ตลอดเวลา บางครั้งก็รู้ว่ากำลังปะทะกับข้าศึก ฝ่ายเรากำลังดำเนินกลยุทธ์ต่างๆ กับข้าศึก บางครั้งก็ได้ยินเหมือนเสียงระเบิดดังอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ แต่ได้ยินเสียงเบาๆ แต่ก็พอจะรู้ว่ามีการสู้รบกันบริเวณนั้นและในทิศทางนั้นแน่นอน
ผมยังคงเปิดวิทยุ PRC-25 ฟังข่าวการสู้รบของพี่น้องเสือพรานของพวกเราในคูเรดหน้าบังเกอร์ เมื่อเริ่มมืด ความมืดย่างเข้ามา ผมยังติดตามสถานการณ์ของฝ่ายเราต่อไป และที่บ้านนาไม่มีสถานการณ์ใดๆ นอกจากความเงียบเท่านั้น ข้าศึกคงกำลังพะวงกับการสกัดการรบของพี่น้องเสือพรานของเราที่กำลังรุกเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
ช่วงเวลานี้มันจึงปล่อยพวกเราที่บ้านนาไว้ก่อนและเป็นอีกวันและคืนหนึ่งที่พวกเราที่บ้านนาอยู่กันอย่างสบายโดยไม่มีเหตุการณ์ใดๆ
รุ่งขึ้นอีกวัน 4 เมษายน พ.ศ.2514 ในตอนเช้า ผมตื่นขึ้นมากินอาหารเช้าพร้อมกับเปิดวิทยุฟังข่าวการสู้รบของพวกเราพี่น้องเสือพรานต่อตั้งแต่เช้า ในวันนี้สถานการณ์การสู้รบเริ่มชัดเจนมากขึ้น เสียงระเบิดและเสียงปืนจากการสู้รบด้านเนินอานม้าเริ่มชัดเจนได้ยินชัดมากขึ้นเรื่อยๆ และมีการรบกันอย่างหนัก เห็นเนินอานม้าโดนระเบิดจากฝ่ายเราและมีเสียงปืนยิงโต้ตอบกันทั้งจากเนินอานม้าและพื้นที่โดยรอบอยู่ตลอดเวลา
จากการดักฟังทางวิทยุทราบว่าสองกองพันของเรากำลัง ‘เล่นฟุตบอล’ คือเข้าตีและปิดล้อมเพื่อยึดเนินอานม้าตั้งแต่เช้าตรู่ของวันนี้ มีการสู้รบกันอย่างหนักระหว่างฝ่ายเรา และข้าศึกซึ่งเนินอานม้ามีภูมิประเทศที่เหมาะที่จะตั้งรับและได้เปรียบจากการเข้าตีของฝ่ายเรามาก เนื่องจากเป็นยอดเขาที่มีสันเขาเล็ก บาง ยาว และสูงพอสมควร เป็นปราการตั้งรับอย่างดีกับฝ่ายข้าศึก ทราบว่าพวกเราทุ่มกำลังเข้ายึดหลายครั้งแล้วแต่ยังไม่สำเร็จและถูกข้าศึกต่อต้านอย่างหนักจากอาวุธหนัก
แม้พวกเราจะระดมโจมตีข้าศึกด้วยอาวุธอย่างหนักก็ตาม ทั้งกำลังพลและอาวุธทั้งสองกองพันก็ยังไม่สามารถบุกยึดเนินอานม้าได้
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เชลยศึกสงครามลาว (12) ปัญหาใหญ่ของ บก.ผสม 333
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly