โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ส.อ.ท.ร่วมต้านคอร์รัปชัน

Thairath Money

อัพเดต 24 พ.ย. 2568 เวลา 21.13 น. • เผยแพร่ 24 พ.ย. 2568 เวลา 21.12 น.
ภาพไฮไลต์

ภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ท้าทายที่สุดอีกครั้ง นับตั้งแต่วิกฤติต้มยำกุ้งปี 2540 และวิกฤติโควิดปี 2563 จากแรงกดดันสารพัดปัจจัยลบ

นายนาวา จันทนสุรคน รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า หากรัฐบาลและภาคเอกชนยังไม่สามารถทำงานร่วมกันเพื่อเร่งการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจได้ทันการในไตรมาสแรกของปีหน้า เศรษฐกิจหมุนเวียนภายในประเทศไทยจะถดถอย การจ้างงานจะยิ่งได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง อัตราการว่างงานจะมากขึ้น ซึ่งจะซ้ำเติมปัญหากำลังซื้อในประเทศให้ยิ่งทรุดตัวแย่ลงไปอีก

รองประธาน ส.อ.ท.ระบุว่า ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดเมื่อเทียบกับนานาประเทศ คือผลดัชนีการรับรู้คอร์รัปชัน (Corruption Perceptions Index : CPI) ล่าสุด สำรวจโดยองค์กรเพื่อ

ความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International : TI) จากคะแนนเต็ม 100 ประเทศไทยได้เพียง 34 คะแนนเท่านั้น ตกต่ำแย่กว่าสิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม และอินโดนีเซีย อย่างน่าเป็นห่วง ช่องว่างคะแนนที่ถ่างออกคือสัญญาณชัดเจนว่าปัญหาคอร์รัปชัน โดยเฉพาะต้นน้ำในระดับผู้มีอำนาจทางการเมืองได้บั่นทอนความสามารถทางการแข่งขันของประเทศไทย

ส.อ.ท.จึงได้ร่วมกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) จัดตั้ง “คณะทำงาน Zero Corruption กกร. และเพื่อน ไม่ทน” เพราะประเทศไทยไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นใดๆได้ หากยังมีนักการเมือง เจ้าหน้าที่รัฐ และผู้ประกอบการสีเทา สมคบคิดแสวงหาผลประโยชน์และทำลายการบังคับใช้กฎหมาย

นายนาวากล่าวว่า ตนยังได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในคณะทำงาน Zero Corruption ของ กกร. และพันธมิตร โดยจะยึดหลักการ “ส่งเสริมคนดี ราวีคนเลว” ซึ่งหมายถึง การยกย่องผู้ปฏิบัติหน้าที่อย่างซื่อสัตย์ และเปิดโปงผลักดันให้มีการดำเนินการขั้นเด็ดขาดต่อผู้ทุจริตบ่อนทำลายระบบ ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งระดับใดก็ตาม

กรณีตัวอย่างที่คณะทำงานจะติดตามอย่างใกล้ชิดคือ ช่องโหว่การปล่อยสินค้าทั้งนำเข้าจากต่างประเทศและผลิตในประเทศไทย ซึ่งไม่ผ่านมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) รวมถึงการเลี่ยงภาษีอากร ที่สร้างความเสียหายทั้งต่อความปลอดภัยสาธารณะ รายได้ประเทศชาติ และเอาเปรียบผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกกฎหมาย

ในระยะเวลาที่ผ่านมา ส.อ.ท.มีโอกาสได้นำเสนอแนวทางดำเนินการแก้ไขปัญหาของประเทศชาติต่อรัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล และคณะรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ซึ่งได้รับข้อเสนอจากภาคเอกชนแล้วนำไปลงมือปฏิบัติอย่างจริงจังจนเริ่มเกิด Quick Big Win หลายประการแล้ว อย่างไรก็ตาม ส.อ.ท.ยังคงมีความกังวลอย่างยิ่งกับบางกระทรวงที่ยังไม่มีผลงานชัดเจน และมีข้อสงสัยจากสาธารณชนว่ามีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับกลุ่มทุนสีเทาที่อาจบิดเบือนการใช้อำนาจรัฐ เพราะหากยังปล่อยให้กลไกรัฐบางส่วนถูกชักใยโดยกลุ่มทุนสีเทา ประเทศไทยย่อมพ่ายแพ้ในห้วงเวลาที่โลกกำลังเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างรวดเร็วนี้

ทั้งนี้ จากการที่แนวโน้มปี 2569 มีการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยมีโอกาสเติบโตเพียง 1.6% ซึ่งถือว่าต่ำกว่าศักยภาพของประเทศไทยที่เคยเป็นและที่ควรจะเป็น เทียบกับสิงคโปร์ มาเลเซีย ที่ยังมีความได้เปรียบเชิงโครงสร้าง รวมถึงเวียดนามและอินโดนีเซียที่ยังรักษาอัตราการเติบโตสูง ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องเร่งปฏิรูปเชิงระบบ มิฉะนั้น ช่องว่างการแข่งขันจะยิ่งขยายตัวจนยากจะไล่ทันในระยะยาว

ในด้านการบริหารองค์กร ส.อ.ท. ซึ่งเดินหน้าภายใต้แนวทาง “One FTI” อย่างเข้มแข็งในระยะเกือบ 4 ปีที่ผ่านมา และปัจจุบันยังได้ผลักดันภารกิจเร่งด่วนที่ประเทศต้องทำทันที ได้แก่ 1.ปราบปรามคอร์รัปชันทุกระดับ 2.ปฏิรูปกฎหมายและระบบบังคับใช้ให้เข้มงวด 3.พัฒนาและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย 4.สร้างสภาพแวดล้อมธุรกิจที่โปร่งใสแข่งขันได้ และดึงดูดการลงทุนระยะยาว และ 5.ผลักดันนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์และ SMEs อย่างเป็นรูปธรรม

ส.อ.ท.ต้องการความต่อเนื่องของนโยบาย และผู้นำที่มีประสบการณ์อุทิศตนทำงานเพื่อ ส.อ.ท. ยาวนานหลายสมัยเข้าใจปัญหาอุตสาหกรรมจริง ผ่านการร่วมทุกข์ร่วมสุขกับสมาชิกสภาอุตสาหกรรมจังหวัด และกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆมานับครั้งไม่ถ้วน ในยามที่หลายอุตสาหกรรมเผชิญแรงกดดันหนักที่สุดในรอบหลายปี เพื่อพร้อมทำงานได้ทันทีตั้งแต่วันแรก ให้ ส.อ.ท.เดินหน้าภารกิจต่อได้อย่างมั่นคง แข็งแกร่ง เป็นเอกภาพ และเสียงของ ส.อ.ท.มีพลังต่อไป โดยเป้าหมายต่อเนื่องของ ส.อ.ท. คือ การยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมของประเทศไทยทั้งระบบ ควบคู่กับการดูแล SMEs ให้อยู่รอด ยืนและเติบโตได้ในยุคการแข่งขันรุนแรง ทุกการตัดสินใจต้องตั้งอยู่บนหลักประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติ ประชาชน และอุตสาหกรรมส่วนรวมเพื่อช่วยให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวกลับมา และประเทศไทยยืนได้อย่างสง่างามบนเวทีโลก

“ส.อ.ท.เชื่อมั่นว่าประเทศไทยยังมีศักยภาพมหาศาล พร้อมฟื้นตัวและก้าวพ้นหล่มที่ตกยืดเยื้อมานาน หากทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างจริงจัง”.

เจริญสุข ลิมป์บรรจงกิจ

คลิกอ่านคอลัมน์ “The Issue” เพิ่มเติม

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ส.อ.ท.ร่วมต้านคอร์รัปชัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...