คุยกับ ‘พัชรคีรี-นิสิตจุฬาฯ' ผู้พัฒนาแอป “หาดใหญ่ต้องรอด” แจ้งพิกัดผู้ประสบภัยแบบ Real Time
คอลัมน์: สัมภาษณ์ ผู้เขียน: สุวัฑ แซงลาด
ในสถานการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดสงขลา-หาดใหญ่ หนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ถูกนำมาใช้ช่วยเหลือผู้ติดค้างกลางน้ำ คือแพลตฟอร์ม “HatyaiTongrod” หรือ “หาดใหญ่ต้องรอด” เว็บแอปพลิเคชั่นที่เปิดให้ผู้ประสบภัยปักหมุดพิกัดและแจ้งความต้องการแบบ Real Time เพื่อให้ผู้ช่วยเหลือสามารถเข้าถึงข้อมูลและเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุได้ทันที โดยโครงการนี้เกิดขึ้นจากฝีมือของนิสิตชั้นปี 2 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ต้องการใช้ทักษะด้านเทคโนโลยีช่วยบรรเทาสถานการณ์วิกฤตในบ้านเกิดภาคใต้ของเขา
“ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสพูดคุยกับ นายพัชรคีรี สีชาติ ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มดังกล่าว ถึงที่มา แนวคิด วิธีทำงานของระบบ รวมถึงมุมมองต่อการจัดการภัยพิบัติในภาคใต้ และความเป็นไปได้ในการนำไปใช้ต่อในอนาคต
แรงบันดาลใจจากบ้านเกิด สู่แพลตฟอร์มช่วยเหลือผู้คน
นายพัชรคีรีเล่าว่า ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ชั้นปี 2 คณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และรับผิดชอบพัฒนาแพลตฟอร์มนี้เพียงคนเดียว โดยแรงจูงใจเกิดจากความผูกพันกับพื้นที่ภาคใต้ เนื่องจากเป็นคนจังหวัดพัทลุง เมื่อเห็นข่าวน้ำท่วมรุนแรงในสงขลา-หาดใหญ่ จึงต้องการทำบางอย่างที่ช่วยให้ประชาชนรู้สึกอุ่นใจ แม้จะไม่ได้อยู่ในพื้นที่ก็ตาม
เขามองว่าในช่วงเวลาวิกฤต ประชาชนควรเข้าถึงความช่วยเหลือให้เร็วที่สุด จึงออกแบบระบบให้ทำหน้าที่เป็น “แพลตฟอร์มกลาง” ระหว่างผู้ประสบภัยและผู้ที่ต้องการเข้าไปช่วยเหลือ โดยไม่จำเป็นต้องรอเฉพาะหน่วยงานภาครัฐหรือทีมกู้ภัยเท่านั้น
ในระยะเริ่มต้นเขายังไม่ทราบว่าพื้นที่ใดได้รับผลกระทบหนักที่สุด แต่เมื่อระบบเริ่มเปิดให้ใช้งาน ข้อมูลที่หลั่งไหลเข้ามาแบบเรียลไทม์ ทำให้เห็นชัดว่ามีการขอความช่วยเหลือจำนวนมากกระจุกตัวในบริเวณ “เขต 8” ในตัวเมืองหาดใหญ่ ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในข้อมูลสำคัญต่อการวางแผนเข้าพื้นที่ของอาสาสมัครหลายชุด
ออกแบบให้ใช้งานง่าย เห็นพิกัดและสถานการณ์ทันที
จุดเด่นสำคัญของ HatyaiTongrod คือโครงสร้างระบบที่เรียบง่ายเพื่อให้ใช้งานได้ทันทีในสถานการณ์คับขัน ผู้ประสบภัยสามารถเปิดหน้าเว็บ ปักหมุดตำแหน่ง ระบุความช่วยเหลือที่ต้องการ เช่น อาหาร ยา น้ำดื่ม หรือการอพยพ และส่งข้อมูลขึ้นระบบกลางได้ทันที
ด้านผู้ที่ต้องการเข้าไปช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นอาสาสมัคร หน่วยกู้ภัย หรือประชาชนทั่วไป สามารถกดดู “แผนที่สด” ซึ่งแสดงหมุดตำแหน่งผู้ที่ร้องขอความช่วยเหลือแบบเรียลไทม์ หากต้องการเข้าไปช่วย สามารถกดนำทางเข้าพื้นที่ได้ทันทีผ่าน Google Maps ซึ่งเชื่อมต่อไว้ในระบบโดยตรง
ตลอดช่วงวิกฤตรอบล่าสุด ระบบสามารถรายงานเคสที่ขึ้นสถานะ “ได้รับการช่วยเหลือแล้ว” รวมแล้วกว่า 100 เคส โดยเป็นการกดอัพเดตสถานะของผู้ใช้งานเอง ทั้งนี้ พัชรคีรีระบุว่า เนื่องจากตัวเขาอยู่ที่กรุงเทพฯ จึงไม่ได้อยู่หน้างานจริง แต่คอยดูแลระบบหลังบ้าน ทำหน้าที่มอนิเตอร์ Server และรับข้อความจากผู้ใช้หรืออาสาสมัครที่ต้องการให้ปรับปรุงการใช้งาน
ข้อมูล Real Time สำหรับประชาชน และข้อมูลลึกสำหรับหน่วยงานรัฐ
หนึ่งในบทบาทสำคัญของแพลตฟอร์ม คือการจัดการ “ข้อมูล” ให้เป็นประโยชน์มากที่สุดต่อภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยข้อมูลที่แสดงบนหน้าเว็บ เช่น จำนวนผู้ขอความช่วยเหลือ พิกัด และสถานะการช่วยเหลือ เป็นข้อมูลเรียลไทม์ที่ดึงจากหลังบ้านโดยตรง เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าดูได้เพื่อการประสานงานภาคประชาชน
ส่วนข้อมูลเชิงลึก เช่น เบอร์ติดต่อ รายละเอียดของผู้ประสบภัย จะถูกจำกัดสิทธิให้เฉพาะหน่วยงานที่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลในเชิงปฏิบัติการ โดยต้องขอรหัสเข้าระบบหลังบ้าน ซึ่งมีทั้งหน่วยงานรัฐและกลุ่มอาสาสมัครติดต่อเข้ามาใช้งานจริงในช่วงน้ำท่วม
เมื่อถูกถามถึงความกังวลด้านสิทธิบัตรหรือการโดนคัดลอกโมเดล พัชรคีรีระบุว่า ยังไม่ได้ดำเนินการด้านสิทธิบัตรใด ๆ เนื่องจากสถานการณ์คับขันเกินกว่าจะมาคิดเรื่องนี้ ที่สำคัญ เขาทำด้วยความตั้งใจช่วยเหลือประชาชนเป็นหลัก โดยไม่ได้มีวัตถุประสงค์เชิงพาณิชย์
มุมมองต่อการจัดการภัยพิบัติของรัฐจากข้อมูลที่พบ
แม้พัชรคีรีจะขอไม่วิจารณ์ประเด็นการบริหารงานของรัฐในเชิงลึก เนื่องจากไม่ได้อยู่ในพื้นที่ แต่ข้อมูลที่แพลตฟอร์มบันทึกไว้ สะท้อนปริมาณความต้องการความช่วยเหลือจำนวนมากในช่วงเริ่มต้น โดยเฉพาะในเขตเมืองหาดใหญ่
เขาเผยว่า มีผู้ประสบภัยขอความช่วยเหลือผ่านระบบกว่า 10,000 ราย เฉพาะในอำเภอหาดใหญ่เพียงแห่งเดียว ซึ่งสะท้อนภาระงานจำนวนมากของทีมกู้ภัยและหน่วยงานท้องถิ่นในช่วงนั้น
ในมุมมองของผู้พัฒนา เทคโนโลยีและการรวมกลุ่มของประชาชนสามารถช่วยให้การจัดการภัยพิบัติมีประสิทธิภาพมากขึ้น และยังอาจเป็นแรงผลักดันให้รัฐพัฒนาแพลตฟอร์มหรือระบบข้อมูลของตนเองให้ตอบสนองสถานการณ์ได้ดีขึ้น
ความปลอดภัยของข้อมูล และระบบที่รองรับการใช้งานทั่วประเทศ
ในด้านความปลอดภัย พัชรคีรีระบุว่า ระบบหลังบ้านของแพลตฟอร์มทำงานร่วมกับระบบของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และใช้โครงสร้างส่วนสำคัญของ Google ทั้งระบบ Login และ Google Maps ซึ่งช่วยรับรองความปลอดภัยของข้อมูลและลดความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน
เขามองว่าแพลตฟอร์มนี้สามารถนำไปใช้ได้ทั่วประเทศ ไม่จำกัดเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ เนื่องจากเป็นระบบที่ “Scalable” และสามารถปรับให้เข้ากับลักษณะของพื้นที่น้ำหลากในจังหวัดอื่น ๆ ได้ เช่น เหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลันในภาคเหนือหรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
“ข้อมูลทุกชุดเป็น Real Time จริงทั้งหมดครับ ประชาชนทั่วไปเข้าไปดู ‘แผนที่สด’ ได้เลยไม่ต้องใช้รหัส แต่ถ้าเป็นหน่วยงานที่ต้องการข้อมูลละเอียด ก็จะมีรหัสหลังบ้านสำหรับเข้าไปดู”
พัชรคีรีบอกว่า ยังไม่ได้จดสิทธิบัตร เพราะในช่วงน้ำท่วม เขาคิดเพียงอย่างเดียวคือ “ทำให้คนใช้ได้ทันที”
“ตอนนั้นมันไม่ทันคิดเรื่องสิทธิหรือคนก๊อบปี้ไอเดียครับ ผมทำเพราะอยากช่วย จริง ๆ เห็นมีคนทำแพลตฟอร์มคล้าย ๆ กันออกมา ก็ยิ่งดี ถือว่าช่วยคนด้วยกัน” พัชรคีรีกล่าว
พร้อมส่งต่อให้รัฐ หากต้องการนำไปใช้ในระยะยาว
แม้โครงการนี้จะเริ่มต้นจากแรงบันดาลใจส่วนตัวของนิสิตคนหนึ่ง แต่หลังจากเปิดใช้งานก็มีหน่วยงานภาครัฐและภาคประชาชนเข้ามาใช้งานจริงอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามจนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีการติดต่อจากหน่วยงานรัฐในลักษณะเป็นทางการเพื่อร่วมพัฒนา หรือขอนำระบบไปใช้อย่างต่อเนื่อง
เมื่อถามถึงอนาคต พัชรคีรีระบุว่า หากหน่วยงานรัฐสนใจนำไปใช้ เขายินดีส่งต่อหรือร่วมพัฒนาต่อ เนื่องจากเชื่อว่า หากระบบถูกนำไปใช้ตั้งแต่ระยะแรกของภัยพิบัติ จะสามารถช่วยเหลือผู้คนได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
โอกาสต่อยอด และบทบาทของคนรุ่นใหม่ในภัยพิบัติยุคใหม่
ประสบการณ์จากการพัฒนา HatyaiTongrod ทำให้พัชรคีรีเห็นแนวโน้มว่าภัยพิบัติน้ำท่วมในภาคใต้ทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยระบุจากประสบการณ์ส่วนตัวว่า ฝนตกหนักและน้ำหลากเกิดถี่กว่าสมัยก่อน ซึ่งเป็นสัญญาณว่าพื้นที่จำเป็นต้องมีระบบเตือนภัยและแพลตฟอร์มข้อมูลที่ตอบสนองได้เร็วกว่าเดิม
ในขณะเดียวกัน การมีส่วนร่วมของประชาชนและเทคโนโลยีที่ใช้งานง่ายกำลังกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของการรับมือภัยพิบัติยุคใหม่ ซึ่งช่วยให้ข้อมูลจากพื้นที่จริงถูกส่งถึงมือผู้ช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว ลดภาระงานของภาครัฐ และเพิ่มโอกาสเข้าถึงผู้ประสบภัยได้ทันท่วงที
วิธีใช้งาน : แจ้งขอความช่วยเหลือ 5 ขั้นตอน
สำหรับผู้ที่ติดอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมและต้องการความช่วยเหลือ สามารถทำตามขั้นโดยง่ายดังนี้ – เข้าสู่เว็บไซต์ที่ลิงก์ https://kaitodhatyaii.vercel.app/ – ยืนยันตัวตน กดปุ่ม “เข้าสู่ระบบ” (หากเปิดบนมือถือ ให้แตะที่เมนู 3 ขีด มุมขวาบนก่อน) – ปักหมุดตำแหน่ง ระบุตำแหน่งที่คุณอยู่บนแผนที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าถึงได้อย่างแม่นยำ – ระบุข้อมูลสิ่งของที่ต้องการ เช่น จำนวนคนติดอยู่กี่คน ต้องการน้ำ อาหาร ยา หรือความช่วยเหลือทางการแพทย์ – รอรับการติดต่อ ข้อมูลของท่านจะขึ้นบนระบบเพื่อให้เจ้าหน้าที่หรือจิตอาสาที่อยู่ใกล้เคียงเข้าช่วยเหลือ ลบหมุดเมื่อเสร็จสิ้น เมื่อท่านได้รับความช่วยเหลือเรียบร้อยแล้ว รบกวนเข้าไป‘ลบหมุด’ ของตัวเองออกด้วย เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทราบสถานะและสามารถกระจายกำลังไปช่วยเหลือเคสอื่น
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : คุยกับ ‘พัชรคีรี-นิสิตจุฬาฯ’ ผู้พัฒนาแอป “หาดใหญ่ต้องรอด” แจ้งพิกัดผู้ประสบภัยแบบ Real Time
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net