GWM เป็น ‘นัมเบอร์วัน’ ด้านบริการหลังการขาย
คอลัมน์ : สัมภาษณ์
ขณะที่ค่ายรถอีวีจากจีน ที่เข้ามาทำตลาดในบ้านเรากำลังชุลมุน ในช่วงส่งท้ายของมาตรการอีวี 3.0 กลยุทธ์ “สงครามราคา” ถูกนำมาขับเคลื่อนยอดขาย เพื่อระบายสต๊อกกันอีกระลอก
แต่ผู้บริหารหนุ่มอารมณ์ดี “เวย์น โจว” กรรมการผู้จัดการ บริษัท เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ GWM กลับมองตรงข้ามเขาประกาศจุดยืนที่ชัดเจนว่า GWM ไม่เข้าร่วมสงครามแน่นอน จะเป็นอย่างไรไปติดตามกัน
ไม่ร่วมสงครามราคา
GWM ยืนยันชัดเจนมาตลอดว่า ไม่มีนโยบายเข้าร่วมสงครามราคามาตั้งแต่ต้น แต่สิ่งที่ GWM ต้องการทำมากกว่าคือ การ “เพิ่มคุณค่า” ให้ลูกค้ามากกว่าการ “ลดราคา”
สถานการณ์ตลาดในปัจจุบันมีความยากลำบาก เราเข้าใจว่าทุกคนไม่อยากร่วมทำสงครามราคา แต่เพราะผลกระทบจากมาตรการอีวี 3.0 ทำให้ทุกคนต้องพยายามผลิตชดเชยให้ได้
อีกทั้งเมื่อเข้าสู่มาตรการ อีวี 3.5 เงื่อนไขเงินสนับสนุนก็จะลดลงจาก 150,000 บาท เหลือเพียง 100,000 บาท แรงจูงใจในการซื้อรถใหม่ก็ถูกลดทอนลงไปด้วย ค่ายรถจึงต้องพยายามเร่งระบายสต๊อก สร้างยอดขายให้มากที่สุด ซึ่งแต่ละแบรนด์ก็จะมีวิธีการที่แตกต่างกันออกไป
GWM เรามองระยะยาวเราต้องการปกป้องลูกค้าและอุตสาหกรรมยานยนต์ด้วยการเสนอผ่านแคมเปญรูปแบบต่าง ๆ นี่คือสิ่งสำคัญที่บริษัทแม่ เน้นย้ำให้เป็นนโยบายหลักของเรา
ไร้ปัญหาผลิตชดเชย อีวี 3.0
ถือเป็นความโชคดี เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา GWM ทำงานตามเงื่อนไขที่รัฐบาลกำหนด เราจะต้องผลิตชดเชยตามมาตรการอีวี 3.0 ที่ระดับ 12,000 คัน ซึ่งปัจจุบันเรามียอดขายในประเทศไปแล้วกว่า 5,000-6,000 คัน และมีการผลิตเพื่อส่งออก ไปแล้ว 3,000 คัน บวกกับเงื่อนไขที่รัฐบาลให้สิทธิกับผู้ผลิตเพื่อส่งออกคิดเป็น 1 ต่อ 1.5 คัน เท่ากับว่า มียอดผลิตตรงนี้ไปแล้ว 4,000 คัน เท่ากับว่าวันนี้เราต้องผลิตคืนอีก 1,000-2,000 คันเท่านั้น ซึ่งไม่ใช่เรื่องน่ากังวลแต่อย่างใด
GWM มีแรงกดดันน้อยกว่าหลาย ๆ แบรนด์ และช่วงนี้ถือเป็นเวลาที่ดีที่สุดของคนซื้อ ORA Good Cat
ตลาดอีวีโต 50%
ปีนี้รถอีวีมีการเติบโตถึง 50% มีส่วนแบ่งทางการตลาด 15-20% ของยอดขายรถยนต์โดยรวมที่ 590,000-600,000 คัน ปัจจัยที่ทำให้รถยนต์ไฟฟ้ามีการเติบโตมาก เนื่องมาจากมีแบรนด์รถยนต์ใหม่ ๆ เข้ามามากขึ้น ทำให้มีการแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง บวกกัการสิ้นสุดของนโยบายอีวี 3.0 ที่ทุกคนต่างก็พยายามจะใช้สิทธิตรงนี้
ขณะที่ปีหน้าคาดว่าตลาดจะอยู่ในภาวะทรงตัว เนื่องจากทุกอย่างถูกขับเคลื่อนไปในปีนี้หมดแล้ว และปี 2570 ซึ่งเป็นช่วงสิ้นสุดโครงการอีวี 3.5 ในเวลานั้นคงต้องจับตาว่า “สงครามราคา” จะถูกนำมาใช้อีกหรือไม่ ถือเป็นแรงกดดันของแต่ละแบรนด์ที่มีไม่เท่ากันมากกว่า
นโยบายชัด ไม่เปลี่ยน
GWM เข้ามาทำตลาดในไทยนั้น นโยบายเราชัดเจนว่า ต้องการนำเสนอรถยนต์ xEV ออกสู่ตลาด และเรามี ORA Good Cat มาตอบโจทย์ในส่วนของรถอีวีนโยบายทุกอย่างของเราไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง
GWM ต้องการสร้างความแตกต่าง และโฟกัสไปในจุดที่เรามีความแข็งแรง แน่นอนว่า GWM เป็นแบรนด์ที่จริงใจกับลูกค้า ผู้ค้า พาร์ตเนอร์ ทุกคนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเราจะมีการลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดระบบนิเวศยานยนต์ มีการใช้โลคอลคอนเทนต์ในประเทศเพิ่มมากขึ้น เพราะเราวางเป้าหมายให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของเรา ดังนั้นแล้ว ทุกคนที่ทำงานร่วมกับเราจะต้องมีสุขภาพที่แข็งแรงและไม่ขาดทุน
เป้าหมายปีนี้
ปีที่แล้วเรามียอดขายระดับ 7,000 คัน แต่ปีนี้เรามียอดขายไม่น้อยกว่า 17,000-18,000 คัน ส่วนโชว์รูมถึงสิ้นปีจะมี 78 แห่ง ส่วนปีหน้าจะเพิ่มเป็น 100 แห่ง เมื่อถามถึงโอกาสที่จะได้เห็น พลังงานทางเลือกใหม่ ๆ ที่ GWM จะนำเสนอออกสู่ตลาดประเทศไทย “เวย์น โจว” ยืนยันหนักแน่นว่า พลังงาน REEV นั้น จะไม่นำมาทำตลาดอย่างแน่นอน เพราะเชื่อว่าไม่ใช่เทคโนโลยีที่ดี เนื่องจากมีการใช้พลังงานทั้งจาก “มอเตอร์” และ “น้ำมัน” ทำให้เกิดการสูญเสียโดยใช่เหตุ
แต่อยากให้คนไทยจับตาเทคโนโลยีใหม่ ที่ GWM จะนำเสนออย่างเทคโนโลยี Hi4 เชื่อว่าจะตอบโจทย์กับความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยอย่างแน่นอน
และ “เวย์น โจว” ยังได้ย้ำความมุ่งมั่นทิ้งท้ายไว้อย่างหนักแน่นว่า GWM ต้องการเป็นที่หนึ่งในเรื่องของงานบริการหลังการขาย (After Sales) ของแบรนด์จีน และทุกคนใน GWM Thailand ทำงานหนักเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายที่วางไว้ให้ได้
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : GWM เป็น ‘นัมเบอร์วัน’ ด้านบริการหลังการขาย
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net