อย่าซ้ำรอย อโมริม! 3 สิ่งแฟน แมนยู เห็นแน่หาก คาร์ริค ได้คุมทีม
แรกทีเดียว โอเล่ กุนนาร์ โซลชา อดีตนายใหญ่ถูกยกให้รั้งตำแหน่งเต็งจ๋าที่จะได้รับผิดชอบหน้าที่ดังกล่าวแทน รูเบน อโมริม แบบขัดตาทัพ แต่หลังจากบอร์ด ผีแดง เรียก คาร์ริค ที่ยังว่างงานมาพูดคุยด้วยเช่นกัน ปรากฏว่าบิ๊กบอสของ โรงละครแห่งความฝัน ประทับใจอดีตสตาร์ทีมชาติ อังกฤษ มากกว่า
แม้จะผ่านงานคุมทีม มิดเดิ้ลสโบรช์ มาแค่สโมสรเดียว แต่อดีตกองกลางทีม สเปอร์ส เคยจับงานคุมทีม แมนฯ ยูไนเต็ด แบบขัดตาทัพมาแล้วสามนัดในเดือนพ.ย.2021 หลังจากกุนซือชาวนอรเวย์โดนปลดโดยเขาพาทีมกำชัยได้สองนัด และเสมอหนึ่งนัด
หลังจาก อโมริม ตกเก้าอี้เป็นที่ชัดเจนว่าอดีตโค้ชทีม สปอร์ติ้ง ลิสบอน ไม่ใช่คนที่สามารถพา แมนฯ ยูไนเต็ด กลับคืนสู่ความยิ่งใหญ่ได้จากผลงานที่ล้มเหลวป่นปี้มากกว่ากุนซือทุกคนของสโมสร
และแม้ ดาร์เรน เฟล็ตเชอร์ นายใหญ่ชุดยู 18 จะถูกฉุดขึ้นมารับภาระแทนแบบชั่วคราวสองเกม แต่แน่นอนว่าอดีตกองกลางทีมชาติ สกอตแลนด์ ไม่เหมาะกับงานช้างชิ้นนี้หลังไม่อาจเนรมิตชัยชนะให้ทีมได้ ซ้ำร้าย แมนฯ ยูไนเต็ด ตกรอบสามถ้วย เอฟเอ คัพ คาบ้านด้วยจากการพ่ายต่อ ไบรท์ตัน แบบดูไม่จืด 2-1
จะอย่างไรก็ตาม แม้ คาร์ริค ไม่ใช่ชื่อในระดับบิ๊กเนมต่อการกอบกู้ ผีแดง ในระยะยาว แต่หลังมีกระแสข่าวระบุว่ากุนซือวัย 44 ปีจะได้ทำงานไปจนจบซีซั่น เดอะ ซัน ได้ตีแผ่ 3 ประเด็นที่แฟนบอล เร้ด อาร์มี่ จะได้เห็นจากอดีตกุนซือ เดอะ โบโร่ ในการคัมแบ็คสู่ เธียเตอร์ ออฟ ดรีม กับการคุมทีมลงเล่นเกม พรีเมียร์ลีก อีก 17 นัดที่เหลือ
1.แบ็คโฟร์ยังอยู่
แม้ อโมริม จะยอมกลืนน้ำลายปรับเกมรับให้หันมาเล่นในระบบแบ็คโฟร์แทนหลังสามที่ไมเวิร์ก และได้ผลลัพธ์ที่ดี แต่สุดท้ายโค้ชโปรตุกีสก็หวนกลับมาส่งทีมลงบู๊ในสไตล์ 3-4-3 เหมือนเคยจนได้ และทำให้ทีมมีผลงานที่ไม่เข้าเป้า
จนในที่สุด หลังจาก อโมริม โดนตะเพิด เฟล็ตเชอร์ แสดงให้เห็นทันทีด้วยการวางระบบให้ทีมเล่นในสไตล์แบ็คโฟร์ทั้งสองเกมแม้เขาจะพาทีมกำชัยไม่ได้ก็ตาม
สำหรับ คาร์ริค เชื่อได้เลยว่าแฟนบอล ผีแดง จะได้เห็นทีมลงสนามในรูปแบบแบ็คโฟร์เช่นกันเนื่องจากสมัยกุมบังเหียนทีม สิงห์อีสาน เขาวางหมากให้ทีมเล่นในสไตล์นี้
อย่างไรก็ดี ด้วยเหตุที่ ผีแดง มีเกมรับที่เปราะบางอย่างแรง คาร์ริค จำเป็นต้องติวเข้มนักเตะอย่างหนักเนื่องจากไม่ว่าทีมจะเล่นในระบบไหน แผงหลังชุดนี้ก็พร้อมเสียประตูทุกเมื่อ
ฉะนั้นแล้ว ว่าที่นายใหญ่ขัดตาทัพคนใหม่จะต้องวางตัวนักเตะที่จะได้ลงเล่นเป็นตัวจริงให้ดีเนื่องจาก แมนฯ ยูไนเต็ด มีกองหลังมากพอสมควรให้เลือกใช้สอยซึ่งเป็นหน้าที่ของเขาที่ต้องสังเกตให้ได้ว่าใครคนไหนที่เป็นบ่อน้ำมันของสโมสร
2. ผีติดปีก
จากรูปแบบการเล่น 3-4-3 ของ อโมริม ทุกคนเห็นได้ชัดว่าไม่เหมาะกับ แมนฯ ยูไนเต็ด เลยแม้แต่น้อยเนื่องจากสโมสรไม่มีนักเตะในสไตล์วิงแบ็คอย่างแท้จริง
เมื่อเป็นอย่างนี้ แฟนบอล ผีแดง จึงพากันหัวร้อนเนื่องจากทีมไม่มีเกมรุกที่ทรงประสิทธิภาพมากพอโดยเฉพาะอย่างยิ่งนักเตะที่สามารถสวมบทวิงแบ็คได้ต้องฟิตผิดมนุษย์
ทั้งนี้เพราะในระบบหลังสาม สองวิงแบ็คต้องทำหน้าที่เป็นเหมือนกองหลังรายที่ห้า แถมขณะที่ทีมได้เล่นเกมรุก พวกเขาต้องขยับเดินหน้าเช่นกันเพื่อไม่ให้ทีมมีตัวรุกที่น้อยกว่าแผงหลังคู่แข่ง หาไม่แล้วทีมก็จะไม่มีสิทธิ์สอยตาข่าย
ด้วยเหตุนี้ ผีแดง จึงคว้าผลลัพธ์ไม่ได้ และยิ่งหากวิงแบ็คที่ต้องวิ่งขึ้นลงตลอดทั้งเกมออกอาการล้า มันก็จะส่งผลกระทบต่อเกมรับที่อาจมีรูรั่วหากทั้งสองถอยลงมาไม่ทันอันรวมถึงเกมรุกด้วยหากพวกเขาดันเกมล่าช้า
แน่นอนว่า อโมริม สามารถพา สปอร์ติ้ง ลิสบอน ประสบความสำเร็จได้ภายใต้หมากหลังสาม แต่อย่าลืมว่าโปรตุกีสเป็นลีกระดับล่างของยุโรปที่ไม่ติดอันดับท็อปไฟว์หรือห้าลีกใหญ่
ยิ่งไปกว่านั้น ลีกฝอยทองมีแค่สามมหาอำนาจผลัดกันจองแชมป์ ต่างไปจาก พรีเมียร์ลีก ที่มีทีมใหญ่มากกว่าเยอะ ระบบหลังสามที่แทบไม่มีทีมใหญ่ในยุโรปใช้กันแล้วจึงล้มเหลวกับลีกเมืองผู้ดี
ดังจะเห็นว่าขนาด วิคตอร์ โยเคเรส ที่ยิงกระจายกับ สปอร์ติ้ง ยังย้ายมาดับกับ อาร์เซน่อล เนื่องจาก พรีเมียร์ลีก มีความยากลำบากกว่าชนิดที่เทียบกันไม่ได้
ฉะนั้นแล้ว แมนฯ ยูไนเต็ด จึงเหมาะที่จะเล่นแบบโบราณที่มีปีกธรรมชาติทั้งสองข้างมากกว่า
สำหรับ คาร์ริค เขาเองก็ใช้ระบบนี้กับ มิดเดิ้ลสโบรช์ ในฐานะที่เป็นอดีตหนึ่งในลูกทีมของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
และอย่างที่เห็นกันว่านับตั้งแต่ เบน โด๊ก อดีตปีกขวา ลิเวอร์พูล ที่ คาร์ริค ยืมมาจากถิ่น แอนฟิลด์ ล้มเจ็บเมื่อเดือนม.ค.ปีก่อน เกมรุกของ เดอะ โบโร่ ก็ลดพิษสงลงไปทันทีจนทำให้ทีมมีผลงานที่ย่ำแย่ก่อนที่เขาจะตกเก้าอี้ในอีกไม่กี่เดือนต่อมา
สำหรับ ปีศาจแดง นาทีนี้ อาหมัด ดิยัลโล่ ขุนพลทีมชาติ ไอวอรี่ โคสต์ พร้อมรับบทปีกขวาอย่างเต็มตัว ขณะที่ อเลฮานโดร การ์นาโช่ ถูก อโมริม ขายทิ้งให้ เชลซี ไปแล้ว คาร์ริค จึงต้องพิจารณาดูว่าใครที่เหมาะจะทำเกมรุกทางซ้ายให้ทีมมากที่สุด
3. ปิดปากให้สนิท
แม้ อโมริม จะคุมทีมได้อย่างเลวร้าย แต่ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่ทำให้เขากระเด็นออกจาก โรงละครแห่งความฝัน
มันเป็นการเปิดปากจวกบอร์ดผ่านสื่อต่างหากที่ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ประกาศปลดโค้ชชาวเมืองฝอยทองแบบทันทีทันใด
เท่าที่ผ่านมา แม้สื่อจะกระพือข่าว อโมริม จ่อโดนเด้งกี่ครั้งต่อกี่ครั้งมันก็ไม่เป็นผลเนื่องจาก เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์ ประธานกลุ่มอิเนออสยืนยันชัดเจนว่าเขาแต่งตั้งนายใหญ่โปรตุกีสแทน เอริค เทน ฮาก ให้คุมทีมระยะยาวอย่างน้อยสามปี สโมสรจึงพร้อมอดทนกับเขา
กระทั่งหลังมีปัญหากับ เจสัน วิลค็อกซ์ ผู้อำนวยการกีฬาซึ่งยืนยันไม่สนับสนุนการจ่ายตลาดในเดือนม.ค.หลังจากทีมทุ่มเงินไปมากในช่วงซัมเมอร์ แต่กลับคว้าน้ำเหลว อโมริม จึงหย่อนไข่ขณะแถลงข่าว
อย่างไรก็ดี ข่าวอีกกระแสมองว่าเขาเจตนาทำให้ตัวเองโดนปลดมานานแล้วด้วยรู้ว่าไม่มีปัญญาพา แมนฯ ยูไนเต็ด ประสบความสำเร็จ และพยายามให้สัมภาษณ์กับสื่อหวังให้โดนไล่ออกหลายหน แต่ยังไม่เป็นผล
จนในที่สุด อโมริม น่าจะเห็น เอ็นโซ่ มาเรสก้า อดีตกุนซือ เชลซี เป็นแม่แบบ เขาจึงตัดสินใจเฉ่งบอร์ดเช่นกันกระทั่งตกงานสมใจพร้อมรับค่าชดเชยกระเป๋าตุง และหัวเราะคิกคักกับสตาฟฟ์โค้ชด้วยความโล่งอกตามที่ตกเป็นข่าว
ด้าน คาร์ริค เองก่อนถูก มิดเดิ้ลสโบรช์ อัปเปหิ เขาเปิดปากกับสื่อโอดครวญต่างๆนานาเช่นกันประกอบกับผลงานที่สาละวันเตี้ยลงจึงทำให้หนีไม่พ้นตกเก้าอี้ในท้ายที่สุด
ฉะนั้นแล้ว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คาร์ริค ต้องท่องจำให้ขึ้นใจว่าผลงานที่เลวร้ายอาจทำให้เขาได้ไปต่อ แต่การโจมตีผู้บริหารไม่ใช่เรื่องที่ควรกระทำเนื่องจากไม่มีเจ้านายคนไหนว่าจ้างพนักงานให้มาด่าทอพวกเขาต่อหน้าธารกำนัล