โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เทียบนโยบายแก้ฝุ่น PM 2.5 และสิ่งแวดล้อม พรรคการเมืองใหญ่ ศึกเลือกตั้ง 2569

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 13 ม.ค. เวลา 10.23 น. • เผยแพร่ 13 ม.ค. เวลา 08.57 น.

ปัญหาฝุ่น PM 2.5 และคุณภาพสิ่งแวดล้อม กลายเป็นหนึ่งใน “วาระร่วมของสังคม” ที่ทุกพรรคการเมืองไม่อาจหลีกเลี่ยงในการหาเสียงเลือกตั้งปี 2569 นโยบายที่นำเสนอสะท้อนทั้งมุมมองเชิงโครงสร้าง การบริหารจัดการรัฐ ไปจนถึงบทบาทของประชาชนและภาคเอกชน

“ประชาชาติธุรกิจ” รวบรวมแนวนโยบายของ 4 พรรคการเมืองใหญ่ โดยยึดตามข้อมูลที่พรรคประกาศใช้ในการหาเสียง

เพื่อไทย : อากาศสะอาดคือสิทธิมนุษยชน แก้ฝุ่นครบวงจรทุกระยะ

พรรคเพื่อไทยวางกรอบปัญหา PM 2.5 เป็นเรื่อง “สิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน” โดยมีแกนหลักคือการผลักดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด เพื่อสร้างกลไกถาวรในการจัดการคุณภาพอากาศ

โดยมีกรอบเวลาในการแก้ไขปัญหา ดังนี้

ระยะสั้น : ทันทีหน่วยงานรัฐต้องแจ้งเตือนค่าฝุ่นล่วงหน้าให้ประชาชนวางแผนได้กรณีฝุ่นสูงจะมีการอพยพกลุ่มเสี่ยงให้ไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย แบบเดียวกับที่รับมือกับภัยพิบัติอื่น ๆ พร้อมทั้งแจกหน้ากากให้กลุ่มเปราะบางรวมถึงสั่งหยุดโรงเรียนเพื่อลดความเสี่ยง

ระยะกลาง : เพื่อไทยจะประสานกับกรมชลประทานให้ปล่อยน้ำเข้านาหลังฤดูเก็บเกี่ยวเพื่อเปลี่ยนตอข้าวให้เป็นปุ๋ยสำหรับอ้อยจะประสานโรงงานน้ำตาลให้ลงทุนตัดอ้อยไถกลบแทนการเผา ควบคู่กันไปจะมีการปลูกต้นไม้เพื่อดักจับฝุ่นและจูงใจให้คนหันมาใช้ รถพลังงานสะอาดด้วยมาตรการทางภาษี

ระยะยาว : ต้องมีการบังคับใช้ พ.ร.บ.อากาศสะอาดฯ ให้ท้องถิ่นมีบทบาทในการจัดการปัญหาฝุ่น บังคับใช้กฎหมายกับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เจรจากับเพื่อนบ้านเพื่อร่วมกันยุติปัญหาฝุ่นทั้งในประเทศและข้าม พรมแดน รวมถึงพัฒนานวัตกรรมเครื่องมือเกษตร เก็บเกี่ยวและขุดกลบที่ไม่ต้องเผา เพื่อจัดการฝุ่นให้ถึงต้นตอ

ภูมิใจไทย : ขนส่งไฟฟ้า-พลังงานสะอาด ลดฝุ่นลดค่าครองชีพ

นโยบายด้าน PM 2.5 ของพรรคภูมิใจไทย วางอยู่บนแนวคิดว่า การลดแหล่งกำเนิดฝุ่นจากการใช้พลังงานและการเดินทางในชีวิตประจำวัน จะให้ผลยั่งยืนกว่าการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า โดยผูกการแก้ฝุ่นเข้ากับการลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน

แกนหลักคือการ เปลี่ยนระบบขนส่งสาธารณะเป็นรถไฟฟ้า (EV) โดยเฉพาะรถเมล์ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เสนอค่าโดยสารเริ่มต้น 10 บาท สูงสุด 40 บาท ทุกเที่ยว ทุกสาย ตลอดวัน และตั้งเป้าเปลี่ยนรถเมล์ทั้งหมดภายใน 3 ปี เพื่อลดฝุ่นจากยานยนต์และจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้ขนส่งสาธารณะมากขึ้น แทนรถส่วนบุคคล

อีกด้านหนึ่งคือ นโยบายพลังงานสะอาดระดับครัวเรือน ผ่านโครงการติดตั้งโซลาร์เซลล์หลังคาบ้านฟรี ลดค่าไฟเฉลี่ยราว 450 บาทต่อเดือน พร้อมระบบเครดิตพลังงานจากการขายไฟฟ้าส่วนเกินให้รัฐ เพื่อนำไปใช้กับค่าไฟหรือยานพาหนะไฟฟ้าในระยะยาว

เพื่อเชื่อมพลังงานสะอาดกับการเดินทางจริง พรรคเสนอให้ผู้เข้าร่วมโครงการมีสิทธิซื้อ รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ในราคาต่ำ ผ่อนชำระระยะยาว และใช้เครดิตพลังงานชาร์จไฟได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ซึ่งช่วยลดมลพิษในระดับชุมชนและลดต้นทุนการเดินทางของประชาชนรายได้น้อย

พรรคประชาชน : ปฏิรูประบบบัญชาการ เอาผู้ก่อมลพิษรับผิดชอบ

พรรคประชาชนเสนอแนวคิดเชิงโครงสร้างรัฐและกลไกบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น ดังนี้

แก้ปัญหาระบบบัญชาการ : จัดตั้ง “ศูนย์บัญชาการมลพิษทางอากาศ” รวมอำนาจสั่งการทุกกระทรวง จัดการทุกต้นตอ เตรียมรับมือล่วงหน้าและประเมินผลอย่างเป็นระบบแทนการทำงานแบบต่างคนต่างทำ

ส้มสู้ไฟป่า : จัดการไฟป่าด้วยฐานข้อมูลและเทคโนโลยี ปลดล็อกท้องถิ่นจัดการไฟป่าพร้อมงบประมาณ และการหยุดไฟตั้งแต่ต้นทางก่อนลุกลามเป็นวิกฤตฝุ่น

แก้ฝุ่นพิษภาคเกษตร : เกษตรไม่เผา ใช้ดาวเทียมคาดการณ์พื้นที่เสี่ยง สนับสนุนเครื่องจักรไถกลบ แปรรูปเศษวัสดุเป็นรายได้ และบังคับผู้รับซื้อร่วมรับผิดชอบห่วงโซ่การผลิต เพื่อหยุดฝุ่นพิษที่ต้นตออย่างยั่งยืน

แก้มลพิษทางอากาศข้ามแดน : ผลักดันฝุ่นข้ามแดนสู่เวทีโลก ยกระดับมลพิษอากาศเป็นวาระความมั่นคงทางสุขภาพ เพื่อสร้างสภาพบังคับและมาตรฐานสากลในการปกป้องลมหายใจของประชาชน

ลดมลพิษทางอากาศจากรถยนต์ : คมนาคมสะอาด จำกัดเขตมลพิษต่ำ กำหนดอายุรถเก่า ปลุกขนส่งสาธารณะด้วยตั๋วร่วม

ผู้ปล่อยมลพิษต้องรับผิดชอบ : เปลี่ยนมลพิษที่เคยฟรีให้เป็นต้นทุน บังคับผู้ก่อมลพิษแบกรับค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและสังคม พร้อมใช้มาตรการการเงินปรับพฤติกรรมการปล่อยฝุ่นจากต้นตอ

แก้ปัญหามลพิษอากาศอุตสาหกรรม : ผลักดันกฎหมาย PRTR บังคับโรงงานรายงานและเปิดเผยปริมาณการปล่อยมลพิษสู่สาธารณะ เพื่อให้ประชาชนร่วมตรวจสอบและเฝ้าระวังแหล่งกำเนิดฝุ่นพิษรอบตัวได้อย่างทั่วถึง

ประชาธิปัตย์ : ใช้ข้อมูลจริง-การค้า-ความร่วมมือข้ามพรมแดน

ประชาธิปัตย์นำเสนอการแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 เชิงรุก ด้วยข้อมูลจริง มาตรการตรงจุด และความรับผิดชอบข้ามพรมแดนเชิงรุก โดยอาศัย ข้อมูลวิทยาศาสตร์และกลไกทางการค้า ดังนี้

ติดตั้ง Super Sensor ทั่วประเทศ : พัฒนาระบบตรวจวัดอากาศที่สามารถตรวจจับสารก่อมะเร็งใน PM 2.5 ได้โดยตรง เพื่อให้รัฐมีข้อมูลเชิงลึกสำหรับออกมาตรการควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษอย่างมีประสิทธิภาพ

ใช้ข้อมูลนำการป้องกัน : นำข้อมูลจาก Super Sensor มาเชื่อมโยงกับการกำหนดมาตรการด้านสาธารณสุข สิ่งแวดล้อม และการควบคุมแหล่งปล่อยฝุ่น ลดความเสี่ยงสุขภาพของประชาชนในระยะยาว

ตัดวงจรฝุ่นจากการเผา : งดนำเข้าผลิตผลทางการเกษตรจากประเทศเพื่อนบ้านที่มาจากการเผาพื้นที่ทำการเกษตร เพื่อลดแรงจูงใจในการเผาและป้องกันฝุ่นข้ามพรมแดน

สร้างมาตรฐานการค้าเพื่ออากาศสะอาด : ใช้นโยบายการค้าเป็นเครื่องมือกดดันให้การผลิตสินค้าเกษตรต้องไม่สร้างมลพิษ ส่งสัญญาณชัดว่าคุณภาพอากาศของประชาชนเป็นเรื่องที่ต่อรองไม่ได้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เทียบนโยบายแก้ฝุ่น PM 2.5 และสิ่งแวดล้อม พรรคการเมืองใหญ่ ศึกเลือกตั้ง 2569

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...