โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

‘เศรษฐกิจอวกาศ’ สมรภูมิแห่งใหม่ด้านการลงทุน ปี 2035 อาจโตถึง 1.8 ล้านล้านเหรียญ

ไทยพับลิก้า

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สุนิสา กาญจนกุล รายงาน

การลงทุนในเทคโนโลยีอวกาศกำลังก้าวเข้าสู่ยุคทองที่แท้จริง ด้วยเงินทุนที่ไหลบ่าเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ต้นทุนที่ลดลง และเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว อุตสาหกรรมนี้จึงอยู่ระหว่างการเปลี่ยนความฝันของนักวิทยาศาสตร์ให้กลายเป็นธุรกิจที่ทำกำไรได้จริง ที่มาภาพ: https://www.istartvalley.org/programs/space-tech

ในอดีต อวกาศคือสนามประลองฝีมือระหว่างมหาอำนาจของโลกเพียงไม่กี่ประเทศเท่านั้น แต่ความสำเร็จของบริษัทสเปซเอ็กซ์ (SpaceX) สร้างแรงกระตุ้นจนทำให้อวกาศกลายเป็นสมรภูมิแห่งใหม่ของการสู้รบด้านการลงทุน เม็ดเงินมหาศาลไหลทะลักเข้าสู่บริษัทสตาร์ทอัพด้านอวกาศอย่างไม่หยุดยั้ง

นักลงทุนที่เคยมองว่าอวกาศเป็นเรื่องไกลตัวและความเสี่ยงสูงเกินไป หันกลับมาสนใจธุรกิจนี้อย่างจริงจังเมื่อเห็นว่าต้นทุนในการส่งจรวดลดลงถึง 90 % ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ทำให้อุตสาหกรรมอวกาศรุ่งเรืองอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

สารพัดโครงการผุดขึ้นมาให้เห็น ตั้งแต่โครงการที่มีแววเกิดขึ้นจริงได้โดยง่าย อย่างเช่น ดาวเทียมตรวจจับไฟป่า ไปจนถึงโครงการที่ฟังดูเหนือจริง อย่างการผลิตในสภาวะไร้น้ำหนักกลางอวกาศและการขุดแร่จากดาวเคราะห์น้อยในห้วงอวกาศ

มูลค่าของตลาดธุรกิจอวกาศโลกจึงพุ่งทะยานจนมีมูลค่าโดยรวมกว่า 6 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2024 และยังเติบโตต่อเนื่องจนกระทั่งปี 2025 เพียงปีเดียว ก็มีการลงทุนมากถึง 1.7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ และคาดว่าจะเติบโตสู่ระดับ 1.8 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายในปี 2035

โอกาสใหม่ในห้วงอวกาศ

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีอวกาศกลายเป็นหนึ่งในภาคอุตสาหกรรมที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก โดยปี 2024 อาจถือเป็นปีที่น่าทึ่งที่สุดสำหรับการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีอวกาศก็ว่าได้ เพราะเงินลงทุนทั่วโลกทะลุ 9.1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ และเติบโตต่อเนื่องไปจนถึงปี 2025

บริษัทวิเคราะห์ตลาดชื่อ สเปซ แคปิตอล รายงานว่าในไตรมาสที่ 1 ของปี 2025 มีการลงทุนด้านเทคโนโลยีอวกาศมากถึง 6.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 33 % จากไตรมาสก่อนหน้า

ทั้งนี้ สหรัฐฯ ยังคงครองบัลลังก์ผู้นำการลงทุนด้านเทคโนโลยีอวกาศอย่างเหนียวแน่น โดยดูดซับเงินลงทุนของตลาดโลกในไตรมาสที่ 2 ของปี 2025 ไปถึง 70 % หรือประมาณ 2.2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งหมายความว่า แค่ช่วงครึ่งปีแรกของปี 2025 การลงทุนในบริษัทอวกาศสหรัฐฯ ก็แซงหน้ามูลค่าการลงทุนของปี 2024 ทั้งปีแล้ว

ความรุ่งเรืองของอุตสาหกรรมนี้เป็นผลจากความต้องการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีล่าสุดเพื่อนำข้อมูลจากอวกาศมาแก้ไขปัญหาบนโลก ทั้งในภาคการสื่อสาร การเกษตร การแพทย์ และการป้องกันภัยพิบัติ

ตามรายงานของสตาร์ทอัส อินไซทส์ ตลาดเทคโนโลยีอวกาศคาดว่าจะเติบโตจาก 5.12แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2025 เป็น 1.01 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายในปี 2034 โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ 7.86 %

การเติบโตนี้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงจากยุคที่รัฐบาลเป็นผู้เล่นหลัก มาสู่ยุคที่บริษัทเอกชนและสตาร์ทอัพเข้ามามีบทบาทสำคัญ สร้างโอกาสทางธุรกิจมูลค่ามหาศาล โดยมีบริษัทที่ก่อตั้งโดยอีลอน มัสก์เป็นแนวหน้าในการบุกเบิก

สเปซเอ็กซ์คือตัวเปลี่ยนเกม

สเปซเอ็กซ์ (Space Exploration Technologies Corp – SpaceX) บริษัทที่ถือกำเนิดในปี 2002 ของมัสก์เคยมีมูลค่า 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2015 แต่เมื่อถึงเดือนกรกฎาคม 2025 บริษัทเติบโตจนมีมูลค่า 4 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 40 เท่า ในเวลาเพียง 10 ปี

จากบริษัทสตาร์ทอัพที่เกือบล้มละลายในช่วงแรก สเปซเอ็กซ์กลับกลายเป็นบริษัทเอกชนที่มีมูลค่าสูงสุดแห่งหนึ่งของโลก โดยคาดว่าจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ในปี 2026 ด้วยมูลค่าที่อาจสูงถึง 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ

รายได้ของสเปซเอ็กซ์เติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา โดยเปลี่ยนจากบริษัทที่พึ่งพาสัญญาจากรัฐบาลเป็นหลัก มาเป็นบริษัทที่มีแหล่งรายได้จากบริการเชิงพาณิชย์หลากหลายชนิด

ในปี 2018 บริษัทมีรายได้ประมาณ 2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ส่วนใหญ่มาจากการปล่อยดาวเทียมและสัญญากับองค์การอวกาศสหรัฐฯ (NASA) แต่เมื่อถึงปี 2023 รายได้เพิ่มขึ้นเป็น 8.7 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เติบโตถึง 335 % ในช่วง 5 ปี โดยได้รับแรงหนุนจากบริการดาวเทียมสตาร์ลิงก์ (Starlink)

เมื่อถึงปี 2024 รายได้พุ่งสูงถึง 1.42 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 63 % จากปีก่อนหน้า โดยเป็นผลจากการเพิ่มจำนวนการปล่อยจรวดและการขยายฐานลูกค้าของสตาร์ลิงก์ที่มีผู้ใช้งานมากกว่า 3 ล้านคนทั่วโลก ในปี 2025 สเปซเอ็กซ์น่าจะมีรายได้ประมาณ 1.55 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ และสำหรับปี 2026 คาดการณ์ว่ารายได้จะอยู่ระหว่าง 2.2-2.4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ

การเติบโตทางธุรกิจที่รวดเร็วอย่างน่าทึ่งของสเปซเอ็กซ์คือสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของอุตสาหกรรมอวกาศเอกชนได้อย่างชัดเจน และกลายเป็นแรงจูงใจให้นักลงทุนมากมายกระโจนเข้าสู่แวดวงนี้

นอกจากนั้น การเปลี่ยนผ่านสำคัญที่สเปซเอ็กซ์สร้างขึ้น คือความสามารถในการเข้าถึงอวกาศที่ง่ายขึ้นและมีราคาถูกลงอย่างมหาศาล

ถ้าย้อนกลับไปยุคกระสวยอวกาศ ต้นทุนการส่งวัตถุน้ำหนักหนึ่งกิโลกรัมขึ้นสู่วงโคจรมีราคาสูงถึงกว่า 60,000 เหรียญสหรัฐฯ แต่นวัตกรรมจรวดที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ของสเปซเอ็กซ์ทำให้ต้นทุนดังกล่าวลดลงเหลือเพียง1,500-2,000 เหรียญสหรัฐฯ ต่อกิโลกรัมในปัจจุบัน และมีแนวโน้มจะลดลงเหลือต่ำกว่า 100 เหรียญสหรัฐฯ ต่อกิโลกรัมในอนาคต

สามเส้นทางหลักการลงทุน

การลดลงของต้นทุนเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาชั้นดีที่ทำให้นักลงทุนหันมามองว่าสามารถสร้างรายได้จากอวกาศได้เช่นกัน โครงการธุรกิจกลางอวกาศจึงผุดขึ้นมามากมายอย่างน่าทึ่ง โดยที่อุตสาหกรรมอวกาศอาจแบ่งออกเป็นสามประเภทหลักด้วยกัน ดังนี้

1. การเข้าถึงอวกาศ (Upstream) ครอบคลุมการผลิตจรวด ดาวเทียม และอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการเดินทางไปยังอวกาศ ผู้นำที่โดดเด่นที่สุดในกลุ่มนี้คือสเปซเอ็กซ์และคู่แข่งที่น่าจับตาอย่างร็อกเก็ต แล็บ (Rocket Lab) ที่เน้นกลุ่มลูกค้าดาวเทียมขนาดเล็ก และบลู ออริจิน (Blue Origin) ที่เน้นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานระยะยาวบนดวงจันทร์

2. การดำเนินการในอวกาศ (Midstream) มุ่งเน้นกิจกรรมที่เกิดขึ้นเหนือชั้นบรรยากาศ เช่น การขนส่งสินค้าในวงโคจร การกำจัดขยะอวกาศ และการผลิตในอวกาศ ตัวอย่างที่น่าสนใจคือ วาร์ดา สเปซ อินดัสทรีส์ ที่กำลังทดลองผลิตยาและวัสดุขั้นสูงในสภาวะไมโครแกรวิตี (microgravity) และแอสโตรฟอร์จ สตาร์ทอัพด้านการขุดแร่จากดาวเคราะห์น้อย

3. การใช้ประโยชน์จากข้อมูลอวกาศ (Downstream) เป็นกลุ่มที่มีมูลค่าการตลาดใหญ่ที่สุด โดยนำข้อมูลจากดาวเทียมมาใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ บนโลก เช่น โครงการสตาร์ลิงก์ของสเปซเอ็กซ์ที่ให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านดาวเทียมในพื้นที่ห่างไกล มีสมาชิกกว่า 6 ล้านรายทั่วโลก หรือการใช้ดาวเทียมตรวจวัดสภาพภูมิอากาศเพื่อประเมินความเสี่ยงและจัดการภัยพิบัติ การใช้พิกัดดาวเทียมเพื่อควบคุมเครื่องจักรการเกษตรและวิเคราะห์ผลผลิต ฯลฯ

เส้นทางที่ยังต้องฝ่าฟัน

แม้ว่าตัวเลขการลงทุนจะดูน่าตื่นตาตื่นใจ แต่ความเสี่ยงและความท้าทายในอุตสาหกรรมอวกาศยังมีอยู่มาก ต้นทุนการพัฒนายังคงสูงลิบลิ่ว ระยะเวลาในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ยาวนาน และความเสี่ยงทางเทคนิคอยู่ในระดับสูง บางเทคโนโลยีอาจใช้เวลานานกว่าที่คาด และผลตอบแทนทางการเงินอาจไม่เกิดขึ้นในระยะสั้น

ในเมื่อมีทั้งผู้เล่นรายใหญ่และสตาร์ทอัพใหม่ดาหน้ากันเข้ามาอย่างต่อเนื่อง การแข่งขันจึงสูงมาก ทำให้ต้องมีความสามารถและจุดแข็งเฉพาะด้านจึงจะอยู่รอดในสมรภูมินี้ได้

แต่ความเสี่ยงหลักที่น่ากลัวที่สุดคืออุปสรรคและขั้นตอนด้านระเบียบ กฎหมาย และนโยบาย อุตสาหกรรมอวกาศยังถูกควบคุมโดยกฎระเบียบของแต่ละประเทศ ซึ่งแตกต่างกันไปและอาจมีความเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจได้อย่างไม่คาดฝัน

ทุกวันนี้ กฎหมายอวกาศระหว่างประเทศยังคงมีความล้าสมัยเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำไปมาก การกำหนดสิทธิในการทำเหมืองบนดวงจันทร์หรือการจัดการวงโคจรที่ทับซ้อนกันยังเป็นประเด็นที่ต้องหาข้อสรุป

ขยะอวกาศก็เป็นอีกหนึ่งความกังวลที่ต้องหาทางแก้ไข จำนวนดาวเทียมที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้เกิดความกังวลเรื่องภาวะเคสเลอร์ (Kessler Syndrome) ที่ขยะอวกาศในวงโคจรโลกมีจำนวนมากจนเกิดการชนกันเองอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดเศษซากเล็กๆ เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ แล้วชนกันต่อไปเรื่อยๆ จนทำให้วงโคจรต่างๆ เต็มไปด้วยเศษซากความเร็วสูงและกลายเป็นอุปสรรคปิดกั้นการเดินทางสู่อวกาศในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ถึงจะมีความท้าทายและความเสี่ยงมากมาย แต่ศักยภาพของอุตสาหกรรมอวกาศนั้นน่าทึ่งเกินกว่าใครจะยอมปล่อยมือไปง่ายๆ

เพราะฉะนั้น คงได้แต่รอดูว่าจะมีนักลงทุนใจกล้าจำนวนมากมายเท่าใดที่เชื่อว่าอุตสาหกรรมนี้เป็นโอกาสทองในการสร้างผลตอบแทนที่น่าประทับใจ แล้วลงมือผลักดันและแก้ไขปัญหาจนสามารถพามนุษยชาติไปสู่ยุคใหม่ของการสำรวจและการใช้ประโยชน์จากอวกาศได้อย่างแท้จริง

ข้อมูลอ้างอิง:

https://www.reuters.com/business/aerospace-defense/investors-pour-record-35-billion-into-space-investors-look-beyond-big-names-2025-10-10/

https://www.pwc.com/us/en/industries/industrial-products/library/space-industry-trends.html

https://www.startus-insights.com/innovators-guide/spacetech-outlook/

https://www.startus-insights.com/innovators-guide/spacetech-outlook/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...