โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“บลจ.อีสท์สปริง” จัดสำรับ 5 “Tax Fund” 3 กลยุทธ์... “ลดหย่อนภาษี” อย่างมั่นใจ พร้อม “ต่อยอด” โอกาสความมั่งคั่ง ส่งท้ายปี2025

Wealthy Thai

อัพเดต 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 15 ธ.ค. 2568 เวลา 03.16 น.

โดย: บลจ.อีสท์สปริง

เข้าสู่ช่วงสุดท้ายของปี2025…เทศกาล “ลงทุนลดหย่อนภาษี” ก็เวียนมาอีกครั้ง
เป็นโอกาสที่ดีที่จะได้ “เริ่มต้นลงทุน” เพื่ออนาคตที่ดีกว่าของตัวคุณเอง
“กองทุนลดหย่อนภาษี” (Tax Fund) เป็นหนึ่งในทางเลือกการลงทุนที่ช่วยคุณลดหย่อนภาษีได้ โดยปีนี้สามารถลดหย่อนภาษีได้สูงสุดรวม “8 แสนบาท” เลยทีเดียว ผ่าน 2 ประเภทกองทุน ได้แก่
“กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ” (RMF) ลงทุนเพื่อประโยชน์ทางภาษีได้ “ไม่เกิน 30%” ของรายได้ต่อปี สูงสุด “ไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี” (นับรวมการออมเพื่อเกษียณอื่นๆ เช่น PVD, กบข., กองทุนการออมแห่งชาติ รวมถึงประกันบำนาญ)
“กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน” (ThaiESG) ลงทุนเพื่อประโยชน์ทางภาษีได้ “ไม่เกิน 30%” ของรายได้ต่อปี สูงสุด “ไม่เกิน 300,000 บาทต่อปี”
และทุกๆบาทที่คุณเสียภาษีลดลง ก็เสมือนหนึ่งเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับตัวคุณเองด้วย มากน้อยตาม “ฐานภาษี” ของแต่ละคน
ที่สำคัญไม่ใช่เพียงประโยชน์เรื่องของ “การลดหย่อนภาษี” เท่านั้น ที่คุณจะได้รับ เพราะ “เงินลงทุน” ยังมีโอกาสเพิ่มค่า “ต่อยอดความมั่งคั่ง” ในระยะยาว เรียกว่า…“คุ้มค่าเงินลงทุน” อย่างแท้จริง นี่จึงเป็น อีก 1 ทางเลือก สำหรับใครก็ตามที่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้และสำหรับเดือนสุดท้ายของปีนี้ ใครที่ยังไม่รู้ว่าจะลงทุนอะไรดีนั้น
ทาง “บลจ.อีสท์สปริง” ได้จัดสำรับ 5 “กองทุนลดหย่อนภาษี” (Tax Fund) มาเสิร์ฟนักลงทุน ด้วย 4 “RMF” และ 1 Thai ESG” กับ 3 กลยุทธ์โอกาสช่วย “ต่อยอดความมั่งคั่ง” ได้เป็นอย่างดีมาฝากกัน

กลยุทธ์ที่1: เน้น โอกาสสร้างความมั่นคง พร้อมเสริมความมั่งคั่ง กับ “ ตราสารหนี้ทั่วโลก ”

“ตราสารหนี้ทั่วโลก” เป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ยังคงตอบโจทย์ในเรื่องของ “ความมั่งคง” แต่ “ไม่ละเลย” ในเรื่องของการสร้างความมั่งคั่ง ตราสารหนี้ในโลกมีมากมายให้เลือกลงทุนทั้งพันธบัตรรัฐบาล หรือหุ้นกู้ เครดิต และโอกาสสร้างผลตอบแทนที่น่าสนใจกว่าประเทศไทยก็มีให้เลือกมากมาย “วงจรดอกเบี้ย” ของแต่ละประเทศก็แตกต่างกันไป ซึ่งตามมาด้วย “โอกาสการลงทุน” ที่แตกต่างกันไปด้วยเช่นกัน กองทุน RMF ที่น่าสนใจในกลยุทธ์นี้ ได้แก่
ES-GINCOMERMF: กองทุนเปิดอีสท์สปริง Global Income เพื่อการเลี้ยงชีพ” ความเสี่ยงระดับ 5 (เสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง) ลงทุนในกองทุนหลัก PIMCO GIS Income Fund” ที่เน้นลงทุนใน “ตราสารหนี้ทั่วโลก” ที่มีเป้าหมายการจ่ายอัตราผลตอบแทนสม่ำเสมอ เช่น พันธบัตรรัฐบาล, หุ้นกู้เอกชน, ตราสารที่มีสินทรัพย์ค้ำประกันจดจำนอง, ตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่ ฯลฯ บริหารจัดการโดย PIMCO Asset Management ผู้นำทางด้านการบริหารจัดการตราสารหนี้เชิงรุกกว่า 50 ปี
“กองทุนหลักมีความยืดหยุ่นในการลงทุน โดยสามารถปรับอายุเฉลี่ยของพอร์ตได้ตั้งแต่ 0 - 8 ปี เพื่อสร้างโอกาสในการลงทุนในสภาวะตลาดต่างๆ กัน โดยเฉพาะปัจจุบัน ‘วงจรดอกเบี้ยขาลง’ นำโดยเศรษฐกิจหลักอย่างสหรัฐและประเทศอื่นๆ ทั่วโลก ถือเป็น ‘จังหวะทอง’ โอกาสลงทุนในตราสารหนี้ ที่มีอายุเฉลี่ยยาวจะได้ประโยชน์จากราคาตราสารหนี้ที่เพิ่มขึ้นในช่วงดอกเบี้ยขาลงนั่นเอง”

(ที่มา: PIMCO, ข้อมูล ณ เดือน ต.ค. 68)

กลยุทธ์ที่2: เน้นโอกาสสร้าง “การเติบเติบโต” ระยะยาว…กับ 2 ธีม “หุ้นเทคฯ-หุ้นสหรัฐ”

สำหรับกลยุทธ์เน้นโอกาสสร้าง “การเติบโต” ในระยะยาว “หุ้น” เป็นสินทรัพย์ที่ละเลยไม่ได้ และ 2 ธีมที่ตอบโจทย์นี้ก็คือ “หุ้นเทคโนโลยีโลก” และ “หุ้นสหรัฐ” (S&P500) นั่นเอง
ปฏิเสธไม่ได้ว่า…“เทคโนโลยี” เป็นขุมพลังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกยุคดิจิทัลในปัจจุบัน และนับวันจะทวีความสำคัญมากยิ่งขึ้น ไม่เพียงจะเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันตั้งแต่ตื่นจนหลับของคุณเท่านั้น ยังมีบทบาทสำคัญในทุกอุตสาหกรรมทั้งภาคการผลิตและบริการ จึงเป็นหุ้นที่มีรายได้เชิงพาณิชย์ชัดเจน มีแนวโน้มการเติบโตของยอดขายและกำไรที่ดี และเป็นหนึ่งใน Megatrend” ที่สำคัญของโลกการลงทุนในปัจจุบัน กองทุน RMF ที่น่าสนใจในธีมนี้ ได้แก่
ES-TECHRMF: กองทุนเปิดอีสท์สปริง Global Prime Technology เพื่อการเลี้ยงชีพ” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ลงทุนในกองทุนหลัก Eastspring Investments – Global Technology Fund, Class C” ที่เน้นลงทุนใน “หุ้นเทคโนโลยีทั่วโลก” โดยพยายามเฟ้นหาบริษัทที่เป็น “ผู้นำ” หรือ Winner” ทางด้าน Technology ในอนาคต โฟกัสใน 5 ธีมหลัก ได้แก่ Fintech, Internet 3.0, Next Generation Infrastructure, Productivity & Automation และ Electrification ทำให้มีความยืดหยุ่นและสามารถ ปรับเปลี่ยนสัดส่วนการลงทุน ระหว่างธีมให้เหมาะสมกับสภาวะการลงทุนต่างๆ บริหารจัดการโดย Eastspring Investments (Luxembourg) S.A.”
“กองทุนหลักมีการบริหารจัดการเชิงรุก โดยพิจารณาจากธีมการลงทุนใหม่ๆ ที่เติบโตได้ในอนาคต บวกกับการคัดเลือกหุ้นแบบ Bottom Up ซึ่งต้องเป็นบริษัทที่สามารถสร้างกำไรได้ ณ ระดับราคาที่เหมาะสม กองทุนหลักมีผลการดำเนินงานที่ดี”

(ที่มา: Eastspring Investments (Singapore) และ Janus Henderson presentation ข้อมูล ณ วันที่ 31 ต.ค. 68)

อีกธีม คือ “หุ้นสหรัฐ” (S&P500) โดยดัชนี S&P500 ก่อตั้งในปี1957 ที่รวมบริษัทใหญ่ที่สุดของสหรัฐ 500 แห่ง คำนวณตามมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) ถ่วงน้ำหนักตามมูลค่าตลาด (Market Cap Weighted) และเนื่องจากดัชนีครอบคลุมบริษัทขนาดใหญ่หลากหลายอุตสาหกรรม จึงถูกใช้เป็น เครื่องวัดสุขภาพ” ของตลาดหุ้นสหรัฐโดยรวม ถือเป็นการรวม “หุ้นผู้นำตลาด” ในทุกอุตสาหกรรมที่พร้อมเผชิญหน้าฝ่าทุกภาวะเศรษฐกิจ กองทุน RMF ที่น่าสนใจในธีมนี้ ได้แก่
ES-US500RMF: กองทุนเปิดอีสท์สปริง US500 เพื่อการเลี้ยงชีพ” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ลงทุนในกองทุนหลัก iShares Core S&P 500 ETF” ที่เน้นลงทุนใน “หุ้นสหรัฐ” ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี S&P 500” บริหารเชิงรับ (Passive management) เพื่อมุ่งหวังโอกาสให้ได้รับผลการดำเนินงานเคลื่อนไหวตามดัชนีชี้วัดดังกล่าว บริหารจัดการโดย BlackRock Fund Advisors”
“กองทุนหลักมีผลการดำเนินงานเฉลี่ยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาดีกว่าคู่แข่งในกลุ่มกองทุน S&P 500 และ ETF หุ้นสหรัฐ ที่รวมกองทุนการบริหารแบบเชิงรุก (Active management) เฉลี่ยราว 63% (ที่มา: BlackRock, Morningstar, ณ วันที่ 30 มิ.ย. 25)”

(ที่มา: BlackRock ณ วันที่ 31 ส.ค. 68)

กลยุทธ์ที่3: เน้น “กระจายความเสี่ยง” ครบจบในกองเดียว…ทั้ง “ต่างประเทศ” และ “ในประเทศ”

ปิดท้ายด้วยกลยุทธ์ที่แสนง่ายแต่ทรงพลังอย่าง “การจัดสรรเงินลงทุน” (Asset Allocation) ซึ่งเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จในเรื่องการลงทุน กลุ่ม “กองทุนผสม” ถือเป็นทางเลือกที่ง่ายและตอบโจทย์ ไม่ต้องปวดหัวมานั่งคิดว่าจะลงทุนในสินทรัพย์อะไร ในสัดส่วนเท่าไร และไม่ต้องปวดหัวซ้ำสองเมื่อภาวะตลาดเปลี่ยนจะต้องปรับสัดส่วนยังไงดี เพราะทุกอย่าง “ครบจบในกองเดียว” มีผู้จัดการกองทุนคอยดูแลบริหารจัดการให้เป็นไปตามนโยบายลงทุน และเป็นไปตามสภาวะตลาดที่เปลี่ยนไปนั่นเอง กองทุนที่น่าสนใจในกลยุทธ์นี้ มี 1 กอง RMF และ 1 กอง Thai ESG ได้แก่
ES-GAINCOMERMF: กองทุนเปิดอีสท์สปริง Global Multi Asset Income เพื่อการเลี้ยงชีพ” ความเสี่ยงระดับ5 (เสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง) ลงทุนในกองทุนหลัก AMUNDI FUNDS INCOME OPPORTUNITIES, Class I2 USD” ที่เน้นกระจายลงทุนในสินทรัพย์ที่สามารถสร้างกระแสเงินสดที่หลากหลาย เช่น หุ้น ตราสารหนี้ และตราสารทางเลือก เช่น หุ้นกู้อนุพันธ์, ตราสารหนี้ Securitization , REIT ฯลฯ มีความยืดหยุ่นในการปรับพอร์ตการลงทุนให้สอดคล้องกับสภาวะต่างๆ เพื่อมุ่งหวังโอกาสในการสร้างผลตอบแทนต่อความเสี่ยงที่ดี บริหารจัดการโดย Amundi Luxembourg S.A.” ผู้จัดการกองทุนที่มีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี

(ที่มา: Amundi ข้อมูล ณ วันที่ 31 ส.ค. 68)

และร่วมส่งเสริมการลงทุนอย่างยั่งยืนของไทยกับ ES-ESG3070-THAIESG-A:กองทุนเปิดอีสท์สปริง ESG Mixed 30/70 (ชนิดไทยเพื่อความยั่งยืนสะสมมูลค่า)” ความเสี่ยงระดับ 5 (เสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง) ที่เน้นลงทุนใน “หุ้นไทย” ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี SET ESG” และ “ตราสารหนี้กลุ่มความยั่งยืน” เพื่อโอกาสสร้างการเติบโตของพอร์ตลงทุนอย่าง “สมดุล” จากการผสมผสานระหว่างตราสารทุนไม่เกิน 30% และตราสารหนี้ไม่น้อยกว่า 70%

(ที่มา: Fund Fact Sheet ข้อมูล ณ วันที่ 31 ส.ค. 68)

ลงทุนทั้งที ดีกว่าหรือไม่ถ้า “ไม่ใช่แค่ลดหย่อนภาษี” แต่ยังสร้างโอกาสเพิ่ม “ความมั่งคั่ง” ให้กับเงินลงทุน ใครที่ยังไม่รู้ว่าจะเลือกกองทุนอะไรดี เชื่อว่า สำรับ 5 กองทุนลดหย่อนภาษีบน 3 กลยุทธ์ ที่ทาง “บลจ.อีสท์สปริง” จัดมาเสิร์ฟให้โค้งสุดท้ายปี 2025 นี้ จะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจช่วยให้คุณ “ลดหย่อนภาษี” ได้อย่างมั่นใจ
ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนในกองทุนรวม ก่อนการตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้เงื่อนไขการลงทุนในกองทุนต้องเป็นไปตามเงื่อนไขทางภาษีตามเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนดกรณีที่ขายสับเปลี่ยน LTF หลังจาก 11 มี.ค. 2568 เป็นต้นไป เพื่อลงทุนในกองทุนThai ESGX จะไม่ได้รับสิทธิลดหย่อนภาษี
หากผู้ลงทุนไม่ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีตามเงื่อนไขที่กำหนดจะไม่ได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีเต็มจำนวนที่สามารถใช้ได้ ขอรับหนังสื่อชี้ชวนได้ที่ บลจ.อีสท์สปริง (ประเทศไทย) หรือตัวแทนสนับสนุนการขายที่ได้รับการแต่งตั้ง
สนใจติดต่อบลจ.อีสท์สปริง www.eastspring.co.thหรือโทร 1725

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...