นายกฯ อันวาร์ ต่อสายแยกคุยทั้งนายกฯ ไทย-กัมพูชา ให้ยุติปฏิบัติการเป็นปฏิปักษ์ทุกรูปแบบ มีผล 4 ทุ่มตรงคืนนี้ ส่งคณะ AOT พร้อมผบ.สูงสุดมาเลเซียเป็นหัวหน้า และข้อมูลจากดาวเทียมของสหรัฐติดตามและประเมินสถานการณ์เตรียมนำเสนอประชุมรมว.ต่างประเทศอาเซียนนัดพิเศษ 16 ธ.ค.นึ้
BTimes
อัพเดต 14 ธ.ค. 2568 เวลา 17.20 น. • เผยแพร่ 13 ธ.ค. 2568 เวลา 09.39 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Bizวันที่ 13 ธ.ค.68 เวลา 13.30 น. นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย และประธานอาเซียน โพสต์ข้อความ ดังนี้
การหารือของผมกับประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โดนัลด์ เจ. ทรัมป์ และพิจารณาถึงความตึงเครียดที่ยังคงดำเนินอยู่ตามแนวชายแดนกัมพูชา–ไทย ผมได้สนทนาทางโทรศัพท์แยกกันกับนายกรัฐมนตรีของไทย อนุทิน ชาญวีรกูล และนายกรัฐมนตรีของกัมพูชา นายฮุน มาเนต
ผมแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และเรียกร้องให้ทั้ง 2 ฝ่ายยับยั้งชั่งใจถึงที่สุด ให้ยุติการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ทุกรูปแบบ ให้งดเว้นการดำเนินการทางทหารใดๆ เพิ่มเติม รวมถึงการใช้กำลัง หรือการเคลื่อนย้ายกำลังพลติดอาวุธไปยังแนวหน้า ให้มีผลตั้งแต่เวลา 22.00 น. ของวันที่ 13 ธันวาคม 2025 (UTC+7)
เพื่อสนับสนุนความพยายามในการลดระดับความตึงเครียด และส่งเสริมความโปร่งใส มาเลเซียได้ร้องขอให้มีการจัดส่งคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (ASEAN Observer Team – AOT) ซึ่งมีผู้บัญชาการทหารสูงสุดของมาเลเซียเป็นหัวหน้าคณะ เพื่อเฝ้าติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ ภารกิจนี้จะได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติมด้วยการเฝ้าติดตามผ่านดาวเทียม ซึ่งจัดหาโดยรัฐบาลสหรัฐอเมริกา โดยจะเริ่มดำเนินการในเวลาเดียวกัน
ผลการเฝ้าติดตามจากภาคสนามและข้อมูลจากดาวเทียม จะถูกรวบรวมโดยคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน และนำเสนอในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันอังคารที่ 16 ธันวาคม รายงานดังกล่าวจะให้ภาพรวมอย่างเป็นกลางของสถานการณ์ รวมถึงตำแหน่งของทั้งสองฝ่าย เพื่อประโยชน์ด้านความรับผิดชอบ การสร้างความเชื่อมั่น และการธำรงไว้ซึ่งสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค
มาเลเซียยังคงมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมอย่างใกล้ชิดกับประเทศสมาชิกอาเซียนและประชาคมระหว่างประเทศ เพื่อให้การเจรจา ความยับยั้งชั่งใจ และการทูต ยังคงเป็นแนวทางหลักในการแก้ไขปัญหา