โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เป็นทรัมป์จะทำยังไง? เมื่อคนไทยแสดงพลังรุมถล่มต่างชาติที่คิดจะแทรกแซง "สงครามสั่งสอนกัมพูชา"

The Better

อัพเดต 09 ธ.ค. 2568 เวลา 08.20 น. • เผยแพร่ 09 ธ.ค. 2568 เวลา 07.41 น. • THE BETTER

สงครามครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อน ที่คนไทยยังลังเลว่าควรจะยอมอ่อนข้อให้กับการกดดันจากต่างประเทศหรือไม่

แต่หลังจากที่ถูกรุมจากสิบทิศให้หยุดยิงจากกัมพูชา คนไทยก็เห็นว่า "โลกนี้ไม่มีมิตรแท้" มีแต่เราเท่านั้นที่จะตองยืนหยัด "สั่งสอนกัมพูชา" ให้รู้สึกนึกด้วยลำแข้งไทยของเราเอง

ดังนั้น ในการศึกครั้งนี้ "เลือดบางระจัน" จึงพลุ่งพล่านอย่างหนัก ความโกรธเกรี้ยวไม่ใช่จะมีแต่กับกัมพูชาเท่านั้น แต่กับทุกประเทศที่คิดจะเข้ามา "หย่าศึก"

เพราะเรารู้ทันแล้วว่าพวกที่ถือ "ธงสันติภาพ" (จอมปลอม) เข้ามาหมายจะเป็นกรรมการให้ไทยกับกัมพูชานั้น ไม่ใช่พวกที่หวังดีต่อไทย และยิ่งไม่ใช่เพื่อนที่ดีของไทย

แต่เป็นพวกที่ฉวยโอกาสอยากจะแทรกแซงการเมืองในภูมิภาค

เช่น ญี่ปุ่นที่โฆษกกระทรวงการต่างประเทศถออำนาจบาตรใหญ่มาบอกให้ไทยหยุดยิงกับกัมพูชา ปรากฏว่าคนไทยด่าจนเสียคน โดยไม่เห็นว่าญี่ปุ่นเป็นเพื่อนอีกต่อไป และยังสั่งสอนให้กับไปเก็บกวาดปัญหาที่นายกฯ ตัวเองก่อขึ้นกับไต้หวันและจีนเสียอีก

พูดง่ายๆ ก็คือ เรื่องในบ้านตัวเองยังวิบัติขนาดนั้น ยังแส่เข้ามาจุ้นจ้านเรื่องของไทยอีกทำไม

ท่าทีของคนไทยเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว เพราะในการสงครามกับเขมรครั้งก่อน สื่อและนักวิเคราะห์ญี่ปุ่นนี่แหละที่แสดงอาการเสียดายที่รัฐบาลของตนปล่อยให้จีนกับสหรัฐฯ เข้ามาเป็นกรรมการหย่าศึก โดยที่ญี่ปุ่นอยู่เฉยๆ ทำให้เสียดุลอำนาจในอาเซียน และอดแสดงอิทธิพลทางการของญี่ปุ่น

เห็นไหมว่าการเข้ามาขอให้หยุดยิงของประเทศหนึ่งๆ นั้นไม่ได้มีเจตนาเพื่อสันติภาพ แต่มีวาระซ่อนเร้นทางการเมืองของตน

ส่วน อันวาร์ อิบราฮิม นายกฯ มาเลย์จอมหิวแสงก็หวังจะดึงแสงเข้าตัวเองเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะหมดวาระการเป็นประธานอาเซียน แต่ก็ถูกคนไทยรุมด่าจะเสียคนเหมือนกัน ความเกลียดชังอันวาร์ของคนไทยนั้นอยู่ในระดับที่สูงกว่าคนมาเลย์เกลียดชังเขาหลายเท่า จนน่ากลัวว่า หากอันวาร์จะกล้ามาเยือนไทย คงได้หนามทุเรียนติดหัวไปแน่ๆ

แม้แต่สหภาพยุโรปที่บอกให้ไทยกับกัมพูชาหยุดยิง ก็ยังถูกคนไทยไล่กลับไปดูแลเรื่องของตัวเองก่อน โดยเฉพาะสงครามยูเครน-รัสเซียที่จ่อจะลามเข้าไปในบ้านตัวเองไม่รู้เมื่อไร ในเมื่อตัวเองจะพินาศอยู่รอมร่อแล้ว จะมายุ่งเรื่องของไทยทำไม

แม้แต่บางประเทศที่อยากจะเข้ามาเป็นกรรมการแต่ก็ทำไม่สำเร็จแม้จะพยายามหลายครั้ง ครั้งนี้ก็ดูเหมือนจะล่าถอยไปอยู่ในมุมของตน เพราะเห็นแล้วว่าหากเข้ามายุ่งแค่นิดหน่อยหรือแม้แต่ใช้ถ้อยคำผิดไปเพื่ออธิบายสถานการณ์ คนไทยก็อาจจะเกรี้ยวกราดใส่ได้

ทางที่ดี หากประเทศไหนที่คิดจะคบค้ากับไทยไปนานๆ ก็ควรจะนิ่งๆ ไว้กับสงครามครั้งนี้ เพราะหากเข้ามายุ่งเรื่องการเมือง แม้รัฐบาลไทยจะยอมฟัง แต่คนไทยไม่มีทางยอม

โปรดทราบว่าความเกรี้ยวกราดของคนไทยน่ากลัวยิ่งนัก หากเข้ามาขวางก็จะมีแต่ถูกซัดจนจม

นี่เหตุผลหนึ่งที่ใครก็ยึดไทยไม่ได้ เพราะหากปลุกความเป็นคนโหดร้ายในตัวคนไทยแล้ว คนไทยก็จะโหดร้ายจนคาดไม่ถึง ไม่เชื่อลองถามศพทหารญี่ปุ่นตามอ่าวไทยดู หรือไปถามหัวกะโหลกของทหารญวนที่เกลื่อนชายแดนพนมดงรักดูก็ได้

เหมือนกับสงครามครั้งนี้ที่แสดงออกถึง "ปางพิโรธ" ของคนไทยเพราะไม่มีเมตตาการุณอีกต่อไปกับกัมพูชา จึงใส่เต็มที่และไม่มีพื้นที่ปลอดภัยเว้นวรรคให้อีก

แต่เรายังไม่ได้เอ่ยถึงทรัมป์ ซึ่งมีพลังในการกดดันสูงที่สุดในบรรดาประเทศต่างๆ เขาพร้อมจะใช้อาวุธทางการค้าบีบไทยให้หยุดยิงจนได้หรือไม่?

ก่อนอื่น เราเคยเสอนไว้แล้วว่าทรัมป์หมดความสนใจในความขัดแย้งนี้แล้วและหลังการปะทะเล็กๆ คราวก่อนทรัมป์ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาแค่ออกมาพูดพอเป็นพิธีนิดหน่อย "ถ้ามีนักข่าวถาม" แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรมากกว่านั้น

คราวนี้ก็เช่นกัน มีนักข่าวจากสำนักข่าว Anadolu ได้รับคำตอบจากเจ้าหน้าที่บริหารระดับสูงคนหนึ่งในรัฐบาลสหรัฐฯ (เจ้าหน้าที่ผู้ไม่ประสงค์ออกนามกล่าว) เกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึ่งคำตอบก็คือ “ประธานาธิบดีทรัมป์มุ่งมั่นที่จะยุติความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง และคาดหวังว่ารัฐบาลกัมพูชาและไทยจะรักษาพันธกรณีของตนในการยุติความขัดแย้งนี้อย่างเต็มที่”

คำตอบนี้ทรัมป์ไม่ได้ตอบ และยังเป็นคำตอบที่เหมือนกับตอนที่ทรัมป์ตอบเองในการปะทะครั้งก่อน

ดังนั้น ทรัมป์อาจจะไม่เข้ามายุ่งเต็มตัว อาจจะต่อสายคุยกับผู้นำไทยและกัมพูชา ส่วนผลจะเป็นอย่างไรนั้นสุดจะคาดเดา

แต่ถ้าผู้นำของไทยออกอาการแหยเกินเหตุเหมือนที่ผ่านมาๆ ผลที่จะตามมาคือต้องรับความเกรี้ยวกราดจากพี่น้องชาวไทยแน่นอน ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการเลือกตั้งที่จะมาถึงในอีกไม่กี่เดือน

ในเวลานี้คนไทยพร้อมจะรับการตอบโต้จากทรัมป์อยู่แล้ว (ถ้าทรัมป์มีเวลาพอมาสนใจเรื่องนี้)

แต่รัฐบาลนี้พร้อมที่จะรับการตอบโต้จากคนไทยหรือไม่? คือคนไทยที่ไม่ต้องการให้ชาติไหนมายุ่งเกี่ยวกับการสั่งสอนกัมพูชาแบบให้หมดสภาพความเป็นภัยคุกคามไทยอีกต่อไป

บทวิเคราะห์โดยทีมข่าวต่างประเทศ The Better

Photo *- ภาพถ่ายแจกนี้ถ่ายเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2568 และเผยแพร่โดยสำนัก Agence Kampuchea Presse (AKP) แสดงให้เห็นทหารกัมพูชายืนอยู่บนรถถังที่บรรทุกบนรถบรรทุกริมถนนในจังหวัดพระวิหาร*

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...