โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

"ปปง."ลุยอายัดทรัพย์เพิ่ม 20 ล้าน เครือข่าย"Black Mirror TKP” โยงนักการเมืองส้มคดีฟอกเงินค้ายาฯ

TOP NEWS ONLINE

อัพเดต 30 ธ.ค. 2568 เวลา 09.28 น. • เผยแพร่ 30 ธ.ค. 2568 เวลา 09.18 น. • TOP NEWS

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2568 สำนักงาน ปปง. เข้าร่วมปฏิบัติการสนธิกำลัง ปิดล้อมตรวจค้นเครือข่าย “Black Mirror TKP” ในความผิดเกี่ยวกับการร่วมกันฟอกเงิน สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำผิดฐานฟอกเงิน และความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ร่วมกับ กองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 2 กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.2) และสำนักงาน ป.ป.ส. จำนวน 22 เป้าหมาย ในพื้นที่กรุงเทพ มหานคร จังหวัดนนทบุรี จังหวัดลพบุรี และจังหวัดตรัง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปส.2 สามารถจับกุมผู้ต้องหา ในข้อหาร่วมกันฟอกเงินฯ และตรวจยึดทรัพย์สินไว้ได้หลายรายการ เช่น รถยนต์ รถจักรยาน ยนต์ เครื่องเพชร อาวุธปืน เงินสด มูลค่ารวมกว่า 200 ล้านบาท วันนี้ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2568 สำนักงาน ปปง. ได้บูรณาการข้อมูลและพยานหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำความผิดดังกล่าว กับ บช.ปส.2 และตรวจสอบเส้นทางการเงินของเครือข่าย Black Mirror TKP แล้วพบทรัพย์สิน ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเพิ่มเติมของกลุ่มบุคคลตามหมายจับเป็นหลักทรัพย์และเงิน ในบัญชีเงินฝากธนาคาร จำนวน 26 รายการ เลขาธิการ ปปง. จึงมีคำสั่งให้อายัดหลักทรัพย์และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคารดังกล่าว รวมมูลค่า 20 ล้านบาท เพื่อดำเนินการตามกฎหมายฟอกเงินต่อไป

อนึ่ง คำสั่งอายัดทรัพย์สินไว้ชั่วคราวดังกล่าวมีกำหนดไม่เกิน 90 วัน (นับตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 28 มีนาคม 2569) หากผู้ถูกอายัดทรัพย์สินหรือผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์สินดังกล่าว ประสงค์จะขอให้มีการเพิกถอนคำสั่งนั้น ให้ยื่นคำขอเป็นหนังสือต่อเลขาธิการ ปปง. พร้อมด้วยหลักฐานที่เกี่ยวข้องที่แสดงว่าทรัพย์สินที่ถูกอายัดดังกล่าวมิใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดภายใน 30วันนับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งเป็นหนังสือ

ก่อนหน้านั้น พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) แถลงผลปฏิบัติการ “Black Mirror TKP” เข้าตรวจค้นและทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดและฟอกเงิน รวม 22 เป้าหมาย ตามหมายจับ 7 หมาย ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี จังหวัดลพบุรี และจังหวัดตรัง โดยใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและชุดปฏิบัติการพิเศษสยบไพรี รวมกว่า 120 นาย โดยหนึ่งในจุดที่เข้าตรวจค้น บ้านหรูหลังหนึ่งซึ่งอยู่ในพื้นที่เขตตลิ่งชัน ซึ่งจุดดังกล่าวสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 2 คน เป็นสามีชาวไทยและภรรยาชาวลาว พร้อมของกลางเป็นรถยนต์หรู 2 คัน รถจักรยานยนต์ 1 คัน เงินสดมูลค่า 1 ล้านบาท อาวุธปืนสั้น 11 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนจำนวนหนึ่ง อาวุธปืนยาว 5 กระบอก และตุ๊กตาหรู 3 ตัว "กลุ่มผู้ต้องหาได้เปิดบริษัท 4 บริษัท เปิดบัญชี และบริษัทมีผู้ถือหุ้น กรรมการ และใน 4 บริษัท มีเงินหมุนเวียนประมาณ 20,000 ล้านบาท เมื่อได้ดูการประกอบกิจการ มีเงินเข้าเดือนละ 1,000 ล้านบาท ซึ่งผู้ต้องหาไม่สามารถตอบได้ว่าทำกิจการอย่างไร ซึ่งพยานหลักฐานชี้ชัดว่ามีการเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน มีการโอนเงินที่มาจากการเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และบางส่วนได้โอนเงินไปยังบุคคลที่อยู่ในต่างประเทศและบุคคลนั้นถูกจับกุมในคดียาเสพติดที่ต่างประเทศ ทั้งนี้จากการตรวจค้นทั้ง 22 จุด ทรัพย์สินที่ยึดได้ 211 รายการ มูลค่ารวมกว่า 216 ล้านบาท และได้ดำเนินการตรวจยึดอายัดบัญชี 50 บัญชี ใน 4 กลุ่มบริษัท โดยผู้ต้องหาให้การว่า มีชื่อจดแจ้งเป็นกรรมการบริษัท โดยอ้างว่าทำบริษัทเกี่ยวกับขนส่ง ซื้อขายน้ำมัน แต่ไม่สามารถชี้แจงที่มาของรายได้ ส่วนเรื่องการออกหมายจับนายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน ยืนยันว่า ตำรวจทำตามพยานหลักฐาน ไม่ใช่การกลั่นแกล้งทางการเมือง ซึ่งการสอบสวนขยายผลคดีดังกล่าวมีมา 1-2 ปีแล้ว ก่อนจะนำมาสู่การออกหมายจับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...