โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

กองทัพเรือสกัดเรือบรรทุกน้ำมันต้องสงสัยกลางอ่าวไทย

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • ข่าวเวิร์คพอยท์

(31 ธ.ค. 68) พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่าทัพเรือภาคที่ 1 บูรณาการร่วมกับศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 1 (ศรชล.ภาค 1) ดำเนินการจับกุมเรือบรรทุกน้ำมันสัญชาติไทยที่กระทำผิดกฎหมายกลางอ่าวไทย มีพฤติการณ์เข้าข่ายหลบเลี่ยงกฎหมาย และอาจเกี่ยวข้องกับการลักลอบขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงและยุทธปัจจัยไปยังประเทศกัมพูชา อันกระทบต่อความมั่นคงของรัฐและผลประโยชน์ของชาติทางทะเล

การปฏิบัติการดังกล่าวเป็นไปตามคำสั่งยุทธการ “จักรพงศ์ภูวนารถ” เพื่อป้องกันและรักษาอธิปไตยทางทะเลของไทย โดยเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 เรือหลวงประจวบคีรีขันธ์ จากหมวดเรือพิทักษ์อ่าวไทย ขณะลาดตระเวนในอ่าวไทย ตรวจพบเรือต้องสงสัยบริเวณห่างจากเกาะเสม็ดไปทางทิศใต้ประมาณ 50 ไมล์ทะเล ไม่แสดงชื่อเรือ เลขทะเบียน ไม่ชักธงแสดงสัญชาติ และไม่เปิดใช้งานระบบแสดงตนเองอัตโนมัติ (AIS) จึงควบคุมเรือเข้าท่าเรือจุกเสม็ด ฐานทัพเรือสัตหีบ เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456 และพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 โดยมีแรงงานต่างด้าวทำงานผิดกฎหมาย จำนวน 5 คน ประกอบไปด้วยสัญชาติเมียนมา 1 คน สัญชาติกัมพูชา 4 คน การขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงที่อาจมีความเชื่อมโยงกับการขนส่งยุทธปัจจัยไปประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งทั้งหมดอยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผล เพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างถึงที่สุด

กองทัพเรือยืนยันว่า ทัพเรือภาคที่ 1 ร่วมกับ ศรชล.ภาค 1 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ สกัดกั้น และยับยั้งเรือที่มีพฤติการณ์ลักลอบขนส่งน้ำมันและยุทธปัจจัยไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ในห้วงเวลาที่สถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคมีความอ่อนไหว เพื่อพิทักษ์อธิปไตย ความมั่นคง และผลประโยชน์ของชาติทางทะเลอย่างสูงสุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...