ไขคดี นัทปง ผู้ประกาศข่าวหนุ่มดับ เจอไซยาไนด์ในกระเพาะ เค้นความจริง 2 เพื่อนสนิท
ไขคดีผู้ประกาศข่าวหนุ่มดับ เจอไซยาไนด์ในกระเพาะ เค้นความจริง 2 เพื่อนสนิท ให้ชัดวางยาหรือฆ่าตัวตาย
คอลัมน์ อาชญากรรม : อาชญาข่าวสด
หลังเกิดคดี แอม ไซยาไนด์ วงการนิติเวชมีการปรับตัวครั้งใหญ่ ยกระดับการเฝ้าระวังและตั้งแนวทางคัดกรองการตายที่น่าสงสัย ให้คิดถึงไซยาไนด์เป็นหนึ่งในสาเหตุเสมอ เพื่อให้สามารถตรวจหาและยืนยันสารพิษได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น
กรณีการตายของนายณัฐวุฒิ ปงลังกา หรือนัทปง อายุ 35 ปี ผู้สื่อข่าวและพิธีกรรายการข่าวทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ก็เป็นผลมาจากการปรับตัวครั้งนี้
ย้อนไปเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 ร.ต.อ.อังคาร ศรีโยธะ รอง สว.สอบสวน สภ.บางกรวย จ.นนทบุรี รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตภายในบ้านเลขที่ 99/179 หมู่ 9 ต.บางกรวย จ.นนทบุรี จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมแพทย์สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เจ้าหน้าที่มูลนิธิ
ในที่เกิดเหตุซึ่งเป็นบ้านทาวน์โฮม 2 ชั้น ภายในห้องนั่งเล่นชั้นล่างพบศพนายณัฐวุฒิ ปงลังกา หรือเพื่อนๆ เรียกว่า นัทปง นอนหงายเสียชีวิตอยู่บนผ้าปูกับพื้นในห้องใต้บันได
สภาพศพสวมเสื้อยืดคอกลมสีดำ สวมกางเกงยีนส์ สวมถุงเท้า สวมนาฬิกาข้อมือ
ภายในห้องไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือบาดแผลถูกทำร้ายร่างกาย แต่ข้างตัวผู้ตายมีกองอาเจียนสีเหลืองๆ อยู่ คล้ายกับว่าผู้ตายอาเจียนออกมาก่อนที่จะนอนแล้วเสียชีวิตไป
จากการสอบสวนเพื่อนของผู้ตาย ซึ่งอยู่ภายในบ้านเกิดเหตุ ให้ปากคำว่า หลังผู้ตายเลิกงานกลับมาบ้านเพื่อพักผ่อนและนั่งดื่มกินสุรากับกลุ่มเพื่อน ก่อนที่ผู้ตายจะเข้าห้องไปนอนพักผ่อนในห้องใต้บันได ที่ดัดแปลงเป็นห้องนั่งเล่น
จนมาในตอนเช้าจึงพบว่านอนเสียชีวิตอยู่ที่พื้นห้องโดยไม่ทราบสาเหตุ โดยผู้ตายมีโรคประจำตัวเป็นภูมิแพ้ หอบหืด
หลังเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งศพไปผ่าชันสูตรหาสาเหตุการตายอย่างละเอียดอีกครั้งที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์
จากข้อมูลในตอนแรก ข้อสรุปเบื้องต้นมุ่งไปทางที่เจ้าตัวมีอาการหัวใจเต้นผิดปกติเฉียบพลัน หรือใหลตาย ครอบครัวจึงนำศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี ที่วัดกล้วย ต.วัดชลอ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี เป็นเวลา 2 คืน จากนั้นทางครอบครัวได้รับร่างนำกลับไปทำพิธีทางศาสนาต่อที่ วัดริมกก ต.แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงราย ซึ่งเป็นบ้านเกิด โดยมีกำหนดการฌาปนกิจในวันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม
แต่ต่อมาวันที่ 4 ธันวาคม แพทย์สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ได้แจ้งมายังร้อยเวรเจ้าของคดีว่า จากการชันสูตรศพในเบื้องต้นพบว่ามีสารพิษไซยาไนด์ ในกระแสเลือดและกระเพาะอาหาร เป็นสาเหตุที่ทำให้เสียชีวิต
ส่วนผลชันสูตรอย่างเป็นทางการต้องใช้เวลาประมาณ 1 เดือน จึงรีบแจ้งส่งผลชันสูตรเบื้องต้นให้พนักงานสอบสวนทราบก่อน
พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ พงศ์ธนารักษ์ ผกก.สภ.บางกรวย รีบรายงานให้ พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 ทราบพร้อมสั่งการให้ พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1 พ.ต.อ.ประธาน นันทกอบกุล รอง ผบก.สส. พ.ต.อ.วิทิต จันทร์เอี่ยม รอง ผบก.สส. พ.ต.อ.พูนสุข เตชะประเสริฐพร ผกก.1 บก.สส.ภ.1 พ.ต.อ.ศุภชัย ศรีศักดิ์ ผกก.สส.ภ.จ.นนทบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภาค 1 เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภูธร จ.นนทบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.บางกรวย จ.นนทบุรี ประชุมและแบ่งหน้าที่การทำงานเพื่อคลี่คลายสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงนายณัฐวุฒิ
โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานไปทางญาติเพื่อขออายัดศพไว้ก่อน รวมทั้งออกหมายเรียกตัวเพื่อนของผู้ตายที่อยู่ในบ้านวันเกิดเหตุมาสอบปากคำ พร้อมกับเตรียมนำตำรวจพิสูจน์หลักฐาน เข้าไปตรวจสอบเพื่อเก็บหลักฐานภายในบ้านเกิดเหตุอีกครั้ง
เมื่อสาเหตุการเสียชีวิตกลายเป็นคดีอาญา นายพุทธอภิวรรณ องค์พระบารมี ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายข่าวช่อง 8 เปิดไทม์ไลน์ – แผนผังในบ้านนัทปงก่อนเสียชีวิตในรายการ “ลุยชนข่าว” ว่านัทจัดรายการ “Phutta Talk” เลิกประมาณตี 2 กว่าๆ หลังจากนั้นนัดเพื่อนไปนั่งกินดื่มอยู่ในบ้านด้วยกัน ประกอบด้วย โอ, บิ๊ก, ต้น, นัทปง, ออ
พุทธระบุว่า ทราบข่าวเสียชีวิตได้ถามทุกคนว่าเกิดอะไรขึ้นทั้งออกับโอ ซึ่งพนักงานฝ่ายข่าวก็ได้ข้อมูลว่า นัทปงเคยบอกว่ามีไซยาไนด์เก็บไว้ที่บ้าน จึงให้คนนำไปส่งตรวจจนได้รับการยืนยันว่าเป็นไซยาไนด์จริงๆ
ออกับโอบอกว่า ก่อนเกิดเหตุ นัทปงชวนให้ตามไปที่บ้าน เพื่อกินอาหารและดื่มสังสรรค์ โดยไปถึงบ้านนัทเวลาประมาณ 01.45 น. ซึ่งตอนที่ไปถึง มีต้นและบิ๊กอยู่ที่บ้านแล้ว
ทั้ง 5 คนดื่มกินกันจนใกล้สว่าง นัทปงจึงขอตัวขึ้นไปนอนก่อน จากนั้น ช่วง 05.36 น. โอกับออก็ทยอยเดินทางกลับ ในบ้านจึงเหลืออยู่เพียง 3 คน
จากนั้น บิ๊กกับต้นช่วยกันเก็บของข้างล่าง แล้วบิ๊กก็ขึ้นไปข้างบน (หลังจากที่นัทปงขึ้นไปได้ราวๆ 50 นาที) ต้นยังอยู่ข้างล่าง หลังจากนั้น นัทปงกับบิ๊กเริ่มมีปากเสียงกัน บิ๊กเล่าเองว่าเหมือนมีการเอามือไปปัดโดนหน้าแค่ 1 ครั้ง นัทปงเลยเดินลงมานอนที่ห้องข้างล่าง
หลังจากนั้น นัทปงออกมาปัสสาวะ และไม่ได้กลับเข้าห้อง บิ๊กออกมาดู 2 รอบ รอบแรกเข้าห้องน้ำ จากนั้นนัทปง เดินลงไปชั้น 1 เข้าไปในห้อง (ที่เสียชีวิต) ซึ่งบิ๊กตามลงมา ขณะที่ต้นเล่นโทรศัพท์ที่โซฟา จากนั้นบิ๊กไปตามในห้อง แต่นัทปงไม่ขึ้น ตอบอือๆ ลักษณะเหมือนคนเมา บิ๊กเลยกลับขึ้นข้างบน ส่วนเรื่องอ้วกไม่รู้ว่าอ้วกตอนไหน เข้าใจว่าเมาแล้วอ้วกออกมา
ส่วนต้นออกจากบ้านตอน 07.30 น. แต่ลืมกระเป๋าเงิน จึงวนกลับมารอบ 2 บอกว่ายังได้ยินเสียงกรนจากห้อง (ที่เสียชีวิต) จึงกลับออกไป กระทั่งบิ๊กลงมาเรียกจึงพบว่าเสียชีวิตแล้ว
อย่างไรก็ตาม ต้นบอกว่าเคยเห็นสารไซยาไนด์ดังกล่าว มาไม่ต่ำกว่า 1 ปีแล้ว ส่วนบิ๊กรู้ว่ามีสารไซยาไนด์ และเป็นคนเอาไปเก็บไว้ในห้องที่เกิดเหตุ เพราะกลัวว่าสุนัขจะกินเข้าไป แต่ไม่รู้ว่าได้มายังไง
คดีนี้ ตำรวจตั้งสาเหตุการเสียชีวิตไป 2 ทางคือหากไม่ใช่เจตนากินไซยาไนด์เพื่อฆ่าตัวตายเอง ก็ต้องมีคนจงใจวางยาฆาตกรรม ผู้ต้องสงสัยจึงหนีไม่พ้นผู้ที่อยู่กับ นัทปงทั้ง 4 คน แต่หากเปรียบเทียบไทม์ไลน์กับเวลาเสียชีวิต บิ๊กกับต้นจึงตกเป็นผู้ต้องสงสัยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ยิ่งเมื่อนำภาพและเสียงจากกล้องวงจรปิดในบ้านที่เกิดเหตุมาตรวจสอบก็พบว่า คำให้การของบิ๊กและต้นไม่ตรงกับที่เคยเล่าเอาไว้หลายจุด โดยเฉพาะเรื่องความสัมพันธ์ของบิ๊กและนัทปง และเรื่องที่ทั้งคู่ทะเลาะกันรุนแรง รวมทั้งพฤติกรรมเมื่อเข้ามาพบศพ
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตัวทั้ง 4 คนมาสอบปากคำ รวมทั้งไอซ์ สารวัตร กิจพานิช พิธีกรรายการข่าวเพื่อนร่วมงานที่สนิทกัน ที่หนักสุดคือ บิ๊กกับต้นที่ถูกเค้นสอบนานเกือบ 10 ชั่วโมง ซึ่งทั้งคู่ยืนยันว่าไม่เคยคิดทำร้ายนัทปง โดยบิ๊กบอกว่าเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น ส่วนรายละเอียดในคดีขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นคนให้ข้อมูล
อีกประเด็นที่ตำรวจต้องสืบสวนคือที่มาของไซยาไนด์มรณะ
ต่อมาวันที่ 8 ธันวาคม นายกิตติ ทานะเวช อายุ 27 ปี เพื่อนสนิทอีกคนของนัทปง พร้อมด้วยทนายความได้เดินทางเข้าพบกับพนักงานสอบสวน สภ.บางกรวย จ.นนทบุรี หลังพบว่ามีข้อมูลการติดต่อในโทรศัพท์ของผู้เสียชีวิต เกี่ยวกับการสั่งให้นายกิตตินำไซยาไนด์มาให้ และชักชวนกินด้วยกัน
หลังใช้เวลาสอบสวนนายกิตตินานกว่า 4 ชั่วโมง นายกิตติสารภาพว่า เป็นคนที่ลักลอบนำสารไซยาไนด์จากร้านทองย่านบางแคที่ทำงานอยู่มาให้นัทปงจำนวน 2 ช้อนโต๊ะ ตำรวจจึงแจ้งข้อหามีสารพิษ (ไซยาไนด์) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนควบคุมตัวนายกิตติเดินทางไปยังร้านทอง เพื่อนำสารไซยาไนด์มาเปรียบเทียบว่ามาจากที่เดียวกันหรือไม่
ขณะเดียวกัน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมใช้เครื่องมือจับเท็จกับนายบิ๊กและนายต้น หลังพบว่าการให้ปากคำของทั้งสองคนไม่ตรงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
พ.ต.ท.ดร.ธนันวัฒน์ ธีรพัฒน์ชญากุล หรืออาจารย์ช้าง อาจารย์โรงเรียนนายร้อยตำรวจ เจ้าของฉายามือปราบคอลเซ็นเตอร์ โพสต์วิเคราะห์คดีนัทปงว่า การตายไม่ได้ซับซ้อนเพราะสารไซยาไนด์ แต่มันซับซ้อนเพราะ พฤติกรรมของคนในเหตุการณ์ ที่ไม่สัมพันธ์กับความจริงใดๆ ในทางอาชญาวิทยา
คลิปจากวงจรปิดไม่ได้แค่บันทึกภาพแต่บันทึกความลังเล ความนิ่ง ความรีบร้อน และการกระทำที่สวนทางกับภาวะฉุกเฉิน สิ่งเหล่านี้… คือสัญญาณที่นักสืบใช้แยกอุบัติเหตุออกจากอาชญากรรม
ในคดีที่พบสารพิษร้ายแรงในกระเพาะและกระแสเลือด เราจะไม่ถามว่าเขาตายอย่างไร แต่จะถามว่า “ใครมีโอกาสมากที่สุด ใครมีพฤติกรรมผิดแปลกที่สุด และใครพยายามอธิบายเหตุการณ์มากเกินความจำเป็น” เพราะในทางอาชญาวิทยา ผู้กระทำผิดมักทิ้งร่องรอยไว้เสมอ ไม่ใช่ที่ร่างกายเหยื่อ แต่ในพฤติกรรมของตัวเอง
อาจารย์ช้างตั้งคำถามว่า คลิปที่หลุดออกมาทำให้คำถามสำคัญชัดเจนขึ้นว่า เหตุใดบางคนจึงเลือกยืนเฉย?
เหตุใดบางคนจึงรีบเปลี่ยนตำแหน่ง?
เหตุใดบางการเคลื่อนไหวจึง “รู้ผลล่วงหน้า” มากกว่าความเป็นจริง?
นี่ไม่ใช่คดีที่สังคมควรมองเป็นดราม่า แต่มันคือเคสตัวอย่างของ “ความเงียบที่ผิดปกติ” และ “ท่าทีที่สวนเหตุผล” ซึ่งมักเกิดขึ้นเฉพาะในคดีเจตนาทำร้ายเท่านั้น
สุดท้าย…กล้องไม่โกหก พฤติกรรมไม่หลอกใคร แต่คน… พยายามโกหกพฤติกรรมของตัวเองเสมอ หวังว่าคดีนี้จะถูกคลี่คลายด้วยข้อเท็จจริง ไม่ใช่ด้วยเสียงของใคร และหวังว่าสังคมจะได้บทเรียนว่า
อาชญากรรมร้ายแรงที่สุดไม่ได้เกิดจากปีศาจ แต่มักเกิดจาก “คนที่เราไว้ใจที่สุด”
จะเป็นเพราะจงใจปกปิดคดีฆาตกรรม หรือแค่ต้องการกันตัวเองไม่ให้เกี่ยวข้องกับการตายของนัทปง ที่ทำให้ทั้งบิ๊กและต้นเลือกที่จะปกปิดความจริงบางประการ อีกทั้งพฤติกรรมที่แสดงออกผ่านกล้องวงจรปิด ล้วนเป็นเงื่อนงำสำคัญของปริศนาการตาย ที่ตำรวจจะต้องสืบสวนคลี่คลายให้กระจ่าง
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไขคดี นัทปง ผู้ประกาศข่าวหนุ่มดับ เจอไซยาไนด์ในกระเพาะ เค้นความจริง 2 เพื่อนสนิท
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly