โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ไทยรักษ์ป่า เชื่อมคน-ป่า เปิดเส้นทางยอดดอยปุย 3 เส้นทาง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 08 ม.ค. เวลา 06.35 น. • เผยแพร่ 08 ม.ค. เวลา 06.35 น.

บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group โดยมูลนิธิไทยรักษ์ป่า ได้ดำเนินโครงการปรับปรุงเส้นทางศึกษาธรรมชาติยอดดอยปุยในจังหวัดเชียงใหม่สำเร็จ

พร้อมจัดทำจุดบริการ Trail Head ระเบียงชมวิว และติดตั้งป้ายสื่อความหมายธรรมชาติตลอดแนวเส้นทาง ก่อนส่งมอบให้แก่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อชูให้เป็นแหล่งเรียนรู้ป่าต้นน้ำที่อยู่ใกล้ตัวเมืองมากที่สุด หรือที่เรียกว่า “ป่าหลังบ้านของเมืองเชียงใหม่”

มานนีย์ พาทยาชีวะ เลขาธิการมูลนิธิไทยรักษ์ป่า เปิดเผยว่า มูลนิธิดำเนินภารกิจหลักในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการพัฒนาเส้นทางศึกษาธรรมชาติมาตั้งแต่ปี 2550

เริ่มจากเส้นทางแรกที่กิ่วแม่ปาน และขยายผลมาจนถึงปัจจุบันครบ 11 เส้นทางใน 3 ภูมิภาคหลัก คือ เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช และชัยภูมิ โดยมุ่งเน้นการสร้างแหล่งเรียนรู้ป่าต้นน้ำที่เปิดโอกาสให้ผู้คนเข้าใกล้ชิดธรรมชาติได้มากขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่สถานที่ท่องเที่ยวธรรมดา

การคัดเลือกพื้นที่ยอดดอยปุยเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติลำดับที่ 11 นั้น ผ่านการพิจารณาตามเกณฑ์สำคัญ 3 ประการ ได้แก่ เป็นป่าต้นน้ำที่มีความสำคัญ มีคุณค่าทางธรรมชาติและศักยภาพพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ และมีความร่วมมือที่ดีจากภาคีเครือข่าย ทั้งอุทยานและชุมชนโดยรอบ

เมื่อทีมงานเดินทางมาสำรวจพบว่าพื้นที่นี้มีความพิเศษตรงที่เป็น “ป่าหลังติดเมือง” สามารถเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่มาถึงได้ภายในไม่ถึงชั่วโมง แต่กลับพบผืนป่าที่แตกต่างจากในเมืองอย่างชัดเจน พร้อมมีผู้คนหลากหลายกลุ่มที่แสดงความสนใจในธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นนักดูนก นักท่องเที่ยว นักวิ่งเทรล หรือนักปั่นจักรยานภูเขา

จุดเด่นที่สำคัญของเส้นทางนี้ คือ “นิเวศประวัติศาสตร์” ที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ตามช่วงเวลา แต่ยังคงรักษาผืนป่าไว้ได้ ตั้งแต่ตำนานปู่แสะย่าแสะ พระนางจามเทวี จนถึงพระบรมสารีริกธาตุที่วัดพระธาตุดอยสุเทพ ซึ่งล้วนเป็นกุศโลบายในสมัยโบราณที่ทำให้ผู้คนไม่กล้าทำลายป่าที่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์

ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5-6 มีนักพฤกษศาสตร์ชาวต่างชาติอย่างคุณหมอคาร์ (Dr. Kerr) ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาของพฤกษศาสตร์ไทย เข้ามาสำรวจและบันทึกพืชพันธุ์หลายร้อยชนิด บางชนิดพบเฉพาะที่นี่แห่งเดียว และถูกเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์ต่างประเทศ เช่น Kew Gardens ในลอนดอน

ทีมงานค้นพบเรื่องราวน่าสนใจเมื่อพบตัวอย่างผึ้งที่ปักหมุดในพิพิธภัณฑ์ และเขียนคำว่า “Suthep” สะท้อนให้เห็นว่าความหลากหลายทางชีวภาพของพื้นที่นี้มีคุณค่าระดับสากล แม้ต่อมาจะมีการเปลี่ยนแปลงจากการใช้ประโยชน์ที่ดิน รวมถึงการปลูกฝิ่นในยุคหนึ่ง แต่ก็มีการฟื้นฟูโดยหลายภาคส่วน โดยเฉพาะพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระพันปีหลวง ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณในการดูแลรักษาพื้นที่ให้คงความอุดมสมบูรณ์

โครงการนี้พัฒนาเส้นทางศึกษาธรรมชาติทั้งหมด 3 เส้นทาง เพื่อรองรับกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย โดยใช้หลักการก่อสร้างที่เน้นความกลมกลืนและเป็นมิตรกับระบบนิเวศ มีสิ่งปลูกสร้างเพียงเท่าที่จำเป็น

เส้นทางที่ 1 คือ เส้นยอดดอยปุย-ดอยหัวหมู ระยะทาง 4.9 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 3.5 ชั่วโมง มีจุดสื่อความหมาย 10 จุด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการท้าทายและเรียนรู้เชิงลึก

เส้นทางที่ 2 คือ เส้นทางมรกต ระยะทาง 4.5 กิโลเมตร เดินไปกลับทางเดิมประมาณ 3.5 ชั่วโมง เหมาะกับผู้ที่ต้องการพักผ่อนและสัมผัสธรรมชาติโดยไม่ต้องการความยากลำบากมากนัก เป็นเส้นทางที่นักดูนกนิยม

และเส้นทางที่ 3 คือ เส้นทางไปบ้านขุนช่างเคี่ยน ระยะทาง 7.5 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง เป็นเส้นทางย้อนรอยเสด็จพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระพันปีหลวง พร้อมสัมผัสวิถีชุมชนที่อยู่กับป่าอย่างสมดุล

นอกจากนี้ มูลนิธิยังได้ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พัฒนาเส้นทางศึกษาธรรมชาติแล้วเสร็จไปก่อนหน้านี้รวม 10 เส้นทาง ประกอบด้วย ในจังหวัดเชียงใหม่ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ 4 เส้นทาง คือ เส้นทางยอดดอย เส้นทางกิ่วแม่ปาน เส้นทางอ่างกา และเส้นทางผาดอกเสี้ยว

อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย 1 เส้นทาง คือ เส้นทางน้ำตกมณฑาธาร ในจังหวัดนครศรีธรรมราช อุทยานแห่งชาติเขาหลวง 4 เส้นทาง คือ เส้นทางน้ำตกพรหมโลก น้ำตกกะโรม น้ำตกอ้ายเขียว และเส้นทางน้ำตกกรุงชิง และในจังหวัดชัยภูมิ อุทยานแห่งชาติภูแลนคา 1 เส้นทาง คือ เส้นทางผาหัวนาค

มานนีย์กล่าวทิ้งท้ายว่า การพัฒนาเส้นทางเหล่านี้ไม่ใช่แค่การสร้างสถานที่ท่องเที่ยว แต่เป็นการสร้างคุณค่าหลายมิติ ทั้งการดูแลรักษาระบบนิเวศ สร้างรายได้ให้ชุมชน และอนุรักษ์วัฒนธรรม

โดยหลังการพัฒนาเสร็จสิ้น จะมีการจัดกิจกรรมต่อเนื่อง เช่น ค่ายเยาวชน แหล่งเรียนรู้แบบ One Day Trip เพื่อให้คนกับธรรมชาติกลับมาเชื่อมโยงกันได้มากขึ้น

เส้นทางนี้จะเป็นตัวสะท้อนและตอบคำถามว่าทำไมเราต้องรักษาพื้นที่ป่า เมื่อผู้คนได้เข้ามาสัมผัสและรับรู้ถึงผลกระทบเชิงบวกที่เกิดขึ้นกับตนเอง ไม่ว่าจะเป็นความสบายใจ อากาศบริสุทธิ์ หรือความงดงามของธรรมชาติ ก่อเกิดแรงบันดาลใจในการดูแลรักษาป่าไว้ให้คงอยู่สืบไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไทยรักษ์ป่า เชื่อมคน-ป่า เปิดเส้นทางยอดดอยปุย 3 เส้นทาง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...