โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ตีแผ่เศรษฐกิจ วิกฤตหนี้ครัวเรือน และ"บ้านหลุดจำนอง" เมื่อคอนโดฯ-บ้านมือสอง ประกาศขายเพิ่มขึ้น 100%

Thairath Money

อัพเดต 08 ม.ค. เวลา 04.14 น. • เผยแพร่ 08 ม.ค. เวลา 04.13 น.
ภาพไฮไลต์

ท่ามกลางตัวเลขเศรษฐกิจที่ดูเหมือนกำลังรอการฟื้นตัว ตลาดอสังหาริมทรัพย์มือสอง บ้าน และ คอนโดมิเนียม ในไตรมาส 3 ปี 2568 จากการรายงานล่าสุดของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) กลับส่งสัญญาณที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง

เมื่อมูลค่าการประกาศขายพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดกว่า 102% เมื่อเทียบกับปีก่อน ตัวเลขนี้ไม่ใช่แค่การซื้อขายปกติ แต่อาจสะท้อนถึงความตึงเครียดทางการเงินของคนไทยในทุกระดับชั้นได้อย่างดี

วิกฤตหนี้ครัวเรือน เมื่อ "บ้าน" กลายเป็นภาระที่ต้องปล่อยมือ

ภาพที่ชัดเจนที่สุดของวิกฤติหนี้ในครั้งนี้คือ การพุ่งขึ้นของอุปทานจาก กรมบังคับคดี (บ้านหลุดจำนอง) ที่มีจำนวนหน่วยประกาศขายสูงถึง 74,813 หน่วย เพิ่มขึ้นถึง 55.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) และคิดเป็นสัดส่วนถึง 30.8% ของบ้านมือสองทั้งหมดในตลาด

นี่คือภาพสะท้อนของ "การถูกบังคับขาย" จากปัญหาหนี้สินที่สะสมมานาน จนกระทั่งสถาบันการเงินและกรมบังคับคดีต้องนำทรัพย์สินออกมาขายทอดตลาดในสัดส่วนที่สูงเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท ที่ยังมีอุปสงค์ต้องการซื้ออยู่เพียงกลุ่มเดียว

ปรากฏการณ์ "รวยกระจุก หนี้กระจาย"คนรวยเทขายเพื่อสภาพคล่อง

ในขณะที่กลุ่มฐานรากถูกบังคับขาย กลุ่มผู้มีรายได้สูงและนักลงทุนก็กำลังเผชิญกับภาวะ "สภาพคล่องตึงตัว" ไม่ต่างกันนัก เพราะ ข้อมูลระบุว่าบ้านระดับ High-end (ราคามากกว่า 10 ล้านบาท) มียอดประกาศขายเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 124.4%

แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ "ขายแต่ไม่มีคนซื้อ" เพราะยอดโอนกรรมสิทธิ์ในกลุ่มราคามากกว่า 10 ล้านบาท กลับลดลงถึง -15.9% ในเชิงมูลค่า สะท้อนว่าคนรวยกำลังพยายามเปลี่ยนสินทรัพย์เป็นเงินสด แต่กลับทำได้ยากเนื่องจากกำลังซื้อในกลุ่มบนเริ่มอิ่มตัวและระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น

คอนโดมิเนียม กับภาวะ Over Supply ที่น่ากังวล

อย่างไรก็ตาม ประเภทที่อยู่อาศัยที่สะท้อนภาพการ "เทขาย" ได้ชัดเจนที่สุดคือ ห้องชุด (คอนโดมิเนียม) ซึ่งมีมูลค่าประกาศขายเพิ่มขึ้นแบบผิดปกติถึง 219.3% ส่วนใหญ่เป็นห้องชุดราคาสูงที่ไหลเข้าสู่ตลาดในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ส่วนมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดกลับลดลง-13.4 % กลายเป็นภาวะอุปทานล้นตลาด (Over Supply) ที่เจ้าของห้องต้องยอมลดราคาหรือถือไว้อย่างยากลำบาก

การดิ้นรนของ "กลุ่มล่าง" ความหวังเดียวที่ยังเหลืออยู่

ในท่ามกลางตัวเลขที่ติดลบเกือบทุกหมวด มีเพียงระดับราคา ไม่เกิน 1 ล้านบาท เท่านั้นที่เป็นกลุ่มเดียวที่มียอดโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้นทั้งจำนวนหน่วย (1%) และมูลค่า (2.7%)

ตัวเลขนี้บ่งบอกว่า Real Demand หรือความต้องการที่อยู่อาศัยที่แท้จริงของคนไทยในปัจจุบัน ถูกบีบด้วยภาวะเศรษฐกิจจนเหลือพื้นที่เพียงแค่กลุ่มบ้านราคาถูกที่สุดเท่านั้น ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวที่ยังพอจะเข้าถึงสินเชื่อได้หรือมีความจำเป็นในการอยู่อาศัยจริงท่ามกลางมาตรการผ่อนปรน LTV และการลดค่าธรรมเนียมโอน-จดจำนองที่รัฐพยายามประคับประคองไว้

ทั้งนี้ สถานการณ์ตลาดบ้านมือสองในไตรมาส 3 ปี 2568 คือ ครื่องเตือนใจว่าเศรษฐกิจไทยกำลังอยู่ในช่วง "ปรับพอร์ต" ครั้งใหญ่ และกรุงเทพฯ ได้กลายเป็นศูนย์กลางการเทขาย โดยมีมูลค่าประกาศขายพุ่งขึ้นถึง 162.7% ส่วนราคาเฉลี่ยตลาด ถูกดึงขึ้นไปที่ 5.6 ล้านบาท (จากเดิม 4.3 ล้านบาท) ซึ่งไม่ใช่เพราะบ้านราคาขึ้น แต่เพราะบ้านราคาสูงถูกนำออกมาวางขายจนล้นตลาดทั้งหมดเป็นภาพรวม ที่บ่งบอกถึงความเปราะบางของครัวเรือนไทยที่ต้องยอมทิ้งบ้านเพื่อความอยู่รอดในยุคเศรษฐกิจฝืดเคือง

ที่มา : REIC

ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/economics/thailand_econ

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตีแผ่เศรษฐกิจ วิกฤตหนี้ครัวเรือน และ"บ้านหลุดจำนอง" เมื่อคอนโดฯ-บ้านมือสอง ประกาศขายเพิ่มขึ้น 100%

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...