โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

เทคนิคการฟังแบบปีศาจ “ฟังให้ได้เห็นความหมาย...ไม่ใช่ฟังแค่ให้ได้ยินแต่คำพูด”

สยามรัฐ

อัพเดต 27 ธ.ค. 2568 เวลา 01.00 น. • เผยแพร่ 27 ธ.ค. 2568 เวลา 01.00 น.

ปากกาขนนก / สกุล บุณยทัต

“การฟังและรับฟังในชีวิตของคนเรา ถือเป็นสิ่งสำคัญที่นำไปสู่การรับรู้อันจำเป็น มันคือปฏิกิริยาอันล้ำลึกแห่งความเข้าใจในตัวตน ที่ย้ำเตือนต่อความทรงจำเสมอ เป็นแสงฉายภายในที่ทอประกายออกมาในนามของ ‘เจตจำนง’

ความหวังในทุกความหวังของผู้คน จึงยึดมั่นอยู่กับการกระทำที่มีน้ำหนักของการตระหนักรู้… อันหมายถึง ‘อำนาจดุจปีศาจได้สร้างสรรค์เอาไว้’ เพื่อสนองรับต่อความดีความชั่วทั้งปวง ที่ชีวิตของมนุษย์ทุกคนต้องพลัดตกลงไปคลุกเคล้า จนยากจะคืนกลับมาสู่ภาวะอันเป็นปกติได้…

เหตุนี้… มนุษย์เราทุกคนจึงสมควรที่จะต้องรับฟังในทุกสิ่งที่ผ่านข้ามเข้ามาสู่ชีวิต ด้วยการหยั่งเห็นถึง ‘ความหมาย’ เป็น ‘ความจริงในจริง’ ให้มากกว่าการฟังเพียงเพื่อให้ได้ยินแต่คำพูดระหว่างกันและกัน… เพียงเท่านั้น!”

นี่คือประเด็นแห่งการก่อผัสสะแห่งการรับรู้และเรียนรู้อันสำคัญจากหนังสือ “เทคนิคการฟังแบบปีศาจ” โดยนักเขียนเกี่ยวกับแนวคิดแห่งการพัฒนาตัวเองและปรัชญาชาวญี่ปุ่น “อัตสึฮิโกะ นากามูระ” (Atsuhiko Nakamura)

“เทคนิคการฟังแบบปีศาจ” เป็นหนังสือที่เขียนขึ้นจากมุมมองใหม่ๆ ในการกำหนดข้อคิดแห่งชีวิต โดยมุ่งสื่อสารถึงการควบคุมบทสนทนาและความสัมพันธ์โดยใช้ “การฟังและการรับฟัง”… ไม่ว่าจะเผชิญหน้ากับคู่สนทนาแบบไหนก็ตาม! หนังสือเล่มนี้จะช่วยให้ผู้อ่านได้ฝึกทักษะในการฟังให้ได้ยินในสิ่งที่ “แม้จะไม่ได้พูด” เพื่อจะได้รับรู้ข้อมูลเชิงลึกตามที่เราต้องการ!

“ฟังให้ได้ยินมากกว่าที่เขาหรือใครพูดออกมา ฟังอย่างตั้งใจ ลึกซึ้ง และโฟกัส… แม้แต่สิ่งที่เขาไม่ได้พูดออกมา”

ว่ากันว่า… การเลือกสถานที่พูดที่สร้างบรรยากาศอันเหมาะสมและปลอดภัย จะช่วยให้ผู้พูดกล้าที่จะเปิดใจพูดถึงเรื่องราวต่างๆ ได้อย่างสะดวกและง่ายขึ้น การสร้างบรรยากาศที่ช่วยให้ผู้พูดสบายใจ รู้สึกไม่ถูกตัดสิน… เพราะเมื่อใดก็ตามที่ผู้พูดรู้สึกปลอดภัย “เขาหรือเธอ” จะเปิดใจพูดในสิ่งที่แท้จริงออกมา ซึ่งจะนำไปสู่ความเข้าใจที่สำคัญ!

การฟังให้ได้เห็นถึง ความหมาย ไม่ใช่แค่ได้ยินแต่คำพูด ถือเป็น “การฟังแบบปีศาจ” ซึ่งหมายถึงการฟังแบบ “เหนือชั้น”… ฟังสัญญะที่ไม่ได้พูดออกมา เสียงเงียบ น้ำเสียง ตลอดจนสัญชาตญาณ ถือเป็นลักษณะของการสื่อสารการพูดที่ต้องเรียนรู้อย่างตั้งใจ… “เพื่อเข้าใจ”!

การฟังในลักษณะนี้ ถือเป็นการฟังไปถึงเบื้องหลังของสิ่งที่พูดว่า… ทำไมเขาถึงพูดแบบนั้น? มีแรงจูงใจอะไร? เนื่องเพราะ “การฟังด้วยใจ” เป็นการฟังด้วยอารมณ์ ด้วยการสัมผัสเนื้อหา… การฟังในลักษณะหรือระบบความคิดนี้จะไม่ใช่การฟังอย่างผิวเผินและตื้นเขิน แต่จะเป็นการฟังที่ “เข้าใจความหมาย” ซึ่งซ่อนอยู่เบื้องหลัง ซึ่งจะทำให้เราสามารถตอบสนองได้อย่างลึกซึ้งและเหมาะสมยิ่งขึ้น!

ดังนั้น… ในการฟังทุกๆ ครั้ง เราจึงต้อง “อย่าตัดสิน” “อย่าเปรียบเทียบ” “อย่าแทรกแซง” เราจักต้องใส่ใจ ตั้งใจ และเข้าใจที่จะฟังในสิ่งที่ “ใครๆ” สื่อสารออกมา โดยไม่เอาความคิดของเราเองมาขัดขวาง… อย่ารีบตั้งคำถาม อย่าแทรกแซง อย่าตั้งคำถามซ้อนขัดจังหวะ แต่ต้องรับฟังให้จบก่อน ไม่ใช่จะพูดถึงตัวเองในทันที หรือนำเอาประสบการณ์ส่วนตัวของเราเข้าไปเปรียบเทียบหรือตีความเรื่องอื่นๆ!

การตั้งคำถามที่เป็นคุณประโยชน์ จะต้องใช้คำถามที่มุ่งไปข้างหน้าแทนการตั้งคำถามแบบ “หยุดนิ่ง” นี่คือการฟังเชิงลึก ไม่ใช่การฟังแค่ฟังแล้วจบ แต่จะใช้ในสิ่งที่ฟังมาเป็นจุดเริ่มต้นของความเข้าใจที่ลึกซึ้งขึ้น!

การใช้คำถามที่นำพาไปข้างหน้า จะต้องฝึกฝนทักษะในการตั้งคำถาม การเลือกใช้ถ้อยคำที่เหมาะสม และมีการเปิดโอกาสให้ได้มีการต่อยอดบทสนทนาได้! แทนที่จะถามว่า “แล้วคุณรู้สึกอย่างไร?” แต่ให้ถามว่า… “อะไรทำให้คุณรู้สึกอย่างนั้น?” แทนที่จะหยุดคำตอบ แต่ให้ถามด้วย “แล้วอะไรต่อ?” ซึ่งเท่ากับเป็นการเปลี่ยนการสัมภาษณ์แบบผิวเผินสู่การสนทนาที่เจาะลึก!

ที่สำคัญ… จงสร้าง “ห้องปลอดภัย” ให้ผู้พูด มันคือการสร้างบรรยากาศที่เหมาะสม การเลือกสถานที่ที่สร้างบรรยากาศปลอดภัยจะทำให้ผู้พูดกล้าที่จะเปิดใจพูดด้วยความรู้สึกปลอดภัย! “เขา” จะเปิดใจพูดในสิ่งที่แท้จริงออกมามากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่ความเข้าใจที่ลึกกว่า!

บทสรุปของ “การฟังแบบปีศาจ” จึงเป็นสิ่งที่ทุกคนสมควรจะต้องฝึกฝนและทำความเข้าใจ เพื่อจะสามารถใช้ภาษาในการสื่อสาร สร้างความรู้สึกปลอดภัย เพื่อให้ทุกคนได้รับ “ข้อมูล” ต่างๆ อย่างที่ปรารถนาได้ไม่ยาก!!!

ประเด็นสำคัญที่สุดในเบื้องลึกของเทคนิคการฟังความรู้สึกแท้จริงของผู้อื่นจนถึงวินาทีสุดท้าย จึงอยู่ที่และขึ้นอยู่กับแนวทางการเคลื่อนไหวที่ชี้นำคำพูดของอีกฝ่ายจากสภาพแวดล้อมของโลก…

แนวทางการตั้งสมมติฐาน: ทำนายสถานการณ์ของอีกฝ่ายผ่านความโรแมนติกของเขา

การรับรู้ถึงถ้อยคำและความคิดที่อีกฝ่ายไม่พูดออกมา

แนวทางการสร้างภาพ: โดยกำหนดจุดเริ่มต้นและจินตนาการ สร้างจุดเริ่มต้นของเรื่องราว โดยนำข้อมูลในหัวใจของคุณมาเปลี่ยนจากศูนย์เป็นหนึ่ง

สร้างบุคลิกภาพของอีกฝ่ายผ่านความโรแมนติกของเขา: นั่นคือ “แนวทางความรัก”

แนวทางการเจาะลึก: เจาะลึกลงไปว่า “เพราะเหตุใด?”

แนวทางสมมติฐานย้อนกลับ: ใช้คำที่มีแนวโน้มที่จะตรงข้ามกับความเป็นจริง เพื่อให้ได้คำพูดอันหนักแน่นยิ่งขึ้น!

แนวทางการสร้างภาพพจน์: โดยฟังจนกว่าคุณจะนึกภาพออกมาได้

แนวทางทางการเงิน: ทำความเข้าใจอีกฝ่ายจาก “สถานะทางการเงิน” ของเขา

แนวทางการใส่ใจ: คือการพยายามใส่ใจใน “คีย์เวิร์ด” ที่อีกฝ่ายพูดถึง!

อำนาจของความหมายปรากฏในหนังสือเล่มนี้อย่างน่าขบคิด มันเน้นย้ำถึงคุณค่าของการรับฟังในสิ่งที่สมควรรู้และตระหนักรู้ต่อความเป็นชีวิตอย่างต่อเนื่อง และโยงใยสู่เงื่อนไขของปรารถนาอันแท้จริง!

เราต่างมีชีวิตอยู่ในโลกที่จำเป็นต้องเข้าใจตัวเองและผู้อื่น ผ่านรสชาติของชีวิตที่แทบจะเลือกไม่ได้ในวันนี้ การสอดรับ “ความมีความเป็น” ณ เบื้องต้น จึงเท่ากับการก่อผัสสะในการสร้างรูปรอยแห่งจิตวิญญาณของชีวิตอย่างถาวรโดยแท้!

“มาลี ศรีวรกุล” แปลหนังสือเล่มนี้ออกมาอย่างมีคุณค่า “สะท้อนภาพในภาพสะท้อน” ต่อนัยข้อคิดต่างๆ ออกมาด้วยความหวัง และพัฒนาต่อการรับรู้ความหมายของอำนาจอย่างมีพลัง ที่อยู่เหนือการคาดเดาและประเมินค่าใดๆ!

“ฟังความรู้สึกแท้จริงของอีกฝ่าย… ไม่ใช่แค่คำพูด!”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...