โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ปิดโครงการอัพสกิลรีสกิล “คนละครึ่งพลัส” ร้านค้า 3.4 หมื่นรายรับเต็ม 2 พันบาท เริ่มโอน 25 ธ.ค. 68

การเงินธนาคาร

อัพเดต 23 ธ.ค. 2568 เวลา 18.23 น. • เผยแพร่ 23 ธ.ค. 2568 เวลา 11.23 น.

ปิดโครงการอัพสกิลรีสกิล“คนละครึ่งพลัส“ ร้านค้าเขัาร่วม 9.8 หมื่นราย ผ่านเกณฑ์ 9.7 หมื่นราย คลังประกาศผล 23 ธ.ค. นี้ ผ่าน SMS แอปฯ ถุงเงิน โดยมี 3.4 หมื่นราย รับเต็ม 2 พันบาท เริ่มโอน 25 ธ.ค. 68 ไม่สำเร็จโอนซ้ำ 2 ครั้ง

23 ธ.ค. 2568 นายพงศ์นคร โภชากรณ์ ผู้อำนวยการกองนโยบายพัฒนาระบบการเงินภาคประชาชน ในฐานะผู้ช่วยโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงผลการดำเนินโครงการพัฒนาความรู้ทักษะ (Upskill) หรือเรียนรู้ทักษะใหม่ (Reskill) สำหรับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส (โครงการฯ) ว่า ตลอดระยะเวลาที่เปิดให้ผู้ประกอบการร้านค้าร่วมพัฒนาทักษะ ระหว่างวันที่ 19 พฤศจิกายน - 19 ธันวาคม 2568 มีผู้ประกอบการร้านค้าเข้าร่วมการพัฒนาทักษะสำเร็จจำนวน 98,930 ราย จำแนกตามช่องทางการพัฒนาทักษะ ดังนี้

ช่องทางพัฒนาทักษะ

1. เข้าร่วมเป็นร้านค้าบนแพลตฟอร์มของผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery Platform) 276 ราย

2. เข้าร่วมและผ่านเกณฑ์การอบรมออนไลน์ของธนาคารออมสิน 82,315 ราย

3. เข้าร่วมและผ่านเกณฑ์การอบรมออนไลน์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์20,241 ราย แบ่งเป็น

3.1 หลักสูตรการเริ่มต้นธุรกิจสำหรับ SME มือใหม่ 5,068 ราย

3.2 หลักสูตรเส้นทางสู่ความสำเร็จธุรกิจร้านอาหาร 7,408 ราย

3.3 หลักสูตรการตลาดยุคดิจิทัล 4,118 ราย

3.4 หลักสูตร AI เปลี่ยนเกมธุรกิจ พลิก SME ไทยให้เติบโต 3,798 ราย

3.5 หลักสูตรการตลาดด้าน e-Commerce 1,285 ราย

ทั้งนี้ผู้ประกอบการร้านค้าอาจพัฒนาทักษะได้พร้อมกันหลายช่องทาง หรืออบรมได้หลายหลักสูตร มีผู้ประกอบการร้านค้าพัฒนาทักษะสำเร็จ 2 ช่องทาง จำนวน 3,984 ราย และพัฒนาทักษะสำเร็จ 3 ช่องทาง 4 ราย โดยจำนวนผู้ประกอบการร้านค้าที่พัฒนาทักษะสำเร็จรวมทั้งสิ้น 98,930 ราย เป็นจำนวนที่ยังไม่ได้คัดกรองผู้ได้รับสิทธิในโครงการฯ

ทั้งนี้ จากการคัดกรองข้อมูลพบว่า มีผู้ประกอบการร้านค้าที่ผ่านหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของโครงการฯ ซึ่งจะได้รับสิทธิเงินสนับสนุนจากรัฐ เป็นจำนวนทั้งสิ้น 97,086 ราย และมีผู้ไม่ผ่านหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของโครงการฯ เป็นจำนวน 1,844 ราย โดยมีสาเหตุที่ไม่ผ่านเกณฑ์ เช่น ไม่ใช่ร้านค้าถุงเงินในโครงการคนละครึ่ง พลัส พัฒนาทักษะสำเร็จก่อนเข้าร่วมในโครงการคนละครึ่ง พลัส เป็นร้านค้าที่ถูกระงับสิทธิในโครงการคนละครึ่งหรือคนละครึ่ง พลัส เป็นต้น โดยกระทรวงการคลังได้ทยอยประกาศผลการได้รับสิทธิเงินสนับสนุนจากรัฐในโครงการฯ ให้ผู้พัฒนาทักษะสำเร็จทราบในวันนี้ (23 ธันวาคม 2568) ผ่านข้อความสั้น (SMS) ตามหมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ลงทะเบียนร้านถุงเงิน และข้อความแจ้งเตือน (Notification) ในแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน”

สำหรับเงินสนับสนุนในโครงการฯ ผู้ประกอบการร้านค้าจะได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท ต่อ 1 หมายเลขประจำตัวประชาชนหรือหมายเลขผู้เสียภาษี โดยได้รับสิทธิเป็นเงินร้อยละ 20 ของยอดขายที่เกิดจากโครงการคนละครึ่ง พลัส เฉพาะในส่วนที่ภาครัฐร่วมจ่าย นับตั้งแต่วันที่ร้านค้าได้ดำเนินการพัฒนาทักษะสำเร็จ จนถึงวันที่ 19 ธันวาคม 2568 ซึ่งจากการประมวลผลข้อมูลของผู้ประกอบการร้านค้าที่ผ่านหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของโครงการฯ พบว่า ผู้ประกอบการร้านค้าได้รับเงินสนับสนุนเฉลี่ยรายละ 1,210 บาท มีผู้ประกอบการร้านค้าที่ได้รับเงินสนับสนุนสูงสุดตามสิทธิจำนวน 2,000 บาท เป็นจำนวนทั้งสิ้น 34,970 ราย หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 36 ของผู้ได้รับสิทธิทั้งหมด และมีผู้ประกอบการร้านค้าจำนวนหนึ่งที่ไม่ได้รับเงินสนับสนุน เนื่องจากไม่มีรายการยอดขายจากโครงการคนละครึ่ง พลัส ในส่วนที่ภาครัฐร่วมจ่ายในช่วงเวลาที่กำหนด

สำหรับการดำเนินการโอนเงินสนับสนุนดังกล่าว กระทรวงการคลังจะดำเนินการโอนเงินให้แก่ผู้ประกอบการร้านค้าผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ที่ผูกกับแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ในวันที่ 25 ธันวาคม 2568 ซึ่งผู้ประกอบการร้านค้าสามารถตรวจสอบยอดเงินรับเข้าบัญชีได้ในวันดังกล่าว

  • และสำหรับกรณีที่กระทรวงการคลังโอนเงินให้ไม่สำเร็จ จะมีการติดตามเพื่อโอนเงิน (Retry) อีก 2 ครั้ง ในวันที่ 30 มกราคม 2569 และในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 โดยเมื่อพ้นกำหนดดังกล่าว จะถือว่าผู้ประกอบการร้านค้าไม่ประสงค์รับเงินภายใต้โครงการฯ

ผู้ช่วยโฆษกกระทรวงการคลังกล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินโครงการฯ ดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อวางรากฐานการบริหารจัดการธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการร้านค้ารายย่อยในระยะยาว โดยมุ่งเน้นการเพิ่มพูนทักษะที่จำเป็นต่อโลกธุรกิจสมัยใหม่ ทั้งด้านการบริหารจัดการทางการเงิน (Financial Literacy) และทักษะดิจิทัล (Digital Literacy) เช่น การทำบัญชี การตลาดดิจิทัล การส่งเสริมการขาย การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) เป็นต้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการประกอบกิจการต่อไป

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังขอเชิญชวนว่า แม้จะสิ้นสุดโครงการฯ ลงแล้ว ผู้ประกอบการร้านค้าหรือประชาชนที่เล็งเห็นเห็นความสำคัญของการพัฒนาความรู้ทักษะด้วยตนเอง ยังสามารถเข้าร่วมอบรมออนไลน์ในหลักสูตรอื่น ๆ ผ่านช่องทางของธนาคารออมสิน (เว็บไซต์ https://oomtangplus.gsb.or.th) และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (https://dbdacademy.dbd.go.th) ตลอดจนพิจารณาขยายช่องทางการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มของตนได้ ผ่านการสมัครเข้าร่วมกับ Food Delivery Platform ได้อย่างต่อเนื่องต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...