โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ประชาชนต้องมาก่อน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 12 มี.ค. 2565 เวลา 13.50 น. • เผยแพร่ 12 มี.ค. 2565 เวลา 23.46 น.
Photo by Jack TAYLOR / AFP

คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ

ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา คนไทยจุกอกไปตาม ๆ กันกับการควักเงินจ่ายค่าสินค้าอุปโภคบริโภคที่แพงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แถมสินค้าบางชนิดไม่เพียงแพงขึ้นแต่ยังขาดตลาดอีกต่างหาก จนมาในห้วงเวลานี้ที่เกิดศึกยืดเยื้อระหว่าง “รัสเซีย-ยูเครน” ส่งผลให้ราคาน้ำมัน-ก๊าซแพงขึ้นอย่างมาก ทำให้สินค้าต่าง ๆ ที่ส่วนใหญ่ต้องเกี่ยวข้องกับน้ำมันไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แบกรับต้นทุนไม่ไหวพาเหรดขึ้นราคาถ้วนหน้า

แม้แต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป สินค้าควบคุมที่รัฐพยายามเบรกไม่ให้ปรับราคามานานกว่า 10 ปี จำต้องขอขยับราคา ไม่เพียงเท่านั้นประเมินกันว่าสินค้าอีกจำนวนมากจ่อปรับราคาขึ้นภายใน 3-6 เดือนข้างหน้า เมื่อบวกกับราคาน้ำมันโดยเฉพาะแก๊สโซฮอล์ 91 และ 95 น้ำมันหลักของผู้ใช้รถเก๋งและจักรยานยนต์ในปัจจุบันที่ปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระทั่งแก๊สโซฮอล์ 95 พุ่งเกิน 40 บาท/ลิตรไปแล้ว เพราะรัฐบาลนอกจากจะไม่ยอมหั่นภาษีสรรพสามิตแต่ยังบวกเพิ่มเข้าไปเพื่อนำเงินมาชดเชยน้ำมันดีเซลที่รัฐอุ้มไม่ให้เกิน 30 บาท/ลิตร

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พลังงาน หารือกับนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือมาตรการรับมือและเยียวยาประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ ส่วนสำคัญคือการดูแลค่าครองชีพ การใส่เงินเข้ากระเป๋าประชาชนในรูปแบบต่าง ๆ ที่ผ่านมามาตรการที่ได้รับผลมากสุดไม่พ้น “คนละครึ่ง” เพราะเงินถึงมือประชาชนโดยตรงทำให้การรั่วไหลมีน้อยมากหรือแทบไม่มีก็ว่าได้ โดยกระทรวงการคลังกำลังพิจารณาว่าจะมีคนละครึ่ง “เฟส 5” ตามมาหรือไม่

จากผลสำรวจของศูนย์วิจัยกสิกรไทย ถึงการครองชีพครัวเรือนไทยเดือน ก.พ. แม้จะปรับดีขึ้นแต่เชื่อว่าเป็นเพียงชั่วคราว เพราะการสำรวจเกิดขึ้นก่อนศึก “รัสเซีย-ยูเครน” จะทวีความร้อนแรง ทำให้เดือน มี.ค.ได้รับผลกระทบโดยตรงมากที่สุด คนไทยจำนวนไม่น้อยเปลี่ยนพฤติกรรมใช้จ่ายโดยซื้อสินค้าที่ถูกลง ปริมาณน้อยลง เรียกว่าซื้อแค่พอใช้ไปวัน ๆ แทนที่จะซื้อมาตุนไว้เหมือนในอดีต

ที่น่าห่วงคือ จากผลสำรวจพบว่า รายได้และค่าใช้จ่ายโดยรวมของกลุ่มครัวเรือนในปัจจุบัน สถิติ 33.8% เป็นกลุ่มมีรายได้ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายรายเดือน นอกจากนี้ มีมากถึง 67.5% ไม่มีเงินออม เรียกว่าหาได้เท่าไหร่ก็ใช้ไปเท่านั้น เป็นเรื่องที่น่ากังวลถึงสภาพเศรษฐกิจของคนไทยในปัจจุบัน ยิ่งหากศึก “รัสเซีย-ยูเครน” ยังยืดเยื้อ ยิ่งส่งผลกระทบรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลต้องเร่งออกมาตรการช่วยเหลือ เพื่อให้ประชาชนประคองชีวิตอยู่ได้ในช่วงข้าวยากหมากแพงเช่นนี้ ค่าใช้จ่ายภาครัฐที่ไม่จำเป็นหรือสามารถเลื่อนออกไปควรต้องพิจารณาเป็นพิเศษ อย่างน้อยก็ในช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้ เพราะความอยู่รอดของประชาชนคนไทยต้องมาก่อนสารพัดโครงการของรัฐบาล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...