โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เกษตรฯ โต้ จดคุ้มครองกะเพราทั้งหมด ย้ำ จดแค่ 4 พันธุ์ ยัน ปลูก-กินได้ แต่ห้ามขายส่วนขยายพันธุ์

MATICHON ONLINE

อัพเดต 18 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 18 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เกษตรฯ โต้ ข่าวเอกชนจดคุ้มครองกะเพราทั้งหมด ย้ำ คุ้มครองแค่ 4 พันธุ์ หนุนวิจัยพัฒนา

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ และ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า กรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลบนสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการจดทะเบียนและขอรับความคุ้มครองพันธุ์กะเพรา จนเกิดความเข้าใจว่ากะเพราถูกเอกชนจดคุ้มครองทั้งหมด และผู้ปลูกหรือผู้จำหน่ายกะเพราทั่วไปอาจมีความผิดนั้น เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง เนื่องจากการคุ้มครองพันธุ์พืชครอบคลุมเฉพาะพันธุ์ที่ผ่านการวิจัยและพัฒนาขึ้นใหม่ และยื่นขอรับความคุ้มครองตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น

นายกฤษ กล่าวว่า ปัจจุบันมีการยื่นขอจดทะเบียนและขอรับความคุ้มครองพันธุ์กะเพราใหม่จำนวน 4 พันธุ์ แก้วจุรี 01 แก้วจุรี 02 แก้วจุรี 03 แก้วจุรี 04 ต่อกรมวิชาการเกษตร ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ.2542 โดยการคุ้มครองมีขอบเขตเฉพาะพันธุ์ที่ระบุไว้ ไม่ได้หมายความว่ากะเพราทุกสายพันธุ์ในประเทศไทยจะตกเป็นของเอกชนหรือถูกผูกขาดการใช้ประโยชน์

“ประชาชนและเกษตรกรยังสามารถปลูกกะเพราพันธุ์อื่น ๆ ที่ไม่ได้รับความคุ้มครอง จำหน่ายผลผลิต และนำมาประกอบอาหารได้ตามปกติ ส่วนพันธุ์ที่ได้รับความคุ้มครองนั้น กฎหมายไม่ได้ห้ามประชาชนรับประทานหรือใช้ประโยชน์จากผลผลิต รวมถึงการแจกจ่ายผลผลิตเพื่อการบริโภค” นายกฤษ กล่าว

นายกฤษ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญอยู่ที่ส่วนขยายพันธุ์ เช่น เมล็ดพันธุ์ กิ่งชำ หรือส่วนอื่นที่สามารถนำไปขยายพันธุ์ได้ โดยการนำส่วนขยายพันธุ์ของพันธุ์ที่ได้รับความคุ้มครองไปใช้ในลักษณะที่อยู่ภายใต้สิทธิของผู้ทรงสิทธิ โดยเฉพาะการผลิตหรือจำหน่ายเพื่อการค้า ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ดังนั้น การปลูกกะเพราเพื่อบริโภค การนำใบกะเพรามาประกอบอาหาร หรือการจำหน่ายผลผลิตเพื่อบริโภค ไม่ถือเป็นการกระทำต้องห้ามเพียงเพราะกะเพราบางพันธุ์ได้รับความคุ้มครอง โดยต้องพิจารณาว่าเป็นพันธุ์ที่ได้รับความคุ้มครองหรือไม่ และการกระทำนั้นเกี่ยวข้องกับส่วนขยายพันธุ์และอยู่ในขอบเขตสิทธิของผู้ทรงสิทธิตามกฎหมายหรือไม่

นายกฤษ กล่าวว่า ส่วนกรณีข้อกังวลว่า หากเมล็ดหรือส่วนขยายพันธุ์ของกะเพราที่ได้รับความคุ้มครองปลิวไปตกในแปลงเกษตรอื่น หรือปะปนในพื้นที่เพาะปลูก จะทำให้พืชในแปลงดังกล่าวกลายเป็นพันธุ์ของเอกชนทั้งหมดนั้น ไม่ใช่หลักการของการคุ้มครองพันธุ์พืช เนื่องจากการได้รับความคุ้มครองไม่ได้ทำให้เจ้าของพันธุ์มีสิทธิเหนือพืชทุกต้นที่มีลักษณะคล้ายกันหรือเกิดขึ้นเองในพื้นที่อื่นโดยอัตโนมัติ การพิจารณาสิทธิและการบังคับใช้กฎหมายต้องเป็นไปตามเงื่อนไขและขอบเขตที่กฎหมายกำหนด

นายกฤษ กล่าวว่า ขอให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนส่งต่อหรือเผยแพร่ โดยเฉพาะประเด็นสิทธิในพันธุ์พืชที่มีรายละเอียดและขอบเขตการคุ้มครองตามกฎหมายอย่างชัดเจน การที่กะเพราบางพันธุ์ได้รับความคุ้มครองจึงไม่ใช่การจดทะเบียนกะเพราทั้งหมด และไม่ได้ทำให้ประชาชนหมดสิทธิในการปลูก รับประทาน หรือใช้ประโยชน์จากกะเพราพันธุ์อื่นที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การคุ้มครอง

นายกฤษ กล่าวว่า ทั้งนี้ การคุ้มครองพันธุ์พืชมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชใหม่ สร้างแรงจูงใจในการปรับปรุงพันธุ์ และคุ้มครองสิทธิของผู้พัฒนาพันธุ์ตามกรอบกฎหมาย ควบคู่กับการคำนึงถึงสิทธิในการใช้ประโยชน์จากพันธุ์พืชของเกษตรกรและประชาชน โดยการใช้สิทธิดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้ขอบเขตที่กฎหมายกำหนด ไม่ใช่การผูกขาดพืชชนิดนั้นทั้งหมด

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เกษตรฯ โต้ จดคุ้มครองกะเพราทั้งหมด ย้ำ จดแค่ 4 พันธุ์ ยัน ปลูก-กินได้ แต่ห้ามขายส่วนขยายพันธุ์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...