โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Gen Z กับอนาคตที่ไม่ยั่งยืนบีบคั้นทั้ง ศก. สังคม สิ่งแวดล้อม

เดลินิวส์

อัพเดต 21 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
คำเตือนตั้งแต่ปี 2000 ว่าเมื่อ น้อง ๆ เจนนี้เรียนจบ เข้าสู่ตลาดแรงงาน ถ้าปัญหาความยั่งยืนไม่ถูกแก้ไข โลกจะปั่นป่วน

ภาพของฝูงชนคนรุ่นใหม่ที่ออกมาเดินประท้วง เผายางรถยนต์ ทุบกระจกร้านค้า ขโมยสิ่งของแบรนด์เนม จุดไฟเผาสถานที่สำคัญ หรือปะทะกับเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนอย่างรุนแรง เป็นจริงตามคำทำนาย

วันนี้ผู้ชุมนุมไม่ใช่ Gen X หรือY ที่เป็นหน้าเดิม แต่กลับเป็น Gen Z คนรุ่นใหม่ที่ลำบากจนไม่ไหวแล้ว

การลุกขึ้นประท้วงของ Gen Z มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างจากการเคลื่อนไหวทางสังคมในยุคก่อนอย่างสิ้นเชิง

1.แรงกดดันทางอารมณ์ ระบายออกด้วยความรุนแรง ความโกรธของ Gen Z เกิดจากความสิ้นหวัง ความรุนแรงในการแสดงออก ไม่ว่าจะเป็นการทำลายทรัพย์สิน การปิดถนน หรือการบุกรุกพื้นที่สาธารณะ เกิดจากความรู้สึกว่า “การประท้วงแบบสันติในอดีตไม่เคยเปลี่ยนโลกได้จริง”

2.อุดมการณ์เหมารวมของGen Z ไม่ได้แยกส่วน พวกเขาเชื่อมโยงเรื่องความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ สิทธิมนุษยชน ความหลากหลายทางเพศ LGBTQ+ และวิกฤติสิ่งแวดล้อม เข้าด้วยกันเป็นเรื่องเดียว สำหรับพวกเขา รัฐบาลที่ไม่สามารถแก้ปัญหาโลกเดือด แถมยังเต็มไปด้วยทุจริตคอร์รัปชัน ก็คือรัฐบาลที่ล้มเหลวไปแล้ว สร้างอนาคตให้พวกเขาไม่ได้

3.โครงสร้างแบบไร้แกนนำ พวกเขาไม่เชื่อใน “แกนนำ” การขับเคลื่อนผ่านสื่อโซเชียล และแอปส่งข้อความรหัสลับนัดหมายแบบแฟลชม็อบ ทำให้การเคลื่อนไหวคาดเดายาก กระจายตัวรวดเร็ว และยากที่รัฐจะปราบได้ด้วยการจับกุมแกนนำ

พวกเขาไม่พอใจอะไร

คำตอบสั้น ๆ คือ Gen Z เติบโตมาในโลกที่ “อนาคตปั่นป่วน ไม่ยั่งยืน เป็นเวลาที่พวกเขาต้องมารับกรรม”

อนาคตทางเศรษฐกิจที่ไม่ยั่งยืน Gen Z ต้องเผชิญกับค่าครองชีพสุดโต่ง เงินเฟ้อ ราคาบ้านที่พุ่งสูงจนไม่สามารถซื้อได้ หางานยาก หันไปใช้ AI ตลาดแรงงานไร้ความมั่นคง และค่าจ้างโตไม่ทันค่าครองชีพ พวกเขารู้สึกว่าตนเองกำลังทำงานหนักเพื่อพยุงระบบบำนาญ และระบบเศรษฐกิจให้คนรุ่นก่อน ขณะที่ตนเองจะไม่ได้อะไรกลับคืนมาเลย

อนาคตทางสิ่งแวดล้อมที่เลวร้ายซ้ำเติม พวกเขาเป็นคนรุ่นแรกที่ได้รับผลกระทบจากโลกร้อนตั้งแต่ลืมตาดูโลก และจะเป็นคนรุ่นที่ต้องรับผลกรรมขั้นสูงสุด Gen Z มองเห็นภัยธรรมชาติ สงครามแย่งชิงทรัพยากร และสภาพอากาศสุดขั้ว คือวิกฤติชีวิต เขาเห็นผู้นำโลกร่วมประชุม COP ครั้งแล้วครั้งเล่า ยิ่งประชุม ยิ่งเลวร้าย ยิ่งทำให้โลกเดือดขึ้นทุกปี

อนาคตทางสังคมที่แตกแยก เหลื่อมล้ำ ขาดสถาบันที่หวังพึ่งได้ ไม่ว่าจะเป็นการเมืองแบบประชาธิปไตยตัวแทน เสรีนิยม ทุนนิยม Gen Z มองว่าระบบเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อปกป้องประโยชน์ของมหาเศรษฐี 1% ของโลก และคนรุ่นเก่าที่ยังมีอิทธิพลอยู่ คนรุ่นเขาถูกกดทับจนติดดิน ความเหลื่อมล้ำและโอกาสความเท่าเทียม เป็นไปไม่ได้ถ้าสังคมยังเป็นแบบนี้เมื่ออนาคตของพวกเขาทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม “ไม่ยั่งยืน” พวกเขาต้องออกมาสร้างความเปลี่ยนแปลง

การเคลื่อนไหวนี้ต้องจับตา มีแนวโน้มสูงมากที่จะลุกลามและรุนแรงขึ้น เพราะเป็นวิกฤติร่วมระดับโลก ด้วย 3 เหตุผล

1.ไร้พรมแดนด้วยโลกดิจิทัล ความรู้สึกสิ้นหวังและการประท้วงในประเทศหนึ่งสามารถส่งต่อแรงบันดาลใจ เทคนิคการประท้วง และความรู้สึกร่วมไปยังคนรุ่นเดียวกันอีกฝั่งโลกได้ภายในไม่กี่วินาที

2.วิกฤติโครงสร้างประชากร โครงสร้างสังคมโลกกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย อย่างสมบูรณ์ ทำให้ภาระภาษีและการดูแล คนรุ่นเก่าตกอยู่บนไหล่ของ Gen Z ที่มีจำนวนน้อยกว่าและมีรายได้น้อยกว่า ซึ่งเป็นแรงกดดันที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

3.การเข้าใกล้จุดพลิกผันของสภาพภูมิอากาศ หากปัญหาสภาพแวดล้อมยังไม่ได้รับการแก้ไข ความกดดันทางเศรษฐกิจจากภัยธรรมชาติจะซ้ำเติมหนัก คลื่นการประท้วงขยายตัวจากเรื่องการเมืองไปสู่การดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด

ความไม่พอใจ และการลุกขึ้นประท้วงทั่วโลก ไม่ใช่ปัญหาพฤติกรรมของคน Gen Z แต่เป็น “เสียงนาฬิกาปลุก” ส่งสัญญาณเตือนภัย ถึงเวลาแล้วที่เราต้องร่วมกันรื้อโครงสร้างที่พังทลาย ก่อนที่อนาคตของคนรุ่นต่อไปจะสูญสิ้นไปจริง ๆ.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...