โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นักวิชาการห่วงแก้ พ.ร.บ.สสส. กระทบงานป้องกันโรค จี้รับฟังทุกฝ่าย

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 52 นาทีที่แล้ว
นักวิชาการด้านสุขภาพและกฎหมายห่วงแก้ พ.ร.บ.สสส. กระทบงานสร้างเสริมสุขภาพ ย้ำภาษี Earmarked Tax มีกลไกตรวจสอบอยู่แล้ว เสนอรับฟังความคิดเห็นทุกภาคส่วน

นักวิชาการด้านสาธารณสุขและกฎหมายแสดงความกังวลต่อการเสนอแก้ไขพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยเฉพาะผลกระทบต่อกลไกการป้องกันปัญหาสุขภาพก่อนเข้าสู่กระบวนการรักษาพยาบาล พร้อมยืนยันว่า ระบบจัดสรรรายได้จากภาษีสรรพสามิตสุราและยาสูบ หรือ Earmarked Tax มีกระบวนการกำกับและตรวจสอบตามกฎหมายอยู่แล้ว เสนอให้การพิจารณาแก้ไขกฎหมายเปิดรับความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างรอบด้าน

ประเด็นดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังมีการเสนอร่างพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล กับคณะ ผ่านกลไกการเสนอร่างกฎหมายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งนักวิชาการมองว่า การปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดสรรงบประมาณด้านสุขภาพควรพิจารณาทั้งประสิทธิภาพการใช้จ่าย ความเป็นอิสระของหน่วยงาน และบทบาทภาคประชาสังคมในการดำเนินงานระยะยาว

ชี้ Earmarked Tax เป็นกลไกสำคัญในการสร้างเสริมสุขภาพ

รศ.ภก.ดร.วิทยา กุลสมบูรณ์ กรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และกรรมการบริหารแผนคณะที่ 1 อธิบายว่า Earmarked Tax คือการจัดเก็บภาษีเพื่อนำรายได้ไปใช้ตามวัตถุประสงค์เฉพาะ ซึ่งหลายประเทศนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางนโยบาย โดยเฉพาะสินค้าที่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพ เพื่อช่วยลดการบริโภคควบคู่กับการนำรายได้ไปสนับสนุนมาตรการสร้างเสริมสุขภาพ

สำหรับประเทศไทย มีการจัดเก็บเงินบำรุงจากภาษีสรรพสามิตยาสูบและสุราเพื่อนำไปสนับสนุนการดำเนินงานของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. ซึ่งทำหน้าที่สนับสนุนการลดปัจจัยเสี่ยงและพัฒนาสุขภาวะของประชาชนอย่างต่อเนื่อง

รศ.ภก.ดร.วิทยา ระบุว่า ปัจจุบัน สสส. มีกลไกตรวจสอบหลายระดับตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งการตรวจสอบภายใน การตรวจสอบด้านการเงิน การรายงานผลการดำเนินงานต่อฝ่ายนิติบัญญัติ รวมถึงการประเมินผลโดยคณะกรรมการที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งตามข้อเสนอแนะของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

นอกจากนี้ ยังอธิบายว่า เป้าหมายของการจัดเก็บภาษีลักษณะดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการบริโภคสินค้าที่เป็นปัจจัยเสี่ยง หากประชาชนลดการบริโภคลง รายได้จากภาษีส่วนนี้ย่อมมีแนวโน้มลดลงตามไปด้วย

โดยยกตัวอย่างว่า หากวันหนึ่งประชาชนเลิกบริโภคสินค้าที่เป็นปัจจัยเสี่ยงได้ทั้งหมด ความจำเป็นของกองทุนในรูปแบบเดิมก็อาจเปลี่ยนแปลงไป ขณะที่ปัจจุบันรายได้จาก Earmarked Tax ของ สสส. มีแนวโน้มลดลง ซึ่งควรนำข้อมูลดังกล่าวมาพิจารณาประกอบการกำหนดนโยบาย

ทั้งนี้ เห็นว่าการจัดเก็บ Earmarked Tax สามารถดำเนินการควบคู่กับหลักการตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐได้ โดยต้องพิจารณาวัตถุประสงค์ของการจัดเก็บและประโยชน์ด้านสุขภาพของประชาชนประกอบกัน

ย้อน 25 ปี สสส. เน้นลดปัจจัยเสี่ยงก่อนเกิดโรค

รศ.ภก.ดร.วิทยา กล่าวเพิ่มเติมว่า ตลอดระยะเวลา 25 ปีที่ผ่านมา มีหลักฐานทั้งในประเทศและต่างประเทศเกี่ยวกับผลการดำเนินงานด้านการสร้างเสริมสุขภาพของ สสส. โดยยกตัวอย่างแนวโน้มการสูบบุหรี่และการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ลดลง รวมถึงประชาชนมีการออกกำลังกายเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม การสร้างเสริมสุขภาพไม่สามารถดำเนินการผ่านการให้ความรู้เพียงอย่างเดียว แต่จำเป็นต้องอาศัยมาตรการเชิงระบบควบคู่กัน ทั้งนโยบายภาษี มาตรการควบคุมการบริโภค การพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ และการสนับสนุนให้ชุมชนมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาสุขภาวะในพื้นที่

โดยมองว่า การดำเนินงานด้านสุขภาพควรให้ความสำคัญกับการป้องกันปัจจัยเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง เพื่อลดโอกาสเกิดโรคและลดความจำเป็นในการเข้าสู่ระบบรักษาพยาบาลในระยะยาว

ส่วนแนวโน้มรายได้จากภาษีสุราและยาสูบที่ลดลง เป็นอีกประเด็นที่ควรนำมาศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างรายได้ของกองทุนกับพฤติกรรมการบริโภคของประชาชน ก่อนพิจารณาปรับเปลี่ยนโครงสร้างการจัดสรรงบประมาณ โดยคำนึงถึงหลักวินัยการเงินการคลังควบคู่กับความต่อเนื่องของภารกิจสร้างเสริมสุขภาพ

นักกฎหมายเสนอชี้แจงเหตุผลแก้ พ.ร.บ.สสส. ให้ชัดเจน

ด้าน ผศ.อุดม งามเมืองสกุล คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา ให้ความเห็นเกี่ยวกับกระบวนการเสนอร่างแก้ไขกฎหมายว่า การเสนอร่างพระราชบัญญัติผ่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นช่องทางที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้

อย่างไรก็ตาม กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดสรรงบประมาณและกลไกสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพมีความสำคัญต่อการดำเนินงานของหน่วยงานและภาคประชาชน การเสนอแก้ไขจึงควรมีคำอธิบายที่ชัดเจนถึงเหตุผล ความจำเป็น ตลอดจนผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงข้อกฎหมาย

ผศ.อุดม ตั้งข้อสังเกตว่า การใช้กลไกการเสนอร่างผ่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและดำเนินกระบวนการรับฟังความคิดเห็นตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ แม้เป็นกระบวนการที่กฎหมายกำหนดไว้ แต่ควรพิจารณาความเหมาะสมของขั้นตอนดำเนินการให้รอบคอบ

โดยเฉพาะร่างกฎหมายที่มีลักษณะเกี่ยวข้องกับการเงิน ซึ่งหากเสนอโดยภาคประชาชนหรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำเป็นต้องได้รับคำรับรองจากนายกรัฐมนตรีตามหลักเกณฑ์ของรัฐธรรมนูญ

ผศ.อุดม จึงตั้งข้อสังเกตต่อกรณีที่นายกรัฐมนตรีมีบทบาททั้งในการผลักดันร่างกฎหมายผ่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการให้คำรับรองร่างกฎหมาย พร้อมเสนอให้มีการชี้แจงถึงความจำเป็นของกระบวนการดังกล่าว รวมถึงเหตุผลที่ต้องดำเนินการในช่วงเวลานี้

นอกจากนี้ ยังเห็นว่าควรเปิดโอกาสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นักวิชาการ ภาคประชาสังคม และประชาชนทั่วไป ได้ร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างทั่วถึง เพื่อให้กระบวนการพิจารณากฎหมายเป็นไปอย่างโปร่งใส รอบคอบ และยึดประโยชน์สาธารณะเป็นหลัก

ห่วงรวมศูนย์อำนาจ กระทบความเป็นอิสระภาคประชาสังคม

ขณะที่ ผศ.ภญ.ดร.นิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี ผู้จัดการศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.) แสดงความคิดเห็นว่า ความพยายามแก้ไขกฎหมาย สสส. ทำให้เกิดข้อกังวลเกี่ยวกับการรวมศูนย์อำนาจและความเป็นอิสระของกลไกสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

โดยมองว่า แม้ระบบบริการสุขภาพภาครัฐจะมีงบประมาณรองรับการรักษาพยาบาลจำนวนมาก แต่การมุ่งแก้ไขปัญหาที่ปลายทางอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการจัดการปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพที่มีความซับซ้อน

ดังนั้น การมีหน่วยงานที่สนับสนุนการทำงานเชิงป้องกันอย่างต่อเนื่องจึงมีความสำคัญ โดยเฉพาะการส่งเสริมให้ประชาชนสามารถดูแลสุขภาพตนเอง ลดพฤติกรรมเสี่ยง และร่วมกันแก้ไขปัญหาด้านสุขภาวะภายในชุมชน

ผศ.ภญ.ดร.นิยดา อธิบายว่า การสร้างเสริมสุขภาพไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการจัดอบรม ให้ความรู้ หรือจัดกิจกรรมเป็นครั้งคราว แต่ต้องสนับสนุนให้ชุมชนและองค์กรภาคประชาสังคมมีความเข้มแข็ง สามารถรวมกลุ่ม จัดการปัญหา และนำเสนอความต้องการของตนเองต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้

แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับหลักการ Ottawa Charter ซึ่งให้ความสำคัญกับการสร้างเสริมสุขภาพผ่านการพัฒนาศักยภาพประชาชน การมีส่วนร่วมของชุมชน และการปรับเปลี่ยนปัจจัยแวดล้อมในระดับระบบ

ย้ำบทบาทองค์การอนามัยโลก หนุนชุมชนเข้มแข็ง

ผศ.ภญ.ดร.นิยดา กล่าวถึงประสบการณ์การทำงานร่วมกับองค์การอนามัยโลก (WHO) ว่า องค์การอนามัยโลกให้ความสำคัญกับบทบาทของภาคประชาสังคมในการดำเนินงานด้านสุขภาพ เพราะเครือข่ายภาคประชาชนจำนวนมากไม่ได้มีรายได้ประจำสำหรับขับเคลื่อนภารกิจ จึงจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนอย่างเหมาะสม

การสนับสนุนดังกล่าวควรมุ่งเสริมศักยภาพให้ประชาชนสามารถรวมกลุ่มและสร้างเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อพัฒนาความเข้มแข็งของชุมชน และมีบทบาทกำหนดทิศทางการแก้ไขปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับตนเอง

โดยหลักการ Ottawa Charter ให้ความสำคัญกับการสร้างเสริมสุขภาพที่เชื่อมโยงกับปัจจัยด้านสังคม ชุมชน และสภาพแวดล้อม มากกว่าการมุ่งให้ความรู้ด้านสุขภาพเพียงอย่างเดียว

ทั้งนี้ ผศ.ภญ.ดร.นิยดา เชิญชวนประชาชนร่วมกันศึกษารายละเอียดของร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ติดตามข้อมูลจากหน่วยงานต่าง ๆ และตรวจสอบข้อกล่าวอ้างทางการเมืองกับข้อเท็จจริง ก่อนเสนอความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะต่อผู้มีอำนาจตัดสินใจ เพื่อให้การพิจารณากฎหมายครอบคลุมผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับภาคประชาชน

เสนอรับฟังทุกภาคส่วน ก่อนเดินหน้าแก้กฎหมาย สสส.

นักวิชาการทั้งสามมีข้อเสนอร่วมกันว่า การพิจารณาปรับปรุงพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ควรดำเนินการโดยคำนึงถึงหลักวินัยการเงินการคลัง ประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณ และความต่อเนื่องของภารกิจป้องกันปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพ

พร้อมให้ความสำคัญกับกลไกตรวจสอบที่มีอยู่ตามกฎหมาย รวมถึงความเป็นอิสระของหน่วยงานและเครือข่ายภาคประชาสังคมที่มีบทบาทสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพในระดับชุมชน

นอกจากนี้ ยังเสนอให้เปิดกระบวนการรับฟังความคิดเห็นที่ครอบคลุมหน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม และประชาชน เพื่อให้ข้อมูลประกอบการพิจารณากฎหมายมีความรอบด้าน ทั้งด้านการบริหารงบประมาณ ประโยชน์ต่อสุขภาพ และผลกระทบต่อการดำเนินงานในระยะยาว

ทั้งนี้ การปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับระบบสร้างเสริมสุขภาพจำเป็นต้องพิจารณาความสมดุลระหว่างการบริหารจัดการเงินภาครัฐอย่างมีประสิทธิภาพ กับการรักษากลไกสนับสนุนการป้องกันโรคและลดปัจจัยเสี่ยง เพื่อให้การดำเนินนโยบายสุขภาพสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...