โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

นายกฯ กำชับเตรียมพร้อมโค้งสุดท้าย รับประชุม IMF-World Bank 2026 ย้ำไทยต้องใช้โอกาสนี้โชว์ศักยภาพ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 05 ต.ค. เวลา 16.58 น. • เผยแพร่ 05 ต.ค. เวลา 09.58 น.

นายกฯ กำชับเตรียมพร้อมโค้งสุดท้าย รับประชุม IMF-World Bank 2026 ย้ำไทยต้องใช้โอกาสนี้โชว์ศักยภาพ สร้างความเชื่อมั่น ต่อยอดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและประโยชน์

วันที่ 5 ตุลาคม 2569 เวลา 14.30 น. ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาลนายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการระดับชาติเพื่อเตรียมการจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ปี 2569 ครั้งที่ 3/2569 เพื่อติดตามความพร้อมในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการประชุมจะเริ่มขึ้นในอีก 1 สัปดาห์

นายกรัฐมนตรีกำชับให้ทุกหน่วยงานดำเนินการอย่างเต็มกำลังและรอบคอบในทุกรายละเอียด โดยเร่งรัดภารกิจในส่วนที่รับผิดชอบ ทั้งด้านสารัตถะ พิธีการ การรักษาความปลอดภัย การสาธารณสุข การอำนวยความสะดวก การประชาสัมพันธ์ และการบริหารจัดการภาพรวม เพื่อให้ประเทศไทยมีความพร้อมอย่างสมบูรณ์ในการต้อนรับผู้เข้าร่วมการประชุมจากทั่วโลก และสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของไทยทั้งในด้านเศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐาน การบริการ เทคโนโลยี วัฒนธรรม และการเป็นเจ้าภาพการประชุมระดับโลก

นายกรัฐมนตรีย้ำว่า การเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ต้องไม่ใช่เพียงการจัดประชุมให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยเท่านั้น แต่ต้องใช้โอกาสที่บุคคลสำคัญและผู้แทนจากทั่วโลกเดินทางมายังประเทศไทยให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งในด้านการสร้างความเชื่อมั่น การขยายโอกาสทางเศรษฐกิจและการลงทุน การสร้างรายได้ให้กับภาคธุรกิจและภาคบริการ ตลอดจนการประชาสัมพันธ์ศักยภาพของประเทศไทยสู่สายตานานาชาติ เพื่อให้การเป็นเจ้าภาพครั้งนี้สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและส่งต่อประโยชน์ไปถึงประชาชน

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีกำชับให้เร่งแก้ไขประเด็นที่มีความสำคัญและจำเป็นเร่งด่วนต่อการอำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าร่วมการประชุม โดยเฉพาะการตรวจลงตรา (Visa) สำหรับผู้เข้าร่วมจากต่างประเทศ เพื่อให้การเดินทางเข้าร่วมการประชุมเป็นไปอย่างราบรื่น พร้อมมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกันพิจารณาแนวทางอำนวยความสะดวกและแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและเหมาะสมก่อนการประชุมเริ่มขึ้น

ที่ประชุมรับทราบกำหนดการสำคัญในช่วงการประชุม ได้แก่

1) พิธีเปิด Thailand Pavilion วันที่ 12 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

2) งานเลี้ยงรับรองอาหารค่ำ ซึ่งนายกรัฐมนตรีเป็นเจ้าภาพ วันที่ 14 ตุลาคม 2569 ณ ทำเนียบรัฐบาล

3) การแสดงอัตลักษณ์ไทย วันที่ 15 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และ

4) การประชุมเต็มคณะของผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (Plenary Session) วันที่ 16 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ในช่วงการประชุม ไทยเตรียมจัดกิจกรรมระดับสูงภายใต้แนวคิด “Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience” ครอบคลุม 4 เสาหลัก ได้แก่ การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อการเติบโตที่ทั่วถึงและยืดหยุ่น โอกาสของประเทศขนาดกลางในโลกที่แบ่งเป็นหลายขั้ว การสร้างสถาปัตยกรรมรูปแบบใหม่เพื่อรองรับการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการส่งเสริมเศรษฐกิจเพื่อรองรับสังคมสูงวัยภายใต้การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร

นอกจากนี้ ยังมีเวที “Building Resilience in a Fragmented World” เพื่อหารือแนวทางสร้างความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจท่ามกลางความท้าทายจากการแบ่งขั้วของโลก รวมถึงเวที“Financing a Resilient Green Economy” เพื่อหารือแนวทางด้านการเงินในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมขยายโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของภาคธุรกิจ ชุมชน และครัวเรือน

ด้านการเตรียมสถานที่และการอำนวยความสะดวกมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ได้จัดเตรียมห้องประชุมและพื้นที่ที่เกี่ยวข้องตามข้อกำหนดและมาตรฐานของธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) พร้อมเตรียมระบบโลจิสติกส์เพื่อรองรับบุคคลสำคัญและผู้เข้าร่วมการประชุม เชื่อมโยงการเดินทางระหว่างท่าอากาศยาน ศูนย์การประชุม สถานที่จัดงานเลี้ยงรับรอง และโรงแรมที่พักอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การเดินทางและการเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ เป็นไปอย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพ

“การประชุมครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญที่ประเทศไทยจะได้เปิดบ้านต้อนรับบุคคลสำคัญและผู้แทนจากทั่วโลก เราต้องทำให้ผู้ที่เดินทางมาประเทศไทยได้เห็นว่า ประเทศไทยมีศักยภาพและมีความพร้อมในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี การบริการ ความปลอดภัย และวัฒนธรรม รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการเตรียมงานอย่างเต็มที่ เพื่อให้การเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ไม่เพียงประสบความสำเร็จในด้านการจัดประชุม แต่ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่น เปิดโอกาสทางเศรษฐกิจและการลงทุน สร้างมูลค่าเพิ่มให้ประเทศ และนำไปสู่ประโยชน์ที่ประชาชนไทยจะได้รับในระยะต่อไป” นายกรัฐมนตรีกล่าว

อ้างอิง : thaigov.go.th

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจทั่วไทย ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...