โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โฆษกรัฐบาล เผย ครม.นัดพิเศษ ติดตามสถานการณ์อุทกภัย นายกฯ สั่งทุกหน่วยบูรณาการ เร่งช่วยเหลือประชาชนต่อเนื่อง พร้อมตั้งศูนย์แถลงข่าวและพิจารณา WFH ลดผลกระทบการเดินทาง

สวพ.FM91

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

โฆษกรัฐบาล เผย ครม.นัดพิเศษ ติดตามสถานการณ์อุทกภัย นายกฯ สั่งทุกหน่วยบูรณาการ เร่งช่วยเหลือประชาชนต่อเนื่อง ย้ำสื่อสารข้อมูลน้ำ–สภาพอากาศให้เข้าใจง่ายและทันสถานการณ์ ตรวจความพร้อมเครื่องสูบน้ำ–ศูนย์พักพิง–สถานพยาบาล พร้อมตั้งศูนย์แถลงข่าวและพิจารณา WFH ลดผลกระทบการเดินทาง

(27 กันยายน 2569) เวลา 16.00 น. ณ ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรีและตั้งศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์น้ำท่วมว่า นี่เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากของพี่น้องคนไทยอีกครั้ง โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งตอนนี้ กรุงเทพมหานครได้ประกาศ 50 เขต เป็นเขตพื้นที่อุทกภัย เพื่อให้การช่วยเหลือสามารถเข้าถึงพี่น้องประชาชนได้โดยเร็วที่สุด รวมถึงพี่น้องประชาชนในพื้นที่ 25 จังหวัดทั่วประเทศไทย ที่กำลังเผชิญสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่

โดยในวันนี้มีการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ เพื่อพิจารณาเรื่องสถานการณ์น้ำท่วม และให้การช่วยเหลือ และมีข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีในการประชุม ดังนี้

1. ให้ทุกหน่วยงาน บูรณาการร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาและรับมือสถานการณ์ โดยให้การช่วยเหลือเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ต่อเนื่อง ในทุกพื้นที่

2. ให้มีการรวบรวมข้อมูลสภาพภูมิอากาศ สถานการณ์น้ำและภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ พร้อมแจ้งให้ประชาชนทราบอย่างทันท่วงที ดังนี้
- สทนช. และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) โดยกรมชลประทาน (ชป.) เป็นหน่วยงานหลัก ในการติดตามสถานการณ์น้ำและการระบายน้ำ
- กระทรวงมหาดไทย (มท.) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และ กทม. เป็นหน่วยหลักในการแจ้งเตือนภัยและสนับสนุนการอพยพ
- กรมอุตุนิยมวิทยาเป็นหน่วยงานหลักในการให้ข้อมูลและนำเสนอสภาพภูมิอากาศ ด้วยข้อความสื่อสารที่สามารถเข้าใจได้โดยง่าย
- สทนช. และที่เกี่ยวข้อง บูรณาการข้อมูลการคาดการณ์สภาพอากาศและสถานการณ์น้ำ พร้อมประสานการปฏิบัติงานร่วมกับ มท. และจังหวัดที่จะได้รับผลกระทบ

3. มอบหมาย รอง นรม. เอกนิติ ดำเนินการแจ้งให้สถานที่ราชการทุกแห่งอำนวยความสะดวก/จัดสถานที่เพื่อให้ประชาชนนำยานพาหนะเข้ามาจอดได้ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

4. มอบหมายกระทรวงกลาโหมสนับสนุนรถบรรทุกของหน่วยงานทหารเพื่อให้บริการประชาชนในการอพยพ/เคลื่อนย้ายสิ่งของ และให้ทุกเหล่าทัพ ระดมทรัพยากรต่างๆ สนับสนุนการปฏิบัติงานของทุกหน่วยงานตามที่ได้รับการประสาน

5. ให้กระทรวงการคลัง (กรมบัญชีกลาง) พิจารณาขยายวงเงินให้ความช่วยเหลือและบรรเทาสาธารณภัยของ กทม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มีความจำเป็น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบ

6. มอบหมาย ปภ.ดำเนินการแจ้งเตือน และรายงานสถานการณ์ล่าสุดให้ประชาชนทราบอย่างเป็นระยะ

7. ให้ กษ. (ชป.) มท. (ปภ.) กทม. และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำรวจความพร้อมของเครื่องมือ เครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ ให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ และบูรณาการการทำงานร่วมกับ กทม. ในการสูบน้ำและระบายน้ำให้สอดคล้องกัน

8. ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในภาคตะวันออกติดตามสถานการณ์พร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างทันท่วงที

9. ให้ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน ดินโคลนถล่ม และน้ำป่าไหลหลาก ในจังหวัดต่าง ๆ และการบริหารจัดการการปล่อยน้ำของเขื่อนโดยคำนึงถึงความเหมาะสมและประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ท้ายเขื่อนเป็นสำคัญ

10. ให้ตำรวจร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการเคลื่อนย้ายยานพาหนะออกจากถนน และวางแผนการจราจรให้เหมาะสมกับสถานการณ์เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชน และดูแลในเรื่องความปลอดภัยของประชาชน/สถานที่บ้านพัก

11. ให้การประปานครหลวง (กปน.) การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) สำรวจและตรวจคุณภาพของน้ำที่ส่งไปยังบ้านเรือนประชาชนให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ และให้ กฟน. กฟภ. จัดเตรียมความพร้อมของเจ้าหน้าที่ให้เข้าถึงพื้นที่ในการตัดไฟฟ้า การซ่อมแซม และการเตรียมเครื่องปั่นไฟให้พร้อม

12. ให้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และ กทม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประสานการทำงานในการให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ผู้ติดเตียง และเตรียมความพร้อมของศูนย์พักพิง รวมถึงอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค ถุงยังชีพ โดยเตรียมความพร้อมของสถานพยาบาลในการรองรับผู้ป่วย

13. ให้มีการประชาสัมพันธ์เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข่าวสารที่ถูกต้องและเป็นแนวทางเดียวกัน โดยให้หน่วยงานรายงานข้อมูลสถานการณ์น้ำ สภาพภูมิอากาศ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องไปยังโฆษกรัฐบาล ผ่านสำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และให้ร่วมกับกรมประชาสัมพันธ์ อสมท. ในการจัดตั้งศูนย์การแถลงข่าว

14. ให้หน่วยงานของรัฐ (โดยสำนักงาน ก.พ.) พิจารณาการ WFH และให้ประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือจากภาคเอกชน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...