โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กรุงศรี 9 เดือนกำไร 2.55 หมื่นล้าน โต 3.9% รับแรงหนุนสินเชื่ออาเซียน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กรุงศรี เผยกำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2569 แตะ 25,572 ล้านบาท โต 3.9% รับแรงหนุนสินเชื่ออาเซียนขยายตัว 7.7% ตอกย้ำเครือข่ายธุรกิจภูมิภาคเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตของธนาคาร

กรุงเทพฯ (20 ตุลาคม 2569) – กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) รายงานผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2569 มีกำไรสุทธิจำนวน 25,572 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.9% จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568

สะท้อนผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของธนาคารท่ามกลางสภาวะอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของสินเชื่อกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และธุรกิจในอาเซียน การขยายตัวของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ ตลอดจนการบริหารต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ

แม้ภาวะตลาดสินเชื่อยังคงเผชิญความท้าทาย แต่สินเชื่อรวมยังขยายตัว 0.8% สอดคล้องกับกลยุทธ์การเติบโตอย่างมีคุณภาพของธนาคาร โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการเติบโตที่แข็งแกร่งของสินเชื่อธุรกิจ

ขนาดใหญ่และอาเซียน ซึ่งขยายตัว 6.5% และ 7.7% ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม การเติบโตดังกล่าวถูกลดทอนบางส่วนจากการหดตัวของกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และสินเชื่อรายย่อยในประเทศ

สรุปผลประกอบการและฐานะการเงินที่สำคัญสำหรับช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569:

• กำไรสุทธิ ในช่วงเก้าเดือนแรกของปี 2569 จำนวน 25,572 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.9% หรือจำนวน

960 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568สะท้อนถึงความสามารถในการสร้างผลประกอบการที่แข็งแกร่งของธนาคารท่ามกลางสภาวะอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ โดยการเติบโตดังกล่าวได้รับแรงขับเคลื่อนจากการเติบโตของสินเชื่อ นำโดยกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และกลุ่มลูกค้าที่ให้อัตราผลตอบแทนสูงในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงการรับรู้ผลการดำเนินงานของพอร์ตสินเชื่อ TIDLOR นอกจากนั้น การบริหารต้นทุนทางการเงิน และการบริหารค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพที่ต่อเนื่อง ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของกำไรและความแข็งแกร่งของผลการดำเนินงาน

• เงินให้สินเชื่อรวม เพิ่มขึ้น 0.8% หรือจำนวน 15,382 ล้านบาท จากสิ้นปี 2568 สอดคล้องกับกลยุทธ์การเติบโตสินเชื่ออย่างมีคุณภาพในปีนี้ของธนาคาร โดยการเติบโตดังกล่าวได้รับแรงสนับสนุนหลักจากการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และกลุ่มอาเซียนซึ่งเติบโต 6.5% และ 7.7% ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม การเติบโตดังกล่าวถูกลดทอนบางส่วนจากการหดตัวของกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และสินเชื่อรายย่อยในประเทศ

• เงินรับฝาก ลดลง 1.7% หรือจำนวน 29,380 ล้านบาท จากสิ้นเดือนธันวาคม 2568 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของเงินรับฝากประจำ ซึ่งถูกชดเชยบางส่วนด้วยการเติบโตของเงินฝากออมทรัพย์ สอดคล้องกับกลยุทธ์การบริหารงบดุลและโครงสร้างเงินทุนเพื่อลดต้นทุนทางการเงิน พร้อมรักษาความแข็งแกร่งของฐานเงินฝากอย่างต่อเนื่อง

• ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 4.58% เทียบกับ 4.28% ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากพอร์ตสินเชื่อที่มีอัตราผลตอบแทนสูงขึ้นจากการรับรู้ผลการดำเนินงานของพอร์ตสินเชื่อ TIDLOR ตลอดจนการบริหารสภาพคล่องและต้นทุนทางการเงินเชิงรุกและรอบคอบระมัดระวังอย่างต่อเนื่อง ที่มีเป้าหมายเพื่อลดต้นทุนทางการเงิน ผ่านโครงสร้างเงินฝากและเงินกู้ยืมที่มีประสิทธิภาพ

• รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย เพิ่มขึ้น 3.7% หรือ 1,444 ล้านบาท จากช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 สะท้อนความแข็งแกร่งและการกระจายตัวของฐานรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการของธนาคาร รวมถึงความสามารถในการสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาวะแวดล้อมในการดำเนินงานที่มีความท้าทาย

• อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 45.6% จาก 46.4% ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 โดยกรุงศรียังคงมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและการบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย เพื่อรองรับการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน

• อัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL Ratio) ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 3.19% จาก 3.26%

ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2568 ขณะที่สัดส่วนการตั้งสำรองต่อสินเชื่อรวมอยู่ที่ 231 เบสิสพอยท์ ส่งผลให้อัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 143.1%

• อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (ของธนาคาร) อยู่ที่ 20.46% เทียบกับ 20.69%

ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2568

นายเคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ กรุงศรี กรุ๊ป ส่งมอบผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 โดยการเติบโตของธุรกิจในประเทศได้รับการขับเคลื่อนหลักจากกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่เป็นสำคัญ ซึ่งสะท้อนถึงกิจกรรมการลงทุนที่ยังคงเดินหน้าในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตและภาคธุรกิจที่มีศักยภาพการเติบโตสูง

"ขณะที่สินเชื่ออาเซียนยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความแข็งแกร่งของเครือข่ายธุรกิจที่ครอบคลุมหลายประเทศ ซึ่งช่วยสนับสนุนการเติบโตของผลการดำเนินงานโดยรวมของกรุงศรี กรุ๊ป”

นายเคนอิจิให้ความเห็นเรื่องแนวโน้มเศรษฐกิจว่า “ในระยะข้างหน้า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการลงทุนภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง การส่งออกที่ขยายตัวตามวัฏจักร

ขาขึ้นของภาคอุตสาหกรรมเทคโนโลยี และมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ผลกระทบจากอุทกภัย และกำลังซื้อของภาคครัวเรือนที่ยังเปราะบาง อาจชะลอจังหวะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจได้

ภายใต้บริบทดังกล่าว กรุงศรีประมาณการว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัว 2.1% ในปี 2569 สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของการลงทุนและอุปสงค์จากต่างประเทศ ซึ่งยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจไทย”

ณ วันที่30 กันยายน2569 กรุงศรีซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจการเงินที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับห้าในระบบเศรษฐกิจไทยจากมูลค่าสินทรัพย์ สินเชื่อและเงินรับฝาก และเป็นหนึ่งในสถาบันการเงินที่มีความสำคัญเชิงระบบ(D-SIB) มีสินเชื่อรวม1.94 ล้านล้านบาท เงินรับฝาก1.71 ล้านล้านบาท และสินทรัพย์รวม2.62 ล้านล้านบาท ขณะที่เงินกองทุนของธนาคารอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่339.51 พันล้านบาท หรือเทียบเท่า20.46% ของสินทรัพย์เสี่ยง โดยเป็นเงินกองทุนชั้นที่1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของคิดเป็น16.23%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...