โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รัฐบาลเร่งคุ้มครอง “รอยเท้าไดโนเสาร์” 120 ล้านปี อุดรธานี ย้ำห้ามเข้าบริเวณ ยังไม่ประกาศเป็นแหล่งท่องเที่ยว

Manager Online

เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • MGR Online

รัฐบาลสั่งกรมทรัพยากรธรณีเร่งตรวจสอบและคุ้มครองรอยเท้าไดโนเสาร์กลุ่มเทอโรพอด 6 รอย บนอุทยานแห่งชาติภูหินจอมธาตุ–ภูพระบาท จ.อุดรธานี อายุราว 120 ล้านปี ย้ำกฎหมายคุ้มครองซากดึกดำบรรพ์ครอบคลุมถึงร่องรอยสิ่งมีชีวิต ไม่ต้องรอขึ้นทะเบียน พร้อมขอประชาชนหากพบเจอ งดขุด เคลื่อนย้าย หรือทำลาย

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยวันนี้ (21 ต.ค. 2569) ว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์และคุ้มครองมรดกธรณีของประเทศ โดยเฉพาะการค้นพบรอยเท้าไดโนเสาร์ในจังหวัดอุดรธานี ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญทางธรณีวิทยาและบรรพชีวินวิทยา

ทั้งนี้ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้กรมทรัพยากรธรณีเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินมาตรการคุ้มครองพื้นที่ตามกฎหมาย เพื่อป้องกันความเสียหายจากการรบกวนของนักท่องเที่ยวและการกัดเซาะของน้ำ

นางสาวลลิดากล่าวว่า จากการตรวจสอบบริเวณอุทยานแห่งชาติภูหินจอมธาตุ–ภูพระบาท (เตรียมการ) ตำบลเมืองพาน อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี พบแนวทางเดินของรอยเท้าไดโนเสาร์กลุ่มเทอโรพอด ซึ่งเป็นไดโนเสาร์กินเนื้อที่เดินด้วยขาหลัง จำนวน 1 แนว รวม 6 รอย ปรากฏบนชั้นหินทรายหมวดหินภูพาน มีอายุประมาณ 120 ล้านปี ในยุคครีเทเชียสตอนต้น ถือเป็นหลักฐานสำคัญสำหรับการศึกษาสิ่งมีชีวิตและสภาพแวดล้อมในอดีตของประเทศไทย

ย้ำ รอยเท้าเข้าข่ายซากดึกดำบรรพ์ตามกฎหมาย

นางสาวลลิดาอธิบายว่า ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองซากดึกดำบรรพ์ พ.ศ. 2551 มาตรา 3 คำว่า “ซากดึกดำบรรพ์” ไม่ได้หมายถึงเฉพาะกระดูกหรือฟันของสัตว์โบราณเท่านั้น แต่ยังรวมถึงร่องรอยของสิ่งมีชีวิตในสมัยดึกดำบรรพ์ด้วย ดังนั้น รอยเท้าไดโนเสาร์ที่ผ่านการตรวจสอบยืนยันแล้วจึงเป็นซากดึกดำบรรพ์ที่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย แม้จะไม่พบโครงกระดูกในบริเวณเดียวกันก็ตาม

สำหรับมาตรการคุ้มครองพื้นที่ มาตรา 25 ของกฎหมายดังกล่าวกำหนดให้ผู้พบสิ่งที่มีเหตุอันควรเชื่อว่าเป็นซากดึกดำบรรพ์ ต้องแจ้งเจ้าพนักงานท้องถิ่นภายใน 7 วันนับแต่วันที่พบ เมื่อได้รับแจ้งแล้ว เจ้าพนักงานท้องถิ่นต้องมีคำสั่งห้ามใช้หรือเข้าไปในบริเวณที่พบ พร้อมจัดทำเครื่องหมายแสดงข้อห้ามให้เห็นอย่างชัดเจน และรายงานต่ออธิบดีกรมทรัพยากรธรณีหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ภายใน 7 วัน

จากนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องตรวจสอบเบื้องต้นให้แล้วเสร็จภายใน 7 วันนับแต่ได้รับรายงาน เพื่อพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด

นางสาวลลิดาย้ำว่า การคุ้มครองซากดึกดำบรรพ์สามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่ขั้นตอนการแจ้งพบและตรวจสอบ โดยไม่จำเป็นต้องรอการประกาศขึ้นทะเบียนแหล่งซากดึกดำบรรพ์ โดยการกันพื้นที่เพื่อป้องกันความเสียหายตามมาตรา 25 เป็นคนละขั้นตอนกับการประกาศขึ้นทะเบียนแหล่งตามมาตรา 14

ดังนั้น การกำหนดพื้นที่ห้ามเข้าหรือการเข้าตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ จึงไม่ได้หมายความว่าแหล่งดังกล่าวได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนอย่างเป็นทางการแล้ว

ขอประชาชนหากพบร่องรอย แจ้งท้องถิ่น งดขุดหรือเคลื่อนย้าย

สำหรับประชาชนที่พบร่องรอยหรือสิ่งที่อาจเป็นซากดึกดำบรรพ์ สามารถแจ้งองค์การบริหารส่วนตำบลหรือเทศบาลในพื้นที่ โดยบันทึกสถานที่พบ ลักษณะของร่องรอย และภาพถ่ายเท่าที่สามารถดำเนินการได้อย่างปลอดภัย เพื่อให้เจ้าหน้าที่ประสานผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบ พร้อมขอความร่วมมืองดขุด เคลื่อนย้าย หรือกระทำการใด ๆ ที่อาจทำให้หลักฐานได้รับความเสียหาย

นางสาวลลิดากล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการรักษามรดกทางธรรมชาติไว้ให้คนรุ่นต่อไปได้ศึกษาและเรียนรู้ การค้นพบรอยเท้าไดโนเสาร์ไม่เพียงสะท้อนถึงคุณค่าของหลักฐานทางธรณีวิทยาในประเทศไทย แต่ยังเป็นโอกาสในการพัฒนาองค์ความรู้และการท่องเที่ยวเชิงธรณีวิทยาในอนาคต โดยต้องให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์และการตรวจสอบทางวิชาการเป็นอันดับแรก

ทั้งนี้ การดำเนินการในปัจจุบันยังอยู่ในขั้นตอนการคุ้มครองและพิจารณาแนวทางพัฒนาพื้นที่ ยังไม่ใช่การประกาศขึ้นทะเบียนแหล่งซากดึกดำบรรพ์ หรือการเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการ

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...