ซีอีโอ BlackRock-Deutsche Bank โต้กระแสฟองสบู่ AI สวนทางคำเตือนเคน กริฟฟิน
ซีอีโอ BlackRock และ Deutsche Bank ไม่เห็นด้วยกับคำเตือนของเคน กริฟฟิน ที่มองว่า AI กำลังอยู่ในภาวะฟองสบู่ ชี้ความต้องการเทคโนโลยียังเติบโตต่อเนื่อง
วันที่ 21 ตุลาคม 2569 เวลา 14.59 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ผู้บริหารระดับสูงในภาคการเงินและการลงทุนมีมุมมองแตกต่างกันเกี่ยวกับความเสี่ยงฟองสบู่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) หลัง เคน กริฟฟิน (Ken Griffin) มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้ง Citadel ออกมาเตือนว่านักลงทุนในอุตสาหกรรม AI ควรเตรียมพร้อมรับความผิดหวังและความผันผวนที่อาจเกิดขึ้น
แลร์รี ฟิงก์ (Larry Fink) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ BlackRock และ คริสเตียน เซวิง (Christian Sewing) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Deutsche Bank ต่างไม่เห็นด้วยกับมุมมองที่ว่าอุตสาหกรรม AI กำลังอยู่ในภาวะฟองสบู่ที่เสี่ยงจะแตกในเร็ว ๆ นี้
ฟิงก์กล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์ในงาน Berlin Global Dialogue ว่าความล่าช้าในการก่อสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) อาจทำให้ต้นทุนการประมวลผลเพิ่มสูงขึ้น และกลายเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ ในช่วงที่ความต้องการใช้งาน AI กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว
ขณะที่ เซวิงกล่าวกับ Bloomberg Television เมื่อวันพุธ (21 ต.ค.) ว่าเขาไม่เห็นเหตุผลที่จะต้องกังวลเกี่ยวกับการปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงของราคาสินทรัพย์ในระยะใกล้
“โดยภาพรวม ผมไม่คิดว่าเรากำลังอยู่ในฟองสบู่ที่กำลังจะแตก แม้บริษัทบางแห่งอาจเผชิญปัญหาหรือความผิดหวังได้เป็นรายกรณี”เซวิงกล่าว
ความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับความยั่งยืนของกระแส AI เพิ่มสูงขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากการพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวต้องใช้เงินลงทุนเริ่มต้นจำนวนมหาศาล ขณะที่การเปลี่ยนเงินลงทุนให้กลายเป็นกำไรและผลิตภาพที่เพิ่มขึ้นอาจใช้เวลานานกว่าที่คาดการณ์ไว้
รายงานของ Wall Street Journal ระบุว่าAnthropic หนึ่งในบริษัทพัฒนา AI ชั้นนำ อาจต้องใช้เงินลงทุนเพิ่มเติมด้านกำลังประมวลผลสูงถึง 750,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงหลายปีข้างหน้า
ก่อนหน้านี้ กริฟฟิน ซึ่งมีธุรกิจในเครือทั้งกองทุนเฮดจ์ฟันด์ Citadel และบริษัทผู้ดูแลสภาพคล่องในตลาดการเงิน Citadel Securities เตือนเมื่อวันอังคาร (20 ต.ค.) ว่า นักลงทุนแทบจะกำลังเผชิญภาวะฟองสบู่ AI อย่างแน่นอน ในช่วงที่บริษัทต่าง ๆ กำลังประเมินว่าควรทุ่มเงินลงทุนในเทคโนโลยีนี้มากเพียงใด
ฟิงก์เคยแสดงความเห็นคัดค้านข้อกังวลเกี่ยวกับฟองสบู่ AI มาแล้วก่อนหน้านี้ โดยมองว่าปัญหาสำคัญของอุตสาหกรรมกลับเป็นข้อจำกัดด้านอุปทาน เนื่องจากความต้องการใช้งาน AI เติบโตเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ และเตือนว่า หากการขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI ล่าช้า อาจส่งผลให้ผู้ใช้งานเข้าถึงเทคโนโลยีได้อย่างจำกัดในอนาคต
ฟิงก์กล่าวว่า หากไม่มีการเร่งก่อสร้างศูนย์ข้อมูลเพิ่มเติม ต้นทุนการประมวลผลที่อยู่ในระดับสูงในปัจจุบันอาจยิ่งสร้างแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ
ในทางกลับกัน การเพิ่มจำนวนศูนย์ข้อมูลจะช่วยขยายกำลังประมวลผล และทำให้ต้นทุนการใช้งานเทคโนโลยีลดลงได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ด้านเซวิงมองว่า การนำ AI มาใช้ในภาคอุตสาหกรรมถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญระดับศตวรรษสำหรับเยอรมนี หากประเทศสามารถกำหนดกรอบกฎระเบียบที่เหมาะสมได้
เขาระบุว่า Deutsche Bank ได้นำเทคโนโลยี AI มาใช้ทั้งเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและยกระดับระบบควบคุมภายในของธนาคาร
เซวิงย้ำว่า ความกังวลเกี่ยวกับการเกิดฟองสบู่ AI ยังไม่มีเหตุผลรองรับเพียงพอ แต่สิ่งที่แตกต่างจากภาวะฟองสบู่คือความผันผวนที่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์
ทั้งนี้ เซวิงเป็นผู้บริหารที่มีบทบาทสำคัญในการพลิกฟื้น Deutsche Bank ซึ่งเป็นธนาคารรายใหญ่ที่สุดของเยอรมนี นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อ 8 ปีก่อน และเป็นหนึ่งในผู้บริหารระดับสูงที่มีการหารือกับฟรีดริช เมิร์ซ (Friedrich Merz) นายกรัฐมนตรีเยอรมนีอย่างสม่ำเสมอ ตามข้อมูลจากบุคคลที่เกี่ยวข้อง
ในสัปดาห์นี้ เมิร์ซได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมนักลงทุนครั้งแรกของรัฐบาลเยอรมนีที่กรุงเบอร์ลิน เพื่อผลัก
อ้างอิง : www.bloomberg.com