โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจ้าสัวธนินท์ แนะรัฐบาลลุย AI เต็มสูบ ยกเครื่องระบบราชการ เพิ่มเงินเดือนคนเก่ง

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

20 ตุลาคม 2569 นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) เปิดเผยในเวที NATION FORUM x DINNER TALK : THAILAND'S AGENDA 2027 ว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยของประเทศไทยยังคงได้รับความเชื่อมั่นจากนักลงทุน เนื่องจากมีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นศูนย์รวมจิตใจ ทำให้สถานการณ์ทางการเมืองมีความสงบนิ่งเมื่อเทียบกับหลายประเทศ ซึ่งส่งผลให้ภาคธุรกิจต่างชาติให้ความสนใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะธุรกิจ Data Center ซึ่งเปรียบเสมือนโรงงานสมัยใหม่ทำหน้าที่ผลิตข้อมูลเพื่อนำไปใช้กับโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ทั้งนี้ เทคโนโลยี AI และ LLM จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำ ทำให้บุคคลที่มีความรู้น้อย หรือองค์กรขนาดเล็ก สามารถเข้าถึงคลังข้อมูลและความรู้ได้เท่าเทียมกับองค์กรขนาดใหญ่

"ผมยังเชื่อมั่นในประเทศไทย เพราะเรามีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ทำให้คนไทยยังเป็นกลุ่มเดียวกัน ไม่แตกแยก และทุกคนก็เทิดทูนพระมหากษัตริย์ ต่อให้การเมืองวุ่นวายแต่ก็นิ่งกว่าประเทศอื่นๆทุกวันนี้ไทยสงบที่สุด และเต็มไปด้วยโอกาส"

นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group)

AI หนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่

นายธนินท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ไม่ว่าจะธุรกิจอะไรก็ตาม ก็หนีไม่พ้น AI ทั้งภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมทั้งหมด รวมถึงภาคการเกษตรที่จะต้องศึกษาและนำ AI มาปรับใช้ โดย AI จะเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงข้อมูลและความรู้ทัดเทียมกับองค์กรใหญ่
ส่วนกรณีที่คนกังวลใจว่า AI จะทำให้คนตกงาน นายธนินท์ เชื่อว่าผลกระทบดังกล่าวจะเป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้น AI ไม่ได้ทำให้คนตกงาน แต่จะช่วยให้คนเก่งขึ้น มีประสิทธิภาพสูงขึ้น และสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ทำให้เกิดผลิตภัณฑ์และธุรกิจใหม่ๆ ที่ช่วยขับเคลื่อนตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ให้เติบโตสูงขึ้น

"ยกตัวอย่างสมัยก่อน ในยุคประวัติศาสตร์เมื่อ 100 กว่าปีก่อน ในสหรัฐอเมริกา ที่ยุคแรกที่มีการนำรถแทรกเตอร์มาใช้ในไร่นา และเกษตรกรเคยต่อต้าน ประท้วงเพราะกลัวตกงาน แต่เวลาต่อมา กลายเป็นว่ารถแทรกเตอร์ทำให้เกษตรกรรวยขึ้น สินค้าทางการเกษตรเพิ่มมากขึ้น และก่อให้เกิดธุรกิจการซื้อขาย ทั้งทางพาณิชยกรรม -อุตสาหกรรมใหม่ๆตามมา"

นายธนินท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะการสนับสนุนการลงทุนด้านพลังงานไฟฟ้าและระบบ Data Center ซึ่งปัจจุบันทั่วโลกมีความต้องการย้ายฐานการลงทุนมายังประเทศไทย เนื่องจากมีความพร้อมและความสงบเรียบร้อย รวมถึงมองไปถึงอนาคตในการพัฒนาพลังงานสะอาดและโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เพื่อความมั่นคงทางพลังงาน

"ฝากถึงรัฐบาล เราไม่ต้องกลัวเขาจะมาลงทุน Data Center มายิ่งเยอะยิ่งดี ขนาดอเมริกาก็ยังมา นั่นเพราะเขาขาดไฟ ฝากรัฐบาลว่า นี่เป็นโอกาสที่เราจะขายไฟ และสุดท้ายเราก็ยังได้ขายข้อมูล”

นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group)

พลิกโฉมเกษตรกรรมไทยด้วยระบบชลประทาน

นายธนินท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยมีดินฟ้าอากาศที่ดี ยอดเยี่ยมและปลูกพืชผลได้รสชาติดี แต่สิ่งที่ยังขาดคือ "ระบบชลประทาน" หากภาครัฐลงทุนสร้างระบบชลประทานและเขื่อนกักเก็บน้ำอย่างจริงจัง จะช่วยแก้ปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมได้ พร้อมทั้งช่วยเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรได้ถึง 5 เท่า ควบคู่ไปกับการสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ การปรับปรุงพันธุ์พืช เช่น การตัดต่อยีนเพื่อลดการใช้ยาฆ่าแมลงและลดต้นทุนการผลิต ตลอดจนการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานและโลจิสติกส์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

แนะปฏิรูปราชการ ปรับฐานเงินเดือนสูงกว่าเอกชน

นาย ธนินท์ กล่าวเสนอให้ภาครัฐปรับตัวเข้าสู่ระบบดิจิทัล (Digital Government) เพื่อความโปร่งใส รวดเร็ว และเร่งแก้ไขกฎหมายที่ล้าสมัยซึ่งใช้มานาน นอกจากนั้นแล้วยังเสนอให้มีการปรับเพิ่มเงินเดือนข้าราชการให้สูงกว่าเอกชน เพราะราชการถือเป็นเสาหลักในการบริหารประเทศ
"ราชการเราเก่งแต่เงินเดือนน้อย ก็จะหันไปทำภาคธุรกิจเอกชนกันหมดซึ่งมันก็จะไม่สมดุล ดังนั้นจึงอยากเสนอให้ปรับเพิ่มเงินเดือน เช่นเดียวกับประเทศสิงคโปร์ เพื่อดึงดูดคนเก่งเข้ามาบริหารประเทศ อันนี้ก็ขอฝากแต่อย่างไรก็ตามก็ขึ้นอยู่กับการแก้กฎหมาย ซึ่งก็จะช้า ดังนั้นหากจะแก้ก็ต้องเปลี่ยนทุกภาคส่วน"

นายธนินท์ เสนอแนะให้ภาครัฐมีนโยบายเชิงรุกในการดึงดูดชาวต่างชาติที่มีความรู้ความสามารถสูงจำนวนราว 5 ล้านคนเข้ามาทำงานและเสียภาษีในประเทศไทย เพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

สำหรับการแก้ปัญหาโครงสร้างประชากรไทยที่เด็กเกิดใหม่ลดลงเหลือเพียงประมาณ 3 แสนกว่าคนต่อปี ได้เสนอให้รัฐบาลกำหนดนโยบายเชิงรุกดึงดูดบุคลากรผู้เชี่ยวชาญระดับสูง (Talent) จากทั่วโลกในสาขาที่ไทยยังขาดแคลน เช่น AI และ IT จำนวน 5 ล้านคน เข้ามาทำงาน เสียภาษี และช่วยสร้างงานใหม่ให้คนไทย โดยไม่กระทบต่อการจ้างงานของคนในประเทศ ทั้งนี้ สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP ของไทยซึ่งอยู่ที่ประมาณร้อยละ 60 กว่า ยังอยู่ในระดับที่สามารถกู้เงินมาลงทุนในอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสร้างรายได้กลับคืนสู่ประเทศได้

ฝากคนรุ่นใหม่ ไม่ต้องกังวลตกงาน แต่ขอให้ใช้ประโยชน์จาก AI อย่างเต็มที่

นายธนินท์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ทุกวันนี้คนไทยน้อยลง วัยหนุ่มสาวก็น้อยลง โดยตัวเลขจำนวนเกิดใหม่ปีละ 300,000 กว่าคน ตรงนี้ไม่ต้องกังวลว่าจะตกงาน ไปลงทุนเรื่องไฟ ให้ Data Center เข้ามา แล้วดึงธุรกิจใหม่ๆให้คนรุ่นใหม่ได้ใช้ ห่วงแค่ว่าจะใช้ AI ไม่เต็มที่ แต่คนไทยเก่ง ขอให้ได้ใช้ประโยชน์จาก AI อย่างเต็มที่ เอา AI ไปใช้ในการสร้างสรรค์ธุรกิจะขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น TikTok และ YouTube ซึ่งสามารถส่งออกสินค้าไปได้ทั่วโลก

นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group)
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...