โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รัฐซื้อประกันภัยพิบัติ วงเงินคุ้มครองคนไทย "75,000 ล้านบาท" บริษัทฯ พร้อมรับความเสี่ยงแค่ไหน?

Thairath Money

อัพเดต 03 ต.ค. เวลา 03.02 น. • เผยแพร่ 03 ต.ค. เวลา 03.01 น.
ภาพไฮไลต์

"มีประกันไว้ช่วยให้อุ่นใจ แต่ถ้าบริษัทฯ เกิดต้องปิดตัวเหมือนช่วงโควิดล่ะ?

จากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในกรุงเทพฯ และหลายจังหวัด ล่าสุดรัฐบาลได้ซื้อประกันภัยพิบัติความคุ้มครองให้คนไทยสูงถึง 75,000 ล้านบาท จนเกิดข้อสงสัยว่า ถ้าคนแห่เคลมขึ้นมา จะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเหมือนช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่บางบริษัทประกันภัยต้องปิดตัวไปหรือไม่ ปัจจุบันธุรกิจประกันภัยไทยมีความแข็งแกร่งพร้อมรับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นแค่ไหน

น้ำท่วมปี 2569 รุนแรงแค่ไหน

ตั้งแต่คืน 25 ก.ย. ที่ผ่านมาเกิดน้ำท่วมขังในหลายจุดของกรุงเทพฯ รวมถึงหลายจังหวัดทำให้ทางการต้องประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ เบื้องต้นทางศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินผลกระทบสุทธิเบื้องต้นต่อเศรษฐกิจที่ 7,000-17,000 ล้านบาท หรือราว 0.03-0.11% ของ GDP ส่วนศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยคาดว่าความเสียหายครั้งนี้มีโอกาสสูงสุดถึง 12,000 ล้านบาท

น้ำท่วมปี 2569 นี้หากเทียบกับมหาอุทกภัยเมื่อปี 2554 หลายฝ่ายมองว่าความเสียหายยังไม่สูงขนาดนั้น แต่เมื่อความเสี่ยง “ภัยจากน้ำ” ยังมีโอกาสเพิ่มขึ้น เพราะล่าสุดมีข่าวถึงฝนระลอกใหม่ที่จะมาถึงประเทศไทยช่วง 5-7 ต.ค. ทำให้ประชาชนกังวลว่าจะรับมือฝนตกหนักรอบนี้ได้แค่ไหน เพราะจากครั้งที่ผ่านมาอาจได้เงินเยียวยาจากรัฐเบื้องต้น 9,000 บาทต่อหลังคาเรือนเท่านั้น

รัฐซื้อ “ประกันภัยพิบัติ” วงเงิน 75,000 ล้านบาท

จากความเสี่ยงภัยธรรมชาติ และความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นล่าสุดรัฐบาลประกาศใช้ “ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” หรือการซื้อประกันกับบริษัทประกันภัยในไทยเพื่อบริหารความเสี่ยงด้านนี้ โดยจัดสรรงบประมาณ 15,500 ล้านบาท ซื้อวงเงินความคุ้มครองถึง 75,000 ล้านบาท ที่จะคุ้มครองบ้านที่อยู่อาศัยประจำและการเสียชีวิต (หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง) จากอุบัติภัยพิบัติใน 3 ภัยหลัก คือ น้ำท่วม, ลมพายุ, และแผ่นดินไหว เริ่มตั้งแต่ 1 ต.ค. 2569 - 1 ต.ค. 2570

ดังนั้น แม้ว่าภัยน้ำท่วมที่เกิดขึ้นตั้งแต่ 25 ก.ย. 2569 นี้ ประชาชนยังเคลมไม่ได้ แต่ถ้ามีน้ำใหม่ ฝนระลอกใหม่มา และมีการประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ ตามเงื่อนไขความคุ้มครองของกรมธรรม์ก็สามารถเคลมได้สูงสุด 100,000 บาทต่อหลังคาเรือนต่อครั้ง (ถ้าเข้าเงื่อนไขได้เงินเบื้องต้นเลย 10,000 บาทต่อหลังคาเรือนต่อครั้ง)

แต่เมื่อวงเงินความคุ้มครองจะสูงถึง 75,000 ล้านบาท ยังไม่รวมกับเคลมความเสียหายอื่นๆ ที่จะเกิดขึ้นเช่น รถจมน้ำ บ้านน้ำท่วม ไปจนถึงน้ำล้อมบ้าน ซึ่งบริษัทมีกรมธรรม์ต้องดูแลลูกค้าที่ซื้อประกันภัยไว้อีก นำสู่ความกังวลว่า ความเสียหายครั้งนี้จะส่งผลต่อธุรกิจประกันภัยในไทยแค่ไหน?

ธุรกิจประกันวินาศภัยไทยแข็งแรงแค่ไหน

วิกฤตน้ำท่วมใหญ่สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง หากย้อนเปรียบเทียบกับปี 2554 หรือน้ำท่วมหาดใหญ่ในปี 2568 ทาง ดร.สมพร สืบถวิลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ และนายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย เล่าให้ฟังว่า น้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 ถือว่ามีความเสียหายในหลายระดับ แต่ธุรกิจประกันภัยสามารถดูแลตามสัญญาประกันภัยที่ลูกค้าซื้อไว้ ขณะที่ความเสียหายที่หาดใหญ่อยู่ที่ประมาณ 20,000 ล้านบาท แม้น้ำท่วมปี 2569 ครั้งนี้ความเสียหายอาจมากกว่าถึง 2 เท่า แต่สมาคมฯ ยืนยันว่าระบบประกันภัยไทยยังรองรับได้ เพราะมีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR) ไตรมาส 2 ปี 2569 เฉลี่ยในบริษัทสมาชิกฯ อยู่ที่ 471.62% สูงกว่าที่ คปภ. กำหนดไว้ที่ 140%

ส่วนของประกันภัยพิบัติแห่งชาติ มีการบริหารความเสี่ยงผ่านการกระจายใน 11 บริษัท และยังมีโครงสร้างการรับประกันภัยต่อทั้ง 100% โดยความคุ้มครอง 75,000 ล้านบาท มีการรับประกันภัยต่อ 2 ส่วน

1. 5,000 ล้านบาทแรก เป็นส่วนในไทย โดยบริษัทที่เข้าร่วมโครงการสามารถใช้ผู้รับประกันภัยต่อที่สมาคมประกันวินาศภัยที่จัดเตรียมไว้ให้ ในวงเงินตั้งแต่ 1,000 - 4,000 ล้านบาท (โดยส่วน 1,000 ล้านบาทแรกอาจจัดสรรความคุ้มครองภายในแต่ละบริษัท)

2. 5,001- 75,000 ล้านบาท มีการทำประกันภัยต่อในต่างประเทศ ตอนนี้มีหลายประเทศรวมกันแล้วเกิน 100% ของความคุ้มครอง

ทั้งนี้ แบบประกันนี้เกิดจากภาครัฐระบุว่ามีงบประมาณว่า 15,000 ล้านบาท และเปิดให้สมาคมฯ ศึกษาและคำนวณความคุ้มครองที่เหมาะสมและออกมาเป็นกรมธรรม์ภัยพิบัติที่เริ่มใช้ในวันที่ 1 ต.ค. 2569 (ตั้งแต่ 00.00 น.)

นอกจากนี้ยังพร้อมรับมือกับความฉ้อฉลประกันภัยที่อาจเกิดขึ้น โดยระบบการเคลมสามารถทำได้แบบออนไลน์ และจะใช้เทคโนโลยีรวมถึง AI เพื่อคัดกรองการฉ้อฉลที่อาจเกิดขึ้น

รัฐยังมองเรื่องประกันแบบไหนอีกในอนาคต?

อาภากร ปานเลิศ รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยกับ Thairath Money ว่า ปัจจุบันมีการหารือในหลายส่วน เช่น กระทรวงการท่องเที่ยวฯ มีการพูดคุยถึงการทำประกันกลุ่มด้านอุบัติเหตุและความเจ็บป่วยฉุกเฉินให้นักท่องเที่ยว

ขณะเดียวกันในฝั่งของเกษตรกร ยังมีโครงการประกันข้าวนาปีที่อยู่ระหว่างรอการสรุปจากภาครัฐ ซึ่งเป็นโครงการที่รัฐร่วมกับ ธ.ก.ส. คุ้มครองภัยแล้ง น้ำท่วม พายุ ฯลฯ แต่ยังต้องรอการจัดสรรงบประมาณตามนโยบายของรัฐบาล (ประกันนี้ทำมาหลายปีแต่ไม่ได้ต่อเนื่อง)

สุดท้ายนี้ การซื้อประกันภัยพิบัติ 75,000 ล้านบาทของรัฐบาล ถือเป็นเรื่องใหม่ๆ ในประเทศไทยจึงต้องรอดูว่าเมื่อเกิดภัยขึ้นจริงกลไกนี้จะช่วยให้ประชาชนได้รับการเยียวยาที่เร็วและโปร่งใสขึ้นได้เพียงใด

อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รัฐซื้อประกันภัยพิบัติ วงเงินคุ้มครองคนไทย "75,000 ล้านบาท" บริษัทฯ พร้อมรับความเสี่ยงแค่ไหน?

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...