“การดี” ยื่น สตง. สอบพิรุธ 'TH-AI Passport' 1,650 ล้าน ผิดเงื่อนไขข้อตกลงคุณธรรม-ส่อช่องโหว่ผลาญงบ
วันที่ 23กันยายน 2569เวลา 10.30น. ที่รัฐสภา นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กมธ.ดีอี) แถลงถึงความคืบหน้าในการยื่นหนังสือต่อสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เพื่อขอให้ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน เข้ามาตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินในโครงการ TH-AI Passport วงเงินกว่า 1,650ล้านบาท ของสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.)ว่า การยื่นตรวจสอบในครั้งนี้ครอบคลุม 7ประเด็นหลัก แต่มี 2ประเด็นสำคัญที่สังคมกำลังให้ความสนใจอย่างกว้างขวาง และอาจสร้างความเสียหายต่อเงินแผ่นดินอย่างร้ายแรง
นางการดี กล่าวว่า ประเด็นแรกคือการกำหนดนิยาม "ผู้ใช้งานระดับสร้างสรรค์สิ่งใหม่" ซึ่งใช้เป็นฐานในการเบิกจ่ายงบประมาณแผ่นดินสูงถึง 24.70บาท ต่อคนต่อเดือน จากการตรวจสอบสัญญาที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม พบว่ามีการระบุเงื่อนไขไว้เพียง "ผู้ใช้งานบริการแพลตฟอร์ม Generative AI โดยเข้าเรียนในระบบและมีคะแนนสะสมในแต่ละเดือนตามเกณฑ์ที่ผู้ว่าจ้างกำหนด" ซึ่งมองว่าเป็นการกำหนดเกณฑ์ที่หละหลวมอย่างมาก
"แม้การจ่ายเงินตามจริงจะดีกว่าระบบเหมาจ่ายแบบเดิม แต่การใช้กลไกทางการตลาดมาเร่งยอดผู้ใช้ โดยไม่กำหนดเกณฑ์การนับคะแนนสะสมและส่วนต่างทางการเงินให้ชัดเจนในสัญญา อาจทำให้กรรมการตรวจรับงาน ตรวจรับไปตามตัวหนังสือเท่านั้น ซึ่งเสี่ยงทำให้ประเทศเสียประโยชน์และสูญเสียงบประมาณมหาศาล" นางการดี กล่าว
นางการดี กล่าวต่อว่า ประเด็นที่สอง คือ การไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) ตามที่กำหนดไว้ใน TOR ข้อ 3.16หน้า 4ซึ่งระบุชัดเจนว่า ผู้ยื่นเสนอราคาต้องลงนามในข้อตกลงคุณธรรม ถือเป็นคุณสมบัติสำคัญ
นางการดี ยังเปิดเผยไทม์ไลน์ข้อเท็จจริง คือวันที่ 12พฤศจิกายน 2568 สดช. ได้รับอนุมัติงบประมาณโครงการ 1,650ล้านบาท วันที่18พฤศจิกายน 2568 สดช. ยื่นเรื่องขอเข้าร่วมข้อตกลงคุณธรรมวันที่ 15ธันวาคม 2568 สดช. จัดทำร่าง TOR เสร็จสิ้น วันที่ 17ธันวาคม 2568 คณะอนุกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต (คปท.) มีมติ "ไม่คัดเลือก" โครงการเข้าร่วมข้อตกลงคุณธรรม เนื่องจากจัดทำร่าง TOR ล่วงเลยขั้นตอนไปแล้ว ถือว่าผิดเงื่อนไขตามมาตรา 18แห่ง พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างฯ วันที่ 22ธันวาคม 2568 กรมบัญชีกลางออกหนังสือแจ้งผลปฏิเสธอย่างเป็นทางการ และวันที่ 24ธันวาคม 2568 แม้จะถูกปฏิเสธ แต่ สดช. ยังคงเดินหน้าประกาศเชิญชวนและเผยแพร่ TOR ต่อไป โดยไม่มีการแก้ไขข้อกำหนดข้อ 3.16หรือยกเลิกเพื่อเริ่มกระบวนการใหม่
รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อว่า หากพบว่าโครงการไม่ผ่านข้อตกลงคุณธรรม หน่วยงานมีทางออกเพียง 2ทาง คือ 1.แก้ไขร่าง TOR เพื่อตัดข้อกำหนดที่ทำไม่ได้ออก (ซึ่งไม่ควรกระทำกับโครงการระดับพันล้าน) และ 2.เริ่มกระบวนการร่าง TOR ใหม่ให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น เพื่อให้มีผู้สังเกตการณ์อิสระ (ตาที่สาม) เข้ามาตรวจสอบความโปร่งใส
"โครงการใหญ่ระดับพันล้านที่มีความซับซ้อนทางเทคนิคเช่นนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกร่วมสังเกตการณ์ตั้งแต่ต้น การที่ สดช. ดันทุรังเดินหน้าต่อทั้งที่ขัดกับเงื่อนไขที่ตนเองเขียนขึ้น ถือเป็นความผิดพลาดรุนแรง และขอตั้งคำถามว่า คณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้างปล่อยผ่านเรื่องนี้ได้อย่างไร โครงการนี้ยังถือว่าชอบด้วยกฎหมายอยู่หรือไม่"นางการดี กล่าวและว่า หากผลการตรวจสอบของ สตง. พบว่ามีมูลความผิด หรือมีความพยายามหลีกเลี่ยงกระบวนการตรวจสอบเพื่อเปิดช่องให้เกิดการทุจริต ขอให้เร่งส่งเรื่องต่อไปยังคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป