โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ย้ำความพร้อมไทยเป็นเจ้าภาพประชุม IMF-World Bank 2026 ชวนคนไทยร่วมเป็นเจ้าภาพ ต้อนรับผู้แทนเศรษฐกิจจาก 191 ประเทศ 12 - 18 ต.ค. นี้

สวพ.FM91

อัพเดต 07 ต.ค. เวลา 08.25 น. • เผยแพร่ 07 ต.ค. เวลา 08.25 น.

รองโฆษกฯ ลลิดา ย้ำความพร้อมไทยเป็นเจ้าภาพประชุม IMF-World Bank 2026 ชวนคนไทยร่วมเป็นเจ้าภาพ ต้อนรับผู้แทนเศรษฐกิจจาก 191 ประเทศ 12 - 18 ต.ค. นี้ ชูศักยภาพไทยผ่าน Soft Power วัฒนธรรม - อาหารไทย - วัตถุดิบท้องถิ่น สู่สายตาชาวโลก

วันนี้ (7 ต.ค. 69) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพ “การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569” (IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 - 18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมกว่า 15,000 คน จาก 191 ประเทศทั่วโลก

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การประชุม IMF-World Bank 2026 ไม่ได้เป็นเพียงเวทีหารือด้านเศรษฐกิจและการเงินระดับโลก และสร้างเม็ดเงินให้แก่เศรษฐกิจท้องถิ่นในระยะสั้นเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างประโยชน์ให้แก่ประเทศไทยในระยะยาว ทั้งการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ การเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีคุณภาพและยั่งยืน ตลอดจนการพัฒนาคน การอนุรักษ์วัฒนธรรม และการดูแลสิ่งแวดล้อม

สำหรับการประชุมครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ขอบฟ้าใหม่ของไทย: สร้างพลังให้ประชาชน เสริมความพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง” (Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience) มุ่งผลักดันประเด็นสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ 1. การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อการเติบโตที่ทั่วถึงและยืดหยุ่น 2. โอกาสของประเทศขนาดกลางในโลกที่แบ่งเป็นหลายขั้ว 3. การสร้างสถาปัตยกรรมรูปแบบใหม่เพื่อรองรับการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ 4. การส่งเสริมเศรษฐกิจเพื่อรองรับสังคมสูงวัยภายใต้การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังเตรียมกิจกรรมตลอดสัปดาห์การประชุม เพื่อสะท้อนศักยภาพและอัตลักษณ์ความเป็นไทยให้ผู้เข้าร่วมจากทั่วโลกได้สัมผัส โดยภายในงานมี Thai Pavilion นำเสนอพัฒนาการของประเทศไทย แนวทางการพัฒนาประเทศที่ให้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง รวมถึงหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและแนวพระราชดำริที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาประเทศ ขณะเดียวกัน ยังมีการจัดนิทรรศการภาพถ่าย “Visions of Thailand” โดยเชิญช่างภาพข่าวรุ่นใหม่และนักเล่าเรื่องด้วยภาพที่พำนักอยู่ในไทยร่วมถ่ายทอดเรื่องราว รวมถึงกิจกรรมด้านศิลปวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ไทย อาทิ การแสดงมวยไทย ตลอดจนการนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวและชุมชนต้นแบบด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสประเทศไทยในหลากหลายมิติ ทั้งเศรษฐกิจ นวัตกรรม วัฒนธรรม การท่องเที่ยว และวิถีชีวิตของคนไทย

ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนและภาคประชาสังคมจะร่วมจัดกิจกรรมและเวทีเสวนาคู่ขนานในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศ อาทิ การป้องกันการทุจริต ระบบการเงินและการธนาคารที่ปลอดภัย การปรับนโยบายการเงินให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวและการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนกิจกรรมด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและการมีส่วนร่วมกับชุมชน

นอกเหนือจากกิจกรรมภายในงาน ประเทศไทยยังนำ Soft Power และอัตลักษณ์ความเป็นไทยมาสอดแทรกในกิจกรรมต่าง ๆ ตั้งแต่การประชาสัมพันธ์การเป็นเจ้าภาพภายใต้แนวคิด “ยิ้มแบบไทย พร้อมใจเป็นเจ้าภาพ” การนำผ้าทอและผ้าพื้นเมืองที่มีเอกลักษณ์ เช่น ผ้าทอตีนจกไทลื้อ ผ้าขาวม้าลายช้าง และผ้าบาติกพิมพ์ลาย “บุปผาบรมราชินีนาถ” มาใช้ตกแต่งสถานที่ประชุม ตลอดจนการนำเสนอวัฒนธรรม อาหาร และวัตถุดิบท้องถิ่น เพื่อสะท้อนความหลากหลายและภูมิปัญญาของไทย

ในส่วนของอาหารและเครื่องดื่มภายในงาน จะเน้นการใช้วัตถุดิบท้องถิ่นและสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) พร้อมสร้างเรื่องเล่าให้แต่ละเมนู โดยมีการนำเสนอ “ข้าวท้องถิ่น” ผ่านการหมุนเวียนข้าว GI เด่นจากพื้นที่ต่าง ๆ อาทิ ข้าวหอมมะลิพะเยา ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ และข้าวสังข์หยดพัทลุง รวมถึงเมนู “ข้าวยำหัวใจไทย” ซึ่งใช้ข้าวหอมมะลิจากจังหวัดพะเยาและข้าวสังข์หยดจากจังหวัดพัทลุง และเมนู “ปลานิลดรายเอจรนไฟ ซอสมิโซะเขาใหญ่” ซึ่งใช้ปลานิลจากอำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา จับคู่กับมิโซะที่หมักในพื้นที่เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา

นอกจากนี้ ยังมีของว่างและอาหารที่นำวัตถุดิบจากแหล่งต่าง ๆ ของประเทศไทยมารังสรรค์เป็นเมนูภายในงาน อาทิ แซนด์วิชไก่ย่างเบตง ทาร์ตเนื้อวากิวสกลนคร ทาร์ตช็อกโกแลตนครศรีธรรมราชใส่แมคคาเดเมีย และข้าวเหนียวมะม่วง รวมถึงรถเข็นผลไม้สดตามฤดูกาล เพื่อให้ผู้เข้าร่วมจากนานาประเทศได้สัมผัสความหลากหลายของวัตถุดิบ อาหาร และเรื่องราวจากท้องถิ่นไทย

“การประชุม IMF-World Bank Annual Meetings 2026 ไม่ใช่เพียงการประชุมของผู้นำและผู้กำหนดนโยบายเศรษฐกิจโลก แต่เป็นโอกาสของประเทศไทยในการเปิดประตูสู่การค้าและการลงทุน สร้างโอกาสให้ภาคธุรกิจและผู้ประกอบการไทยเชื่อมโยงกับตลาดโลก ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ผ่านการนำ Soft Power และอัตลักษณ์ความเป็นไทยไปสู่สายตานานาชาติ การเป็นเจ้าภาพครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่คนไทยทุกภาคส่วนสามารถมีส่วนร่วมและได้รับประโยชน์ร่วมกัน พร้อมช่วยยกระดับบทบาทของประเทศไทยบนเวทีโลก และเตรียมความพร้อมสู่การเป็นประธานอาเซียนในปี 2571” นางสาวลลิดากล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...