โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรมชลฯ ยันเขื่อนภูมิพล-สิริกิติ์ รับน้ำเหนือได้หมด เตือน เขื่อนแม่กลองเพิ่มการระบาย

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 07 ต.ค. เวลา 05.52 น. • เผยแพร่ 07 ต.ค. เวลา 05.51 น.
ภาพไฮไลต์

กรมชลฯ ยันเขื่อนภูมิพล-เขื่อนสิริกิติ์ รับน้ำเหนือได้หมด ส่วนเขื่อนเจ้าพระยาท้ายน้ำลดลง 10-15 ซม. เตือนกาญจนบุรี-ราชบุรี-สมุทรสาคร หลังเขื่อนแม่กลองระบายเพิ่ม จับตาลุ่มบางปะกงหลังน้ำทะเลหนุน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 7 ตุลาคม 2569 นายธวัชชัย ไตรวารี ผู้อำนวยการส่วนประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน แถลงข่าวศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์อุทกภัย (JICC) ที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงสถานการณ์บริหารจัดการน้ำ ว่า จากฝนที่ตกในพื้นที่ตอนบน เช่นที่จังหวัดเชียงใหม่และน่าน เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ สามารถรองรับน้ำไว้ได้ทั้งหมด จึงไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ตอนล่าง ส่วนการระบายน้ำท้ายเขื่อนก็มีการระบายให้น้อยที่สุดเพื่อให้เพียงพอต่อการใช้อุปโภคบริโภคและการเกษตรของประชาชน

ในส่วนเขื่อนเจ้าพระยา สถานี C2 ที่จังหวัดนครสวรรค์ ปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 1,915 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลดลงมาจากวันที่ 6 ตุลาคม 2569 แนวโน้มสถานการณ์จึงดีขึ้น โดยเราได้บริหารจัดการโดยการทำสมดุลน้ำจากด้านเหนือ นอกจากนี้ ยังได้ลดการระบายของทางตอนล่างเขื่อน จาก 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เหลือ 2,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และมีการลดปริมาณน้ำที่ออกทางแม่น้ำน้อย แม่น้ำท่าจีน และคลองชัยนาท-ป่าสัก ดังนั้น แนวโน้มสถานการณ์น้ำในพื้นที่เริ่มดีขึ้น การลดการระบายน้ำจะทำให้พื้นที่ท้ายน้ำลดลง 10-15 เซนติเมตร

นายธวัชชัย กล่าวต่อไปว่า ในส่วนภาคตะวันตก ฝั่งลุ่มน้ำแม่กลอง กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่าจะมีฝนเยอะ จึงได้เตรียมความพร้อมในการพร่องน้ำ หน้าเขื่อนแม่กลอง เพื่อรองรับน้ำฝนในส่วนนี้ แต่เนื่องจากคืนวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา มีฝนตกหนักทำให้มีน้ำล้นตลิ่งที่ อำเภอไทรโยค ในบางจุด ส่วนน้ำที่ผ่านเขื่อนแม่กลอง วันนี้ได้เพิ่มการระบายเป็น 1,100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะส่งผลให้พื้นที่ท้ายน้ำ เช่น จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสาคร มีน้ำเพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 40-50 เซนติเมตร แต่คาดว่าปริมาณน้ำที่จะมาเติมจะไม่ส่งผลกระทบเหมือนช่วงที่ผ่านมา เพราะปริมาณฝนมีน้อยกว่า

ขณะที่ภาคใต้ เราควบคุมการระบายน้ำของเขื่อนแก่งกระจาน เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำ ปริมาณน้ำหน้าเขื่อนเพชร ซึ่งมีศักยภาพรองรับน้ำได้ 320 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะนี้มีประมาณอยู่ที่ 160 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ถือว่าอยู่ในระดับครึ่งหนึ่ง โดยจะมีการระบายน้ำท้ายเขื่อนเพชร ไปทางตัวเมืองจังหวัดเพชรบุรี 75 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งเราสามารถรองรับได้ 150 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จึงทำให้ยังไม่มีผลกระทบ

ผู้อำนวยการส่วนประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน เผยอีกว่า พื้นที่ที่ยังต้องเฝ้าระวังคือภาคตะวันออก ในส่วนพื้นที่ตอนบนฝั่งแม่น้ำบางปะกง เป็นที่ที่น้ำจากแม่น้ำนครนายกและแม่น้ำปราจีนบุรีมารวมกัน ซึ่งในส่วนแม่น้ำนครนายกตอนบน สถานการณ์เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ในพื้นที่ตอนล่างยังทรงตัวเล็กน้อย เพราะได้รับผลกระทบจากระดับน้ำทะเลและน้ำจากปราจีนบุรี

สำหรับลำน้ำปราจีนบุรี ตั้งแต่จังหวัดสระแก้ว สถานการณ์น้ำลดลงอย่างต่อเนื่องแต่ยังกระทบตัวเมือง ถึงแม้น้ำมีแนวโน้มลดลง แต่จะลดอย่างช้าๆ ซึ่งน้ำที่ระบายอาจกระทบกับพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ตั้งแต่อำเภอบางน้ำเปรี้ยว อำเภอบางคล้า อำเภอพนมสารคาม และอำเภอเมือง จะทำให้ระดับน้ำทรงตัวถึงสูงขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากขณะนี้มีน้ำทะเลหนุน แต่เมื่อน้ำทะเลถึงช่วงขาลงสถานการณ์จะดีขึ้น.

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กรมชลฯ ยันเขื่อนภูมิพล-สิริกิติ์ รับน้ำเหนือได้หมด เตือน เขื่อนแม่กลองเพิ่มการระบาย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...