โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

บริษัทญี่ปุ่นเผย ไม้หนีบผ้า "สีนี้" กรอบไวกว่า ใช้ไปนานๆ แค่บีบก็แตก?

sanook.com

เผยแพร่ 34 นาทีที่แล้ว • Sanook
รู้แล้วเปลี่ยนเลย! ไม้หนีบผ้าสีไหนแตกง่ายที่สุด? บริษัทญี่ปุ่นเผยเคล็ดลับใช้ให้นาน

ไม้หนีบผ้าใช้ไปนานๆ ทำไมแค่บีบก็แตก? บริษัทญี่ปุ่นเผย "สีนี้" กรอบไวกว่า พร้อมวิธียืดอายุการใช้งาน

ทำไมไม้หนีบผ้าพลาสติกใช้ไปนาน ๆ ถึงกรอบแตกง่าย? บริษัท Nishida ญี่ปุ่น เผยไม้หนีบผ้าสีใสอาจเสื่อมเร็วกว่าแบบมีสี พร้อมเคล็ดลับเก็บรักษาให้ใช้งานได้นานขึ้น

เคยเจอปัญหานี้ไหม? ไม้หนีบผ้าพลาสติกที่เคยใช้งานได้ดี อยู่ ๆ ก็กรอบแตก เพียงแค่ใช้นิ้วบีบเบา ๆ บางอันถึงขั้นแตกกระจายเป็นชิ้นเล็ก ๆ ทั้งที่ไม่ได้ออกแรงมาก ทำให้หลายคนสงสัยว่าเป็นเพราะซื้อไม้หนีบผ้าคุณภาพไม่ดี หรือเป็นเพราะใช้งานมานานเกินไปกันแน่

ความจริงแล้ว ปัญหานี้อาจไม่ได้เกิดจากคุณภาพสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับแสงแดดและสภาพแวดล้อมที่ไม้หนีบผ้าต้องเผชิญอยู่ทุกวัน โดยเฉพาะบ้านที่นิยมตากผ้ากลางแจ้งและแขวนไม้หนีบผ้าทิ้งไว้บนราวตากผ้าตลอดเวลา

ล่าสุด สื่อไต้หวัน Mirror Media ได้นำข้อมูลจากบริษัท Nishida ผู้ผลิตอุปกรณ์ซักผ้ารายเก่าแก่ของญี่ปุ่น มาอธิบายถึงสาเหตุที่ทำให้ไม้หนีบผ้าพลาสติกกรอบแตกง่าย พร้อมเผยว่า ไม้หนีบผ้าบางสีอาจเสื่อมสภาพเร็วกว่าสีอื่น และมีวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยยืดอายุการใช้งานได้ โดยไม่จำเป็นต้องเสียเงินซื้อใหม่บ่อย ๆ

ทำไมไม้หนีบผ้าพลาสติกใช้ไปนาน ๆ ถึงกรอบแตกง่าย?

เว็บไซต์ไลฟ์สไตล์ญี่ปุ่น grape LIFEHACK เคยสอบถามเรื่องนี้กับบริษัท Nishida ซึ่งเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์เกี่ยวกับการซักและตากผ้าที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1879 โดยบริษัทอธิบายว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้ไม้หนีบผ้าพลาสติกแตกง่ายคือการเสื่อมสภาพของวัสดุจากการสัมผัสแสงแดดและสภาพอากาศเป็นเวลานาน

โดยปกติ ไม้หนีบผ้าเป็นอุปกรณ์ที่ต้องใช้งานกลางแจ้ง จึงหลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดด ความร้อน ลม และฝนได้ยาก แต่สิ่งที่หลายคนอาจไม่รู้คือ รังสีอัลตราไวโอเลตหรือรังสียูวี (UV) จากแสงแดด สามารถทำให้วัสดุพลาสติกบางชนิดเสื่อมสภาพลงได้อย่างต่อเนื่อง

เมื่อพลาสติกสัมผัสรังสียูวีซ้ำ ๆ โครงสร้างทางเคมีของวัสดุอาจเกิดการเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้ความเหนียวและความยืดหยุ่นลดลง เนื้อพลาสติกจึงค่อย ๆ แข็งและเปราะมากขึ้น

จากเดิมที่ไม้หนีบผ้าสามารถบีบเปิดและปล่อยให้กลับเข้าที่ได้ตามปกติ เมื่อวัสดุเสื่อมสภาพมากขึ้น การออกแรงเพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้เกิดรอยร้าวหรือแตกหักได้ โดยเฉพาะบริเวณที่พลาสติกมีความบางหรือเป็นจุดรับแรงขณะใช้งาน

ด้วยเหตุนี้ ไม้หนีบผ้าที่ถูกแขวนทิ้งไว้กลางแดดเป็นประจำ จึงมีโอกาสเสื่อมสภาพเร็วกว่าชิ้นที่ได้รับการเก็บรักษาอย่างเหมาะสม แม้จะเป็นสินค้ารุ่นเดียวกันก็ตาม

ไม้หนีบผ้าสีไหนกรอบแตกเร็วที่สุด? บริษัทญี่ปุ่นเผยคำตอบ

นอกจากปัจจัยเรื่องแสงแดดแล้ว อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือ สีของไม้หนีบผ้าอาจมีผลต่อความเร็วในการเสื่อมสภาพของพลาสติก โดยเฉพาะไม้หนีบผ้าที่ผลิตจากพอลิโพรพิลีน หรือ Polypropylene (PP)

บริษัท Nishida อธิบายว่า หากเป็นไม้หนีบผ้าที่ผลิตจากพลาสติก PP ชนิดที่มีความโปร่งใสสูง เช่น ไม้หนีบผ้าสีใสหรือแบบโปร่งแสง อาจเกิดการเสื่อมสภาพเร็วกว่าพลาสติกบางประเภทที่มีสี

สาเหตุเกี่ยวข้องกับลักษณะการส่งผ่านแสงและคุณสมบัติของวัสดุ ซึ่งมีผลต่อการสัมผัสรังสีที่ทำให้พลาสติกเสื่อมสภาพ

สำหรับไม้หนีบผ้าสีแดง สีน้ำเงิน หรือสีอื่น ๆ บริษัทระบุว่า ในผลิตภัณฑ์ที่กล่าวถึงมีการใช้สารให้สีในสัดส่วนประมาณ 3% และไม่พบความแตกต่างอย่างชัดเจนของอัตราการเสื่อมสภาพระหว่างสีเหล่านั้น

กล่าวง่าย ๆ คือ หากกำลังเลือกระหว่างไม้หนีบผ้าสีแดงกับสีน้ำเงิน อาจไม่จำเป็นต้องกังวลว่าสีไหนจะทนแดดมากกว่ากัน แต่หากเลือกระหว่างแบบสีใสกับแบบมีสี ความแตกต่างของวัสดุและความโปร่งแสงอาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ควรพิจารณา

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าไม้หนีบผ้าสีใสทุกยี่ห้อจะต้องแตกเร็วกว่าแบบมีสีเสมอไป เพราะอายุการใช้งานยังขึ้นอยู่กับชนิดพลาสติก สูตรผสม สารป้องกันรังสียูวี คุณภาพการผลิต และสภาพแวดล้อมในการใช้งานด้วย

วิธีง่ายที่สุดที่จะทำให้ไม้หนีบผ้าใช้ได้นานขึ้น

เมื่อถูกถามถึงวิธีช่วยยืดอายุการใช้งานของไม้หนีบผ้าพลาสติก บริษัท Nishida ให้คำแนะนำที่เรียบง่ายและทำตามได้ทันที นั่นคือ อย่าปล่อยไม้หนีบผ้าทิ้งไว้กลางแจ้งตลอดเวลา

หลายครอบครัวมักแขวนไม้หนีบผ้าไว้บนราวตากผ้าหรือระเบียง แม้จะเก็บเสื้อผ้าเข้าบ้านเรียบร้อยแล้ว เพราะคิดว่าวันต่อไปก็ต้องนำออกมาใช้อีก จึงไม่จำเป็นต้องเก็บเข้าออกทุกครั้ง

แต่พฤติกรรมดังกล่าวทำให้ไม้หนีบผ้ายังคงสัมผัสกับแสงแดดและสภาพอากาศต่อไปโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะบริเวณระเบียงหรือพื้นที่ตากผ้าที่ได้รับแสงแดดแรงเป็นเวลาหลายชั่วโมงต่อวัน

บริษัทจึงแนะนำว่า เมื่อเก็บเสื้อผ้าเข้าบ้านแล้ว ควรเก็บไม้หนีบผ้าเข้ามาด้วย หรืออย่างน้อยนำไปไว้ในบริเวณที่มีหลังคาและไม่ถูกแดดหรือฝนโดยตรง เพื่อช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของพลาสติก

แม้จะเป็นการเปลี่ยนพฤติกรรมเพียงเล็กน้อย แต่สามารถช่วยลดระยะเวลาที่ไม้หนีบผ้าต้องเผชิญรังสียูวี และอาจทำให้ใช้งานได้นานขึ้นกว่าการแขวนทิ้งไว้กลางแจ้งตลอดทั้งวัน

5 เคล็ดลับดูแลไม้หนีบผ้า ไม่ให้กรอบแตกเร็ว

นอกจากการเก็บไม้หนีบผ้าเข้าบ้านหลังใช้งานแล้ว ยังมีวิธีดูแลรักษาอุปกรณ์ตากผ้าที่ช่วยลดการเสื่อมสภาพและทำให้ใช้งานได้อย่างคุ้มค่ามากขึ้น ดังนี้

1. เก็บไม้หนีบผ้าเข้าที่หลังตากผ้าเสร็จ

หลังจากเก็บเสื้อผ้าที่แห้งแล้ว ควรถอดไม้หนีบผ้าออกจากราวและนำไปเก็บไว้ในตะกร้าหรือภาชนะที่เหมาะสม โดยเลือกจุดเก็บที่ไม่โดนแสงแดดโดยตรง

วิธีนี้ช่วยลดการสัมผัสรังสียูวีโดยไม่จำเป็น และยังช่วยให้บริเวณตากผ้าดูเป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้น

2. หลีกเลี่ยงการตากทิ้งไว้กลางแดดจัดตลอดวัน

หากจำเป็นต้องใช้ไม้หนีบผ้ากลางแจ้ง ควรหลีกเลี่ยงการปล่อยอุปกรณ์ทิ้งไว้นานเกินความจำเป็น โดยเฉพาะวันที่มีแดดแรงและอุณหภูมิสูง

เมื่อเสื้อผ้าแห้งแล้ว ควรเก็บผ้าและไม้หนีบเข้าที่ ไม่จำเป็นต้องปล่อยให้ไม้หนีบผ้ารับแสงแดดต่อไปอีกหลายชั่วโมง

3. เลือกไม้หนีบผ้าที่เหมาะกับการใช้งานกลางแจ้ง

หากต้องตากผ้ากลางแดดเป็นประจำ ควรพิจารณาเลือกไม้หนีบผ้าที่ผลิตจากวัสดุเหมาะกับการใช้งานกลางแจ้ง หรือมีการระบุว่าผลิตภัณฑ์ทนต่อรังสียูวี

ทั้งนี้ ไม่ควรตัดสินความทนทานจากสีเพียงอย่างเดียว เพราะคุณภาพของพลาสติกและสารเติมแต่งในกระบวนการผลิตอาจมีผลต่ออายุการใช้งานมากกว่าสีที่มองเห็นภายนอก

4. ตรวจสอบรอยร้าวและความเปราะของพลาสติก

ไม้หนีบผ้าที่เริ่มเสื่อมสภาพอาจมีลักษณะสีซีด ผิวหยาบ แข็งผิดปกติ หรือมีรอยแตกร้าวบริเวณข้อต่อและส่วนที่ต้องออกแรงบีบ

หากพบว่าไม้หนีบผ้าเริ่มแตกเป็นชิ้นเล็ก ๆ หรือมีแนวโน้มจะแตกเมื่อบีบ ควรเปลี่ยนใหม่ทันที เพราะเศษพลาสติกอาจกระเด็นขณะใช้งาน หรือทำให้เสื้อผ้าหลุดจากราวได้

5. พิจารณาใช้ไม้หนีบผ้าโลหะ หากต้องการความทนทาน

สำหรับผู้ที่พบปัญหาไม้หนีบผ้าพลาสติกกรอบแตกบ่อย บริษัท Nishida แนะนำว่าอาจลองเปลี่ยนมาใช้ไม้หนีบผ้าที่ผลิตจากโลหะ ซึ่งไม่มีปัญหาการเสื่อมสภาพจากรังสียูวีในลักษณะเดียวกับพลาสติก

อย่างไรก็ตาม ไม้หนีบผ้าโลหะก็มีข้อควรระวังเช่นกัน โดยเฉพาะการเกิดสนิมในวัสดุบางชนิดหากสัมผัสความชื้นเป็นเวลานาน จึงควรเลือกวัสดุที่เหมาะกับการใช้งาน เช่น สเตนเลสคุณภาพดี และดูแลให้แห้งหลังใช้งาน

ไม้หนีบผ้าพลาสติกกับไม้หนีบผ้าโลหะ แบบไหนเหมาะกว่า?

หากกำลังตัดสินใจซื้อไม้หนีบผ้าชุดใหม่ การเลือกวัสดุที่เหมาะกับการใช้งานอาจช่วยลดปัญหาการเปลี่ยนอุปกรณ์บ่อยครั้งได้ โดยทั้งแบบพลาสติกและโลหะต่างมีข้อดีข้อจำกัดแตกต่างกัน

ประเภท ข้อดี ข้อควรระวัง ไม้หนีบผ้าพลาสติก น้ำหนักเบา มีหลายสี และมักมีราคาไม่สูง อาจกรอบแตกเมื่อสัมผัสรังสียูวีเป็นเวลานาน ไม้หนีบผ้าพลาสติกสีใส รูปลักษณ์สวยงาม ใช้งานสะดวก พลาสติก PP บางสูตรที่โปร่งแสงสูงอาจเสื่อมสภาพเร็วกว่าแบบมีสี ไม้หนีบผ้าสเตนเลส ทนต่อรังสียูวี ไม่กรอบแตกแบบพลาสติก ควรเลือกวัสดุที่ทนสนิมและระวังแรงหนีบที่อาจทำให้ผ้าเป็นรอย

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเลือกวัสดุชนิดใด ควรคำนึงถึงความเหมาะสมกับการใช้งานจริง ทั้งแรงหนีบ ความแข็งแรงของสปริง การป้องกันสนิม และการเก็บรักษาหลังใช้งาน

สรุป ไม้หนีบผ้าสีไหนแตกง่าย และทำอย่างไรให้ใช้ได้นาน?

ไม้หนีบผ้าพลาสติกที่ใช้ไปนาน ๆ แล้วกรอบแตกง่าย มักมีสาเหตุสำคัญจากการเสื่อมสภาพของวัสดุเมื่อสัมผัสแสงแดดและรังสียูวีซ้ำ ๆ โดยเฉพาะไม้หนีบผ้าที่ถูกแขวนทิ้งไว้กลางแจ้งตลอดเวลา แม้ไม่ได้ใช้งานก็ตาม

บริษัท Nishida จากประเทศญี่ปุ่นระบุว่า หากเป็นไม้หนีบผ้าพลาสติก PP ชนิดโปร่งแสงสูง แบบสีใสอาจเสื่อมสภาพเร็วกว่าแบบมีสี ขณะที่ไม้หนีบผ้าสีแดงหรือสีน้ำเงินในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่กล่าวถึง ไม่พบความแตกต่างของอัตราการเสื่อมสภาพอย่างชัดเจน

สำหรับวิธีช่วยยืดอายุการใช้งานที่ทำได้ง่ายที่สุด คือ เมื่อเก็บเสื้อผ้าเข้าบ้านแล้ว ควรเก็บไม้หนีบผ้าเข้ามาด้วย ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้กลางแดดและฝนโดยไม่จำเป็น

เพียงเปลี่ยนนิสัยการเก็บอุปกรณ์หลังตากผ้า ก็อาจช่วยให้ไม้หนีบผ้าใช้งานได้นานขึ้น ลดค่าใช้จ่ายในการซื้อใหม่ และลดปริมาณขยะพลาสติกที่เกิดจากอุปกรณ์ชำรุดในชีวิตประจำวันได้อีกทางหนึ่ง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...