โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“บีทีเอส”ยัน1ม.ค.ใช้บัตรEMVสายสีเขียวจ่ายค่ารถไฟฟ้าร่วม8สาย17-45บาทได้ผ่านเครื่องEDC

เดลินิวส์

อัพเดต 4 พฤศจิกายน 2569 เวลา 17.53 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
“บีทีเอส”ยัน 1 ม.ค. 2570 ใช้บัตร EMV จ่ายค่ารถไฟฟ้าร่วมทุกสาย17-45บาท กับสายสีเขียวได้ผ่านเครื่อง EDC สวิงเกต ไม่ยกเลิกบัตร “แรบบิท“

“ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์” รายงานว่า บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) หรือบีทีเอสซี ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าสายสีเขียว และสายสีทอง พร้อมเข้าร่วมมาตรการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ผ่านอัตราค่าโดยสารร่วมในระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน โดยกำหนดค่าแรกเข้าตามสัญญาเดิมไม่เกิน 17 บาท และอัตราค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว ตามนโยบายรัฐบาล และกระทรวงคมนาคม ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2570

ผู้โดยสารสามารถใช้บัตร EMV Contactless (Europay Mastercard and Visa) แตะเข้าระบบ เพื่อใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีเขียว และสายสีทองได้ เช่นเดียวกับรถไฟฟ้าสายสีอื่นๆ เบื้องต้นในระยะแรกธนาคารกรุงไทย จะเร่งติดตั้งเครื่องอ่านบัตร EMV ที่บริเวณประตูพิเศษ(Swing Gate) ข้างห้องจำหน่ายบัตรโดยสาร เพื่อรองรับการใช้มาตรการค่าโดยสารรถไฟฟ้า 17-45 บาทต่อเที่ยว โดยเป็นเครื่อง EDC ซึ่งเป็นระบบรับชำระเงินค่าโดยสารจากบัตร EMV

เหมือนกับที่ใช้ในรถไฟฟ้าสายสีชมพู และสายสีเหลือง เบื้องต้นอาจติดฝั่งละ 1-2 เครื่อง แต่ละสถานีจำนวนเครื่องที่ติดตั้งจะไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับปริมาณของผู้โดยสาร ยืนยันว่าตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2570 ใช้บัตร EMV ได้แน่นอน แต่อาจมีความหนาแน่นบ้าง ซึ่งก็ต้องหาแนวทางแก้ไขต่อไป

สำหรับการพัฒนาบัตร Rabbit ให้เป็น EMV ซึ่งได้ออกบัตร Rabbit ไปแล้วประมาณ 20 ล้านใบ และใช้งานอยู่หลักล้านใบนั้น เวลานี้บริษัทยังไม่มั่นใจว่าจะออกบัตรในลักษณะ EMV หรือไม่… ส่วนบัตร Rabbit ที่ผู้โดยสารใช้บริการอยู่ในปัจจุบัน ยังคงอยู่เหมือนเดิม ไม่ยกเลิก เพราะมีผู้โดยสารจำนวนมากที่ใช้บัตร Rabbit เดินทางแบบไม่ข้ามสาย ใช้เพียงแค่สายสีเขียวสายเดียว และใช้แพคเกจเที่ยวเดินทาง ซึ่งค่าโดยสารถูกกว่าการใช้มาตรการค่าโดยสาร 17-45 บาท

กรณีที่คณะรัฐมนตรี(ครม.) มอบหมายให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และ กรุงเทพมหานคร(กทม.) รวบรวมข้อมูลปริมาณการเดินทาง รายได้จริง และประเมินปริมาณผู้โดยสารส่วนเพิ่ม (Induced Demand) เป็นเวลา 6 เดือน เพื่อใช้เป็นข้อมูลเจรจาสัดส่วนการแบ่งรายได้จากผู้ประกอบการคืนสู่ภาครัฐด้วยนั้น ต้องหารือกันต่อไป

ทั้งนี้บริษัทฯ ยังไม่ได้ประเมินว่าปริมาณผู้โดยสารจะเพิ่มขึ้นในสัดส่วนเท่าใด แต่จากข้อมูลของกระทรวงคมนาคม คาดว่าผู้โดยสารจะเพิ่มขึ้นประมาณ 20% จากปัจจุบันที่มีประมาณ 7 แสนคนต่อวัน สำหรับค่าโดยสารรถไฟฟ้า สูตรใหม่17-45 บาทต่อเที่ยว จะไม่คิดค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน ครอบคลุมโครงข่ายรถไฟฟ้าทุกสายในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ทั้ง 8 สาย (เขียว-ทอง-ชมพู-เหลือง-แดง-น้ำเงิน-ม่วง –แอร์พอร์ตลิ้งก์)

ระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 31 ธ.ค. 2570 ตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 3 พ.ย. 2569 โดยใช้กรอบวงเงินงบประมาณ5,807ล้านบาท ชดเชยผู้ประกอบการ เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน และส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น

ให้สิทธิฯ เฉพาะผู้ที่ใช้บัตร EMV เท่านั้น ซึ่งผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าทุกสาย ต้องชำระค่าโดยสารในราคาเต็มไปก่อน หากจ่ายเกิน 45 บาทต่อเที่ยว รัฐจะโอนเงินส่วนต่างคืนให้แก่ประชาชนในภายหลังผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง ทั้งนี้กระทรวงคมนาคม เตรียมเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิฯ ผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” ในเดือน ธ.ค.2569

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...