โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ก.กลาโหม เดินหน้าพัฒนาชายแดนไทย–กัมพูชา จากโต๊ะประชุมสู่พื้นที่จริง ขับเคลื่อน “น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีสัญญาณโทรศัพท์” ย้ำทุกหน่วยเห็นภาพเดียวกัน ทำงานเป็นทีม

สวพ.FM91

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ก.กลาโหม เดินหน้าพัฒนาชายแดนไทย–กัมพูชา จากโต๊ะประชุมสู่พื้นที่จริง ขับเคลื่อน “น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีสัญญาณโทรศัพท์” ย้ำทุกหน่วยเห็นภาพเดียวกัน ทำงานเป็นทีม

วันที่ 14 ตุลาคม 2569 – พลโท วรพรต แก้ววิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงกลาโหม ซึ่งได้รับมอบหมายจาก พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้เป็นผู้แทนลงพื้นที่ติดตามการพัฒนาพื้นที่ความมั่นคงชายแดนไทย–กัมพูชา พร้อมด้วย พลตรี เฉลิม สีเจริญ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ร่วมประชุมรับฟังการบรรยายสรุปและวิพากษ์แผนพัฒนาพื้นที่ความมั่นคงชายแดน ณ ห้องประชุมโรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี โดยมี พลตรี กิตติศักดิ์ ถาวร ผู้บัญชาการกองพลพัฒนาที่ 2 พร้อมผู้แทนหน่วยทหาร ส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและบูรณาการแนวทางการพัฒนาพื้นที่ชายแดนให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

พลโท วรพรต กล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมให้ความสำคัญกับโครงการพัฒนาพื้นที่ความมั่นคงชายแดนภายใต้แนวคิด “น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีสัญญาณโทรศัพท์” ซึ่งเป็นแนวทางที่มีความมุ่งมั่นผลักดันมาตั้งแต่ครั้งรับราชการในกองทัพ และเมื่อมีโอกาสขับเคลื่อนนโยบายในระดับกระทรวง จึงมุ่งสานต่อให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดนเข้าถึงสาธารณูปโภคพื้นฐานที่จำเป็น สามารถดำรงชีวิตและประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคง ควบคู่กับการเสริมสร้างความมั่นคงของประเทศ
ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงกลาโหม เน้นย้ำว่า การพัฒนาพื้นที่ชายแดนไม่ใช่ภารกิจของทหารเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานด้านความมั่นคง หน่วยงานด้านโครงสร้างพื้นฐาน ส่วนราชการท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ โดยทุกหน่วยงานต้อง “อยู่บนแผนที่เดียวกัน เห็นภาพเดียวกัน และเดินไปในทิศทางเดียวกัน” เพื่อให้การดำเนินงานไม่ซ้ำซ้อน สามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด และใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

พร้อมกันนี้ ยังเห็นด้วยกับข้อเสนอให้จัดเวทีวิพากษ์แผนพัฒนาพื้นที่ความมั่นคงชายแดนในระดับจังหวัด โดยเริ่มจาก 5 จังหวัดชายแดนไทย–กัมพูชา เพื่อเปิดโอกาสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันสะท้อนปัญหา อุปสรรค และความต้องการจากพื้นที่จริง โดยเฉพาะการพัฒนาเส้นทางคมนาคมที่ต้องพิจารณาร่วมกันทั้งด้านความมั่นคง การใช้ประโยชน์ที่ดิน กฎหมายป่าไม้ และการดำรงชีวิตของประชาชน

ในช่วงบ่าย พลโท วรพรต พร้อมคณะ เดินทางต่อไปยัง ฐานปฏิบัติการเนิน 500 อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี โดยมี พลตรี บุญเสริม บุญบำรุง ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 6 และผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี ให้การต้อนรับ พร้อมนำคณะรับฟังการบรรยายสรุปและตรวจเยี่ยมผลการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่จริง โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมให้ข้อมูล ได้แก่ กองกำลังสุรนารี หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กรมป่าไม้ หน่วยงานด้านคมนาคม และสำนักงาน กสทช.

สำหรับความคืบหน้าการดำเนินงานตามนโยบายทั้ง 4 ด้าน มีสาระสำคัญดังนี้
1. น้ำไหล ฐานปฏิบัติการเนิน 500 มีการพัฒนาระบบน้ำอุปโภคบริโภค โดยมีถังเก็บน้ำคอนกรีตเสริมเหล็กที่รองรับการกักเก็บน้ำได้ 200,000 ลิตร พร้อมอาคารบริการน้ำดื่มระบบ RO เพื่อสนับสนุนการจัดหาน้ำสะอาดและเพิ่มความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจของกำลังพลตามแนวชายแดน

2. ไฟสว่าง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาครายงานความคืบหน้าโครงการก่อสร้างเสริมความมั่นคงการจ่ายไฟในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี รวม 9 แห่ง โดยดำเนินการแล้วเสร็จ 100% และสามารถจ่ายไฟได้แล้ว 2 แห่ง ได้แก่ ฐานปฏิบัติการเนิน 500 และฐานปฏิบัติการช่องอานม้า ส่วนอีก 7 แห่ง อยู่ระหว่างรอการยืนยันจากหน่วยงานด้านความมั่นคงเพื่อดำเนินการในขั้นตอนต่อไป โดยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคยังคงประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง

3. ทางดี มีการติดตามโครงการปรับปรุงและพัฒนาเส้นทางลาดตระเวนและตรวจการณ์ เพื่อคุ้มครองทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า รวมถึงเสริมสร้างความมั่นคงตามแนวชายแดนในพื้นที่อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งรวมถึงโครงการถนนศตวรรษ–ยุทธบดินทร์ โดยภาพรวมพื้นที่รับผิดชอบของกองกำลังสุรนารีมีเส้นทางยุทธวิธีในแผนพัฒนาทั้งสิ้น 187 เส้นทาง ได้รับงบประมาณแล้ว 76 เส้นทาง อยู่ระหว่างเสนองบประมาณ 18 เส้นทาง และยังไม่ได้เสนอหรือได้รับงบประมาณอีก 93 เส้นทาง ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมกันผลักดันการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

4. มีสัญญาณโทรศัพท์ ผู้แทนสำนักงาน กสทช. เขต 22 จังหวัดอุบลราชธานี รายงานว่า ปัจจุบันระบบสื่อสารภายในฐานปฏิบัติการเนิน 500 สามารถใช้งานได้เต็มระบบ พร้อมสาธิตระบบตรวจสอบสัญญาณและการสื่อสาร รวมถึงระบบสนับสนุนการรักษาความปลอดภัยและการเฝ้าระวังพื้นที่ชายแดน ซึ่งสามารถติดตามตรวจสอบได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการติดต่อประสานงานและสนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคง
การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการเชื่อมโยงการวางแผนในระดับนโยบายกับการปฏิบัติจริง โดยเปิดโอกาสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รายงานความคืบหน้าและข้อจำกัดของแต่ละด้าน เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางขับเคลื่อนงานให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ ทั้งด้านการจัดสรรงบประมาณ การประสานงานระหว่างหน่วยงาน และการดำเนินงานภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหมมุ่งให้การพัฒนาพื้นที่ความมั่นคงชายแดนเกิดผลอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดยอาศัยความร่วมมือของหน่วยงานทหารและพลเรือน เพื่อให้การเสริมสร้างความมั่นคงของประเทศดำเนินควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ชายแดนอย่างเป็นรูปธรรม

สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...