Eye Tracking Technology เพื่อการออกแบบบรรจุภัณฑ์ | แชมป์ สมชนะ กังวารจิตต์ - Exclusive Writer
Ad Addict
อัพเดต 28 มิ.ย. 2565 เวลา 11.44 น. • เผยแพร่ 28 มิ.ย. 2565 เวลา 11.46 น. • สมชนะ กังวารจิตต์ปัจจุบันไม่ว่าจะบริษัทยักษ์ใหญ่ แบรนด์ดังทั้งหลาย ก็คลอดสินค้าใหม่แตกไลน์ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ตัวเองมากมาย นี่ยังไม่รวมแบรนด์เล็กแบรนด์น้อยของชาว SME อีกนะครับ ถ้าจะให้ลิสต์รายการแบรนด์และสินค้าที่ออกใหม่ทั้งหมด ผมคิดว่าคงจะใช้เวลาถึงปีหน้าก็ไม่รู้ว่าจะครบหรือเปล่า มันมากมายจริง ๆ
นี่ครับ เอาละครับ !! วันนี้ผมจะมาแชร์ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับการวิจัยการตลาดที่น่าสนใจให้กับทุกท่านได้นำไปปรับใช้กันนะครับผม เริ่มกันเลยครับ…
การวิจัยทางการตลาด (Marketing Research)
เป็นกระบวนการเก็บรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ และการรายงานข้อมูลทางการตลาดที่เกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการ โดยมีเป้าหมายและวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน เพื่อนำไปปรับใช้และช่วยในการวางแผน การตัดสินใจในการผลิตสินค้าและบริการให้สามารถตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายที่เป็นลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิผลและประสิทธิภาพมากที่สุด
การวิจัยทางการตลาด มีหลากหลายมากครับ เช่น การสัมภาษณ์ แบบตัวต่อตัว แบบกลุ่ม การแจกแบบสอบถาม ทั้งออนไลน์ออฟไลน์ เป็นต้น โดยสามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้เป็นสองประเภท คือ
- การวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative research)
- การวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative research)
หรืออาจรวมใช้ทั้งสองประเภทมาวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดก็ได้ครับ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการทำวิจัยว่าต้องการข้อมูลเชิงลึกหรือละเอียดแค่ไหน
Eye Tracking Technology
นอกจากนี้ การวิจัยข้อมูลโดยใช้เครื่องมือ Eye Tracking ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่น่าสนใจเช่นกันครับ ถึงแม้ว่า Eye Tracking ไม่ใช่เครื่องมือที่ใช้วิจัยข้อมูลแบบใหม่ล่าสุด เพราะมีการใช้และพัฒนามาเรื่อย ๆ เป็นหลายสิบปีแล้ว โดยอดีตมีจุดเริ่มต้นใช้ทางด้านการทหารและด้านการแพทย์ แต่ในปัจจุบันมีการพัฒนามาใช้สำหรับการวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวิจัยเกี่ยวกับการซื้อสินค้าในร้านค้า การวิจัยด้านโฆษณา การวิจัยทางด้านกีฬา การวิจัยด้านการขับขี่ และการวิจัยด้านการรักษาความปลอดภัย เป็นต้น
Eye Tracking เป็นเครื่องมือที่วัดผลเชิงการมองเห็น โดยบันทึกพฤติกรรมการมองอย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อนำมาใช้วัดผลว่าคนส่วนใหญ่มองกันอย่างไร โดยการทำงานของ Eye Tracking จะตรวจจับปฏิกิริยาตอบสนองจากสายตาของผู้ใส่เครื่องมือที่มีลักษณะเป็นแว่นวัดผลได้แบบ Real time โดยจะจับความสนใจที่ผู้ใส่มองไปยังจุดต่าง ๆ
Gaze Plots (การพล็อตจุดเชื่อมกัน)
ตัวอย่างเช่น วัดผลการจัดวางผลิตภัณฑ์ใหม่บน Shelf แล้ววิเคราะห์จากการเคลื่อนไหวสายตาว่ามี impact กับผลิตภัณฑ์อย่างไรบ้าง สนใจมองหรือเพ่งเล็งจุดไหนเป็นพิเศษ ทิศทางการมอง และดูว่าจุดไหนที่ไม่ได้รับความสนใจเลย โดยการข้อมูลที่แสดงก็จะอยู่ในรูปแบบ Gaze Plots (การพล็อตจุดเชื่อมกัน)
หรือจะเป็นแบบ Heat Map (วัดจากระดับความสนใจไล่ตามสเกลสี แดงคือได้รับความสนใจมากที่สุด), Clusters แบ่งกลุ่ม และ Areas of Interest (AOI) การกำหนดพื้นที่ที่สนใจ ซึ่งแต่ละแบบก็มีข้อจำกัดแตกต่างกันนะครับคงต้องให้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาช่วยเลือกการวัดผล ว่าแบบไหนที่เหมาะสมกับสินค้า และบริการ
เพื่อการวิเคราะห์ข้อมูลที่ถูกต้อง และเป็นประโยชน์ ทั้งด้านการวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์เมื่อวางบน shelf ในแต่ละสภาพแวดล้อมเป็นอย่างไร ? เปรียบเทียบกับบรรจุภัณฑ์คู่แข่ง ? การวิเคราะห์จุดเด่นและจุดด้อยเพื่อนำไปปรับแก้ และพัฒนาการออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้นต่อไป หรือเป็นการวิเคราะห์การทำเว็บไซต์ เพจต่าง ๆ เป็นต้น
ดังนั้น Eye Tracking ได้รับความนิยมค่อนข้างแพร่หลาย
ในบริษัท FMCG ที่เกี่ยวกับสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีการแข่งขันสูง
ตั้งแต่เริ่มออกแบบผลิตภัณฑ์ การใช้พื้นที่และการจัดวางสินค้าบน Shelf ที่มีค่าใช้จ่ายในการวางสินค้าค่อนข้างสูง โดยเฉพาะถ้าไปวางในห้างหรือซุปเปอร์มาเก็ตชั้นนำที่มีโอกาสในการเข้าถึงผู้บริโภคได้หลากหลาย
ดังนั้น การออกแบบบรรจุภัณฑ์ เป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นอย่างมากที่ควรจะใช้การวิจัยทางการตลาดต่าง ๆ เข้ามามีส่วนร่วม เราควรจะทำอย่างไร ให้สินค้าของเราสามารถขายได้เอง ผ่านตัวแทนขายที่เรียกว่า บรรจุภัณฑ์ (Package) โดยใช้ความคิดสร้างสรรค์มาช่วยออกแบบบรรจุภัณฑ์
ถ้าบรรจุภัณฑ์ใดได้รับการออกแบบที่ดีก็เปรียบเสมือนมีพลังวิเศษที่ทำให้ผลิตภัณฑ์สินค้าดูโดดเด่นมีออร่าเหนือกว่าคู่แข่ง สามารถช่วยขับเคลื่อนแบรนด์สินค้า ถ่ายทอดและเชิญชวนไปยังผู้บริโภคดึงดูดให้มาหยิบมาจับมาเลือกซื้อ และกลายเป็นลูกค้าประจำของแบรนด์ในที่สุด
เพราะฉะนั้นการทำการวิจัยเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์ก่อนที่จะออกสู่ตลาดนั้นถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้ประกอบการ นักการตลาดและนักออกแบบบรรจุภัณฑ์ควรจะให้ความสำคัญเพื่อจะได้นำข้อมูลไปวิเคราะห์และประเมินผลิตภัณฑ์สินค้าและบริการได้อย่างตอบโจทย์โดนใจกลุ่มเป้าหมาย
ตัวอย่างบริษัท P&G: Procter & Gamble
ตัวอย่างเช่น บริษัทยักษ์ใหญ่ พีแอนด์จี หรือ พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล (P&G: Procter & Gamble) จากสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นผู้ผลิตสินค้าอุปโภคหลากหลายยี่ห้อ อาทิ แพนทีน โอเลย์ รีจ๊อยซ์ วิสเปอร์ เฮดแอนด์โชว์เดอร์ และอื่น ๆ อีกมากมาย ก็ใช้การวิจัยข้อมูลโดยใช้ Eye Tracking ช่วยประเมินผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ Herbal Essences โดยให้ความเห็นว่าบางครั้งสิ่งที่ผู้บริโภคพูดกับปฏิกิริยาที่ตอบสนองออกมานั้นไม่เหมือนกัน
การสัมภาษณ์หรือถามความคิดเห็นโดยตรงจากผู้บริโภคเกี่ยวกับสินค้าที่วางบน shelf ก็เช่นกัน ผู้บริโภคมักจะตอบจากความคิดที่เกิดจากประสบการณ์หรือความทรงจำเก่า ๆ มาช่วยตอบแสดงความคิดเห็น ซึ่งข้อมูลที่ได้อาจจะไม่ใช้ข้อมูลที่แท้จริง
ดังนั้น P&G จึงนำ Eye Tracking มาช่วยในการเปลี่ยนรูปแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่โดยนำผลวิจัยจาก Eye Tracking มาพัฒนาด้านการออกแบบบรรจุภัณฑ์ โดยเปลี่ยนรูปทรงและฉลากดีไซน์ใหม่ทำให้ผลิตภัณฑ์ herbal Essences ในโฉมใหม่สามารถโดดเด่นมีจุดดึงดูดสายตามากขึ้นและสามารถช่วยเพิ่มยอดขายขึ้นอีกด้วย
อย่างไรก็ดี การวิจัยทางการตลาดก็เปรียบเสมือน Navigator ที่จะช่วยประเมินทิศทางให้กับผลิตภัณฑ์สินค้าและบริการว่าควรจะไปในทิศทางใด ไปทางไหนจะถึงเป้าหมายได้อย่างปลอดภัย ไปทางไหนจะเสี่ยงและเป็นอันตราย การวิจัยทางการตลาดก็สามารถเป็นทั้ง Navigator และถุงลมนิรภัยให้สินค้าและบริการของท่าน ถึงที่หมายหรือเป้าหมายได้อย่างปลอดภัยและคุ้มค่าแก่การเดินทางมากที่สุด