โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กลุ่มก่อการร้าย 'ไอซิส-เค' เครือข่ายลับถล่มรัสเซีย

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 01 เม.ย. 2567 เวลา 09.49 น. • เผยแพร่ 01 เม.ย. 2567 เวลา 02.01 น.

ไม่ว่าจะพิจารณาจากแง่มุมใด เหตุการณ์การก่อการร้ายที่เกิดขึ้นระหว่างการแสดงคอนเสิร์ตในโครคัส ซิตี้ ฮอลล์ ชานกรุงมอสโก ก็จัดได้ว่าเป็นการก่อการร้ายที่รุนแรงที่สุดและทำให้มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในรอบหลายสิบปีของรัสเซีย

นอกเหนือจากจำนวนผู้เสียชีวิตจะสูงถึง 137 รายแล้ว ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกนับร้อย แถมยังเกิดขึ้นเพียงไม่ถึงสัปดาห์ หลังจาก วลาดิมีร์ ปูติน ได้รับเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น ให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีต่อไปอีกสมัยด้วยอีกต่างหาก

ถือเป็นการตบหน้ากันฉาดใหญ่แบบกระจะ กระจะ อีกด้วย

กลุ่มก่อการร้ายที่เรียกตัวเองว่า ไอซิส-เค ออกมาอ้างความรับผิดชอบ และถึงแม้ว่าทางฝ่ายรัสเซียจะพยายามบิดเบือนเรื่องนี้อยู่บ้าง แต่สำหรับโลกตะวันตกแล้วข้อเท็จจริงทุกอย่างดูจะยืนยันไปในทิศทางนี้

คำถามก็คือ ไอซิส-เค คือใคร?

ย้อนหลังไปเมื่อ 5 ปีก่อน กองกำลังติดอาวุธเคิร์ดและกองกำลังอื่นๆ ที่สหรัฐอเมริกาหนุนหลังอยู่ในเวลานั้น ผลักดันขับไล่กองกำลังรัฐอิสลาม (ไอซิส หรือไอเอส) ออกจากหมู่บ้านแห่งหนึ่งทางตะวันออกของซีเรีย อันเป็นที่มั่นสุดท้ายของกลุ่มก่อการร้ายที่เคยสถาปนา “รัฐกาหลิบอิสลาม” ขึ้นในดินแดนอิรักและซีเรีย

ไอซิส แตกกระจัดกระจายออกเป็นกลุ่มก้อนเล็กบ้างใหญ่บ้าง ซุกตัวเป็นเครือข่ายขนาดเล็กอยู่ในหลายพื้นที่ ตั้งแต่แอฟริกาตะวันตกเรื่อยไปจนถึงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยังแสดงพิษสงอยู่เป็นครั้งคราวด้วยวิธีการก่อการร้ายแบบกองโจรบ้าง วางระเบิดบ้าง และบางครั้งใช้วิธีการลอบสังหาร

แต่กลุ่มที่ได้ชื่อว่า “แอ๊กทีฟ” ที่สุด เป็นกลุ่มกองกำลังรัฐอิสลามที่ฝังตัวอยู่ในที่ราบสูงด้านตะวันออกของอิหร่านที่เชื่อมต่อกับเอเชียกลาง ซึ่งรู้จักกันในชื่อที่ราบสูงโคราซาน

กลุ่มก่อการร้ายนี้เรียกตัวเองว่า ไอซิส-เค หรือ ไอซิสแห่งโคราซาน

พื้นที่ปฏิบัติการของกลุ่มนี้อยู่ในอัฟกานิสถาน ปากีสถาน และอิหร่าน เป็นหลัก แต่เป้าหมายหลักในการก่อการร้ายกลับเป็นภาคพื้นยุโรปและอื่นๆ

ปฏิบัติการหลังสุดก่อนหน้าการโจมตีที่โครคัส ฮอลล์ ก็คือการวางระเบิดคู่ขนานในอิหร่าน ระหว่างงานรำลึกถึงวันเสียชีวิตของอดีตนายพลคนสำคัญของอิหร่านอย่าง คัสซิม สุไลมานี ที่ถูกฝ่ายอเมริกันสังหารด้วยโดรนโจมตีเมื่อ 4 ปีก่อน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตไปเป็นจำนวนมาก มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายร้อยราย

พล.อ.ไมเคิล อี. คูริลลา ผู้บัญชาการกองบัญชาการกลาง กองทัพสหรัฐเข้าให้ปากคำต่อกรรมาธิการการทหารหลังการโจมตีที่มอสโกว่า ไอซิส-เค ยังคงขีดความสามารถและยังคงเจตนารมณ์ในการโจมตีผลประโยชน์ของชาติตะวันตกรวมทั้งสหรัฐอเมริกาในสถานที่ต่างๆ ได้ภายใน 6 เดือนข้างหน้า โดยไม่จำเป็นต้องเตือนล่วงหน้า

ในขณะที่บรูซ ฮอฟฟ์แมน นักวิชาการด้านการก่อการร้ายประจำสภาวิเทศสัมพันธ์ องค์กรวิชาการอิสระของสหรัฐอเมริกาชี้ว่า รูปแบบการก่ออาชญากรรมที่โครคัส ฮอลล์ เป็นรูปแบบที่ถนัดและเป็นแบบฉบับ “คลาสสิค” ของไอซิสโดยแท้

ทำนองเดียวกับการโจมตีที่บาตาคลง ในปารีสในปี 2015 และการโจมตีด้วยระเบิดฆ่าตัวตายในคอนเสิร์ตของ อาเรียนา กรานเด ที่แมนเชสเตอร์ อารีนา ประเทศอังกฤษ เมื่อปี 2017

ไอซิส-เค ก่อตั้งโดยสมาชิกกองกำลังรัฐอิสลามชาวปากีสถานที่เป็นสมาชิกของขบวนการทาลิบัน และเริ่มเป็นที่รู้จักกันในระดับนานาชาติ หลังจากทาลิบันได้อำนาจในอัฟกานิสถานเมื่อปี 2021 เมื่อเป็นตัวการสำคัญที่ลงมือโจมตีด้วยระเบิดฆ่าตัวตายที่ท่าอากาศยานคาบูล อัฟกานิสถานเมื่อเดือนสิงหาคมปีนั้น ทำให้ทหารอเมริกันที่กำลังถอนทัพกลับบ้านเสียชีวิต 13 นาย พลเรือนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่อีกมากถึง 170 ราย

ผลจากเหตุการณ์ครั้งนั้น ทำให้ไอซิส-เค ตกเป็นเป้าไล่ล่าของทาลิบันมาจนถึงทุกวันนี้

แต่ที่มั่นหลักของไอซิส-เค ไม่ได้อยู่ในอัฟกานิสถาน โคราซานเป็นที่ราบสูงที่ครอบคลุมพื้นที่หลายประเทศ ตั้งแต่ตะวันออกของอิหร่าน ไปจนถึงบางส่วนในเอเชียกลางอย่างทาจิกิสถาน, เติร์กเมนิสถานและอุซเบกิสถาน ไอซิส-เคไม่เพียงไม่ถูกปราบปราม แต่ยังเติบใหญ่ขยายตัวและวางแผนก่อการร้ายในยุโรปเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

ตัวอย่างเช่น เมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ทางการเยอรมนีและเนเธอร์แลนด์ ประสานงานกันจับกุมชายชาวทาจิก, เติร์กเมน และคีร์กิซ รวม 7 คน ฐานมีส่วนเชื่อมโยงกับไอซิส-เคและต้องสงสัยว่ากำลังวางแผนก่อการร้ายในเยอรมนี 3 คน

ในจำนวนนี้ถูกจับขณะเตรียมการโจมตีโบสถ์แห่งหนึ่งในเมืองโคโลนจ์ในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2024 อีก 4 คนเป็นกลุ่มสนับสนุน

ผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อต้านการก่อการร้ายชี้ว่า ปฏิบัติการในช่วงแรกของไอซิส-เค มักอาศัยสมาชิกในระดับล่าง ไร้ประสบการณ์ แผนการล้วนไม่ละเอียดรอบคอบ มักถูกตรวจสอบพบและจัดการได้อย่างรวดเร็วก่อนหน้าเกิดเหตุอยู่บ่อยครั้ง

แต่ยิ่งนับวัน กลุ่มก่อการร้ายนี้ยิ่งเรียนรู้จากความผิดพลาดมากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดก็ประสบความสำเร็จครั้งใหญ่ เมื่อลงมือโดยใช้กลุ่มก่อการร้ายสวมหน้ากากถืออาวุธบุกโจมตีโบสถ์โรมันคาทอลิกในนครอิสตันบูล เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิต 1 รายได้รับบาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก ทางการตุรกีกวาดจับผู้ต้องสงสัยรวมทั้งสิ้น 47 รายแทบทั้งหมดมีเชื้อสายเอเชียกลาง ต่อด้วยการก่อการร้ายที่ประสบความสำเร็จสูงในอิหร่านในเดือนเดียวกัน

การก่อการร้ายในอิหร่านและในมอสโกครั้งล่าสุด แสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถที่ยกระดับขึ้นของกลุ่มไอซิส-เค ทั้งในแง่ของการวางแผนและการใช้เครือข่ายในท้องถิ่นเป็นเครื่องมือ

คอลลิน พี. คลาร์ก นักวิเคราะห์ด้านการต่อต้านการก่อการร้ายชี้ว่า ไอซิส-เค จับตารัสเซียมาไม่ต่ำกว่าสองปีแล้ว มักวิจารณ์โจมตีปูตินอยู่บ่อยครั้ง กล่าวหาทางการรัสเซียว่า มือเปื้อนเลือดมุสลิม จากการเข้าแทรกแซงทั้งในอัฟกานิสถาน เชชเนียและซีเรีย

คลาร์กระบุว่า การที่สมาชิกส่วนใหญ่ของไอซิส-เค มาจากกลุ่มประเทศเอเชียกลางที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต ทำให้ไอซิส-เค สามารถใช้ชาวเอเชียกลางที่ใช้ชีวิตและทำงานอยู่ในรัสเซียเป็นเครื่องมือได้โดยง่าย ทั้งให้ช่วยสนับสนุน หรือซุกซ่อนกักตุนอาวุธ

เอเดรียน วัตสัน โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติ เปิดเผยว่าเมื่อต้นเดือนมีนาคม สหรัฐอเมริกาเคยแจ้งเตือนต่อรัสเซียว่ากำลังมีการวางแผนโจมตีด้วยการก่อการร้ายในมอสโก

น่าเสียดายอย่างยิ่งที่ทางการรัสเซีย อาจไม่ถือคำเตือนนั้นเป็นเรื่องจริงจัง ร้ายแรง หรือไม่ก็อาจกำลังถูกปัญหาท้าทายอื่นๆ มัดไม้มัดมืออยู่

สุดท้ายเลยมีผู้คนสังเวยชีวิตนับร้อยอย่างที่เห็นกันนั่นเอง

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กลุ่มก่อการร้าย ‘ไอซิส-เค’ เครือข่ายลับถล่มรัสเซีย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...