โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

AOT ยกระดับสนามบินทุกมิติ รองรับ “ท่องเที่ยว-การบิน” เติบโต

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 15 ก.พ. 2567 เวลา 08.22 น. • เผยแพร่ 15 ก.พ. 2567 เวลา 08.22 น.

คอลัมน์ : สัมภาษณ์

ประกาศพร้อมเติบโตควบคู่ไปกับอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยวโลกอย่างต่อเนื่อง สำหรับบริษัท ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) หรือ AOT ซึ่งบริหารท่าอากาศยานหลักของประเทศจำนวน 6 แห่ง ด้วยการให้บริการที่สะดวกและรวดเร็ว สร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้ผู้โดยสาร รวมถึงเดินหน้าพัฒนาโครงการต่าง ๆ เพื่อรองรับปริมาณการจราจรทางอากาศที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต

“ดร.กีรติ กิจมานะวัฒน์” ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. (AOT) ให้สัมภาษณ์ถึงแผนการพัฒนาท่าอากาศยานในเครือข่ายรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยวไทย ดังนี้

ลงทุนรับผู้โดยสารในอนาคต

“ดร.กีรติ” บอกว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมการบินกลับมาเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งจำนวนเที่ยวบินที่บินเข้า-ออก และปริมาณผู้โดยสารเพิ่มขึ้น โดยคาดว่าปี 2567 นี้ปริมาณผู้โดยสารของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิน่าจะกลับมาอยู่ในระดับ 65 ล้านคนใกล้เคียงกับปี 2562 และเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องต่อไป

ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินงานบรรลุเป้าหมายของการเป็นผู้บริหารจัดการท่าอากาศยานที่ดี ทอท.จึงต้องเตรียมพร้อมทั้งด้านกำลังคน อุปกรณ์ รวมถึงขยายศักยภาพในการรองรับปริมาณผู้โดยสารที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต

รวมถึงการประสานงานกับผู้ให้บริการและร้านค้าเชิงพาณิชย์ภายในท่าอากาศยานให้มีความพร้อมในการรองรับผู้โดยสารด้วยเช่นกัน เพื่อให้การขยายศักยภาพการรองรับผู้โดยสารและการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์เดินหน้าควบคู่กันได้อย่างสมดุล

18 สายการบินปักหมุด SAT-1

“กีรติ” ให้ข้อมูลว่า สำหรับในส่วนของอาคารเทียบเครื่องบินรอง หลังที่ 1 (Satellite 1) หรือ SAT-1 ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2566 พบว่า ปัจจุบันมีสายการบินให้บริการอยู่รวม 18 สายการบิน อาทิ การบินไทย แอร์เอเชีย เอ็กซ์ ไทยเวียตเจ็ท ฯลฯ มีเที่ยวบินเฉลี่ยประมาณ 50 เที่ยวบินต่อวัน

โดย ทอท.มีแผนผลักดันให้เพิ่มเป็น 120 เที่ยวบินต่อวันภายในอีก 2 เดือนข้างหน้า และเพิ่มให้ได้ 400 เที่ยวบินต่อวันภายในปี 2567 (ศักยภาพรองรับเต็มที่ 400 เที่ยวบินต่อวัน)

“เรากำลังเคลียร์เรื่องพื้นที่เชิงพาณิชย์ของ SAT-1 เพราะจนถึงตอนนี้เรามีร้านค้าเข้ามาใช้พื้นที่ประมาณ 60% ของพื้นที่ที่มี ศูนย์อาหารยังไม่มี ทุกคนยังรอประเมินสถานการณ์ เพราะปริมาณเที่ยวบินยังมีเพียงแค่ประมาณ 20% ของคาพาซิตี้ของอาคาร จุดนี้เราต้องเพิ่มจำนวนเที่ยวบินเพื่อให้ผู้ให้บริการเชิงพาณิชย์เกิดความมั่นใจ”

หนุนสุวรรณภูมิรับ 150 ล้านคนต่อปี

“กีรติ” บอกด้วยว่า เดิมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิรองรับปริมาณผู้โดยสารได้ 45 ล้านคนต่อปี หลังเปิดให้บริการอาคาร SAT-1 ทำให้เพิ่มศักยภาพสนามบินสุวรรณภูมิรองรับผู้โดยสารรวมได้ 60 ล้านคนต่อปี

แต่คาดการณ์ว่าปี 2567 ผู้โดยสารของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะกลับไปอยู่ที่ 65 ล้านคนต่อปีใกล้เคียงปี 2562 ซึ่งปัจจุบันก็เริ่มจะเห็นว่ามีจำนวนนักท่องเที่ยวมากขึ้นและเริ่มแออัดแล้ว โดยเฉพาะผู้โดยสารที่จะเดินทางระหว่างประเทศ

โดยในปี 2567 นี้ ทอท.มีแผนลงทุนสร้างส่วนต่อขยายด้านทิศตะวันออกของอาคารผู้โดยสาร (East Expansion) สนามบินสุวรรณภูมิ มูลค่าลงทุน 9,000 ล้านบาท รองรับผู้โดยสารได้อีก 15 ล้านคน/ปี ขณะนี้อยู่ในช่วงการปรับแบบก่อสร้าง คาดเปิดประมูลในเดือนพฤษภาคมนี้

ส่วนระยะยาว ทอท.จึงมีแนวคิดที่จะทบทวนแผนแม่บทขยายขีดความสามารถสนามบินของ ทอท. ในระยะ 10 ปีข้างหน้านี้ (2568-2578) ใหม่ จากเดิมที่มีแผนก่อสร้างอาคารผู้โดยสารด้านทิศเหนือ (North Expansion) ซึ่งเป็นอาคารผู้โดยสารในประเทศ หรือ Domestic ก่อน

โดยจะปรับแผนเป็นก่อสร้างอาคารผู้โดยสารทางด้านทิศใต้ (South Terminal) ซึ่งอาคารจะรองรับผู้โดยสารระหว่างประเทศ เพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสารให้ได้ถึง 150 ล้านคนต่อปี

“ตอนนี้ความหนาแน่นของปริมาณผู้โดยสารที่เข้ามาใช้บริการสนามบินสุวรรณภูมิจะเป็นผู้โดยสารที่จะเดินทางระหว่างประเทศเป็นหลัก โดยภายในปี 2567 นี้ ทอท.คาดว่าจะว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาเข้ามาศึกษาแผนแม่บทการพัฒนาสนามบินฉบับใหม่ และได้ข้อสรุปก่อนที่จะมีการเดินหน้าแผนได้ภายในต้นปี 2568”

ดันดอนเมืองเฟส 3

สำหรับท่าอากาศยานดอนเมืองนั้นปีนี้มีแผนขยายสนามบินดอนเมืองเฟส 3 มูลค่า 36,000 ล้านบาท โดยสร้างอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศหลังใหม่ (International Terminal) บริเวณพื้นที่ของอาคารผู้โดยสารภายในประเทศหลังเดิม (ด้านทิศใต้ติดกับคาร์โก้) ปัจจุบันอยู่ระหว่างออกแบบ คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนสิงหาคมนี้ และเปิดประมูลได้ไม่เกินปลายปี 2567

และเริ่มก่อสร้างต้นปี 2568 ระยะเวลาก่อสร้าง 3 ปี ซึ่งโครงการดังกล่าวนี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติวงเงินลงทุน 36,829.499 ล้านบาทไปแล้ว เพื่อขยายขีดความสามารถในการรองรับปริมาณผู้โดยสารจากปัจจุบัน 30 ล้านคนต่อปี เป็น 50 ล้านคนต่อปี

จากนั้นมีแผนปรับปรุงอาคารผู้โดยสารหลังที่ 1 (ปัจจุบันรองรับผู้โดยสารระหว่างประเทศ) เพื่อให้บริการรองรับผู้โดยสารภายในประเทศร่วมกับอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2

“ที่ดอนเมืองเรายังมีที่เหลือคือ จุดที่เชื่อมรถไฟฟ้าสายสีแดง ตรงกลางระหว่างอาคารภายในประเทศและอาคารระหว่างประเทศ (หลังใหม่) เรามีแผนสร้างเป็นอาคารที่เรียกว่า Junction Terminal มีพื้นที่เชิงพาณิชย์ ร้านค้า ร้านอาหาร ฯลฯ ทำหน้าที่รับคนจากรถไฟฟ้าสายสีแดงแล้วกระจายเข้าไปยังอาคารผู้โดยสารทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ ซึ่งจะเปิดให้เอกชนเข้ามาดำเนินการในรูปแบบการให้สัมปทาน 30 ปี”

และย้ำว่า ต่อไปท่าอากาศยานดอนเมืองจะไม่ใช่ Low-cost Airport แต่จะเป็น Point to Point Airport

พร้อมโตควบคู่อุตสาหกรรมการบิน

นอกจากนี้ ยังมีแผนสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศท่าอากาศยานภูเก็ต หรือแผนลงทุนท่าอากาศยานภูเก็ต ระยะที่ 2 วงเงิน 8,300 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะประมูลสร้างประมาณไตรมาส 2 ปี 2568 เพื่อให้รองรับผู้โดยสารได้ 18 ล้านคนต่อปี

พร้อมทั้งลงทุนอีกประมาณ 8,000 ล้านบาท สำหรับขยายท่าอากาศยานเชียงใหม่ โดยคาดว่าจะเปิดประมูลได้ในช่วงปลายปี 2567 เพื่อให้รองรับผู้โดยสารได้ 16.5 ล้านคนต่อปี

“กีรติ” ยังบอกอีกว่า การลงทุนของ ทอท.นั้น ส่วนใหญ่ใช้เงินลงทุนจากกระแสเงินสดของบริษัทเป็นหลักก่อน ไม่ใช้เงินกู้เนื่องจากจะทำให้เกิดหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น โดยปัจจุบัน ทอท.มีกระแสเงินสดในมือราว 4,000-5,000 ล้านบาท

และจากสถานการณ์ของอุตสาหกรรมการบินทั่วโลกที่กลับมาเติบโตอีกครั้ง ทำให้คาดว่าทั้ง 6 ท่าอากาศยานในความดูแลของ ทอท. จะเติบโตเพิ่มขึ้นอีก 10-20% ทำให้คาดว่าในปี 2567 นี้ บริษัทจะมีกระแสเงินเข้ามาอีกกว่า 70,000 ล้านบาท

ทอท.จึงพร้อมที่จะลงทุนและพร้อมที่จะเติบโตไปควบคู่กับอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยวโลกในอนาคต

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : AOT ยกระดับสนามบินทุกมิติ รองรับ “ท่องเที่ยว-การบิน” เติบโต

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...