พิษเศรษฐกิจ ฉุดที่ดินแปลงใหญ่ขายฝืด จับตา ‘อู่กรุงเทพ’ เปิดชิงทำเลทองริมเจ้าพระยาผืนสุดท้าย
พิษเศรษฐกิจ ฉุดที่ดินแปลงใหญ่ขายฝืด จับตา ‘อู่กรุงเทพ’ เปิดชิงทำเลทองริมเจ้าพระยาผืนสุดท้าย
วันที่ 24 เมษายน นายณัฏฐา คหาปนะ กรรมการผู้จัดการบริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ความเคลื่อนไหวการซื้อขายที่ดินเปล่าทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯและต่างจังหวัด ยังค่อนข้างเงียบ ตามภาวะเศรษฐกิจและตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ในปี 2567 ยังคงมีแนวโน้มทรงๆตัว และยังเหนื่อยอยู่ แม้ว่าภาครัฐบาลจะมีมาตรการออกมากระตุ้นตลาดก็ตาม เนื่องจากยังติดปัญหาเรื่องกำลังซื้อในกลุ่มระดับต่ำ 3 ล้านบาท และการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินที่ยังคงเข้มงวดอยู่ จึงทำให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ไม่ว่ารายกลางหรือรายใหญ่ ยังชะลอการตัดสินใจซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการใหม่
“ตอนนี้มีเจ้าของที่ดินนำออกมาขายกันมากขึ้น แต่ก็ขายได้ยากเช่น โดยเฉพาะที่ดินแปลงใหญ่ และเจ้าของมีการตั้งราคาขายไว้สูง จะทำให้ขายได้ยาก อย่างเช่นที่ดินแปลงหนึ่งบนถนนแจ้งวัฒนะติดสถานีรถไฟฟ้าสายสีชมพู กำลังจะแนะนำเจ้าของที่ดินว่าต้องลดราคาหรือแบ่งขาย หรือให้ปล่อยเช่าแทนดีกว่า เพื่อให้สามารถปล่อยได้เร็วขึ้น แม้ว่าจะเป็นที่ดินที่อยู่ใกล้รถไฟฟ้า แต่ถ้าราคาสูงก็ขายได้ยากเช่นกัน เพราะหากซื้อที่ดินไปในราคาแพง จะต้องพัฒนาโครงการอสังหาราคาแพงตามไปไปด้วยและในตลาดมีบริษัทอสังหาฯรายใหญ่ที่สามารถซื้อได้ไม่กี่ราย และตอนนี้มีหลายรายที่ชะลอการซื้อที่ดินไว้ก่อน”นายณัฏฐากล่าว
นายณัฏฐากล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ผลจากการที่บริษัททำการเสนอขายให้กับลูกค้า พบว่ามีบางแปลงเป็นที่ดินขนาดไม่ใหญ่มาก ในพื้นที่ต่างจังหวัด สามารถขายได้ แต่ต้องอยู่ในทำเลที่มีศักยภาพจริงๆ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผู้ซื้อด้วยว่าต้องการซื้อเพื่อไปดำเนินธุรกิจอะไร ขณะที่หัวเมืองท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ต ยังมีการซื้อขายเปลี่ยนมือ แต่ไม่หวือหวามากนัก สำหรับราคาที่ดินในปัจจุบันมีการปรับขึ้นทุกปี เฉลี่ยปีละ 3-7%
รายงานข่าวจากบริษัท อู่กรุงเทพ จำกัด เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2567 ได้นำที่ดิน ถนนเจริญกรุง เขตบางรัก เนื้อที่กว่า 20 ไร่ เปิดให้เช่าอีกครั้ง หลังยกเลิกไป 4 ครั้ง โดยเปิดให้ซื้อเอกสารถึงวันที่ 4 พฤษภาคม 2567 และยื่นซองวันที่ 4 กรกฎาคม 2567 นี้ มีระยะเวลาเช่า 30 ปี สามารถต่อสัญญาได้อีก 30 ปี
สำหรับให้เอกชนที่สนใจเช่าพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ โดยผู้เสนอราคาจะต้องเสนอค่าตอบแทนการเช่า ในส่วนค่าหน้าดิน และค่าเช่ารายปีตามแบบข้อเสนอค่าตอบแทนการเช่าที่ดินเป็นเงินรวมทั้งสิ้นไม่น้อยกว่า 2,996 ล้านบาท ซึ่งต้องชำระค่าหน้าดิน ไม่น้อยกว่า 1,040.136 ล้านบาท แบ่งชำระไม่เกิน 5 งวด ภายในกำหนดเวลา 5 ปี รวมถึงค่าเช่ารายปีใน 30 ปี ไม่น้อยกว่า 1,956 ล้านบาท ทั้งนี้ค่าเช่ารายปีในแต่ละปี จำนวนเงินไม่น้อยกว่า 40 ล้านบาท
“คาดว่าจะมีเอกชนรายใหญ่สนใจ หลังได้ปรับเงื่อนไขใหม่ เพราะเป็นที่ดินผืนสุดท้ายแล้วในย่านนี้ที่ติดแม่น้ำเจ้าพระยา”รายงานข่าวกล่าว
รายงานข่าวกล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีเอกชนหลายรายที่สนใจ ได้แก่ บริษัท เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน), กลุ่มเดอะมอลล์และสยามพิวรรธน์, บริษัทลูกของบริษัทของลูกสาวนายเจริญ สิริวัฒนภักดี ,กลุ่มเซ็นทรัล,กลุ่มบีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์แต่ไม่มีใครยื่นซองประมูล
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พิษเศรษฐกิจ ฉุดที่ดินแปลงใหญ่ขายฝืด จับตา ‘อู่กรุงเทพ’ เปิดชิงทำเลทองริมเจ้าพระยาผืนสุดท้าย
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th