โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“การบินไทย” เด้งรับฮับการบิน เพิ่มฝูงบินใหม่ 80 ลำกวาดมาร์เก็ตแชร์

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 24 ก.พ. 2567 เวลา 02.55 น. • เผยแพร่ 24 ก.พ. 2567 เวลา 02.55 น.

“การบินไทย” เด้งรับนโยบายดันสุวรรณภูมิขึ้นฮับการบินภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เร่งจัดหาเครื่องบินเพิ่มอีก 80 ลำภายในปี’76 รองรับการขยายเส้นทางบินใหม่ เผยสิ้นปี’77 มีฝูงบิน 134 ลำ กวาดมาร์เก็ตแชร์ 30-35% ดอดเจรจา ทอท.เขย่าสลอตการบินเชื่อมโยงเน็ตเวิร์กเส้นทางระหว่างประเทศ-ในประเทศ ตั้งเป้าลดเวลารอต่อเครื่องเหลือ 60 นาทีภายในปีนี้ ล่าสุดเตรียมเพิ่มเส้นทางบินใหม่สู่เพิร์ท-โคลัมโบ-มิลาน-ออสโล เพิ่มความถี่เส้นทาง “จีน-ญี่ปุ่น” มั่นใจรายได้รวมปีนี้แตะ 1.84 แสนล้าน ใกล้เคียงกับปี’62 ก่อนโควิด

นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ ประธานคณะผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนจัดหาเครื่องบินใหม่เข้ามาเสริมฝูงบินลอตใหญ่รวมทั้งสิ้น 80 ลำ โดยจะทยอยเข้ามาในช่วงปี 2570-2576 ตามแผนขยายเครือข่ายเส้นทางบิน โดยในจำนวนนี้ได้ลงนามในสัญญาจัดหาเครื่องบินและเครื่องยนต์ร่วมกับโบอิ้ง และบริษัท จีอี แอโรสเปซ ไปแล้ว 45 ลำ ส่วนอีก 35 ลำอยู่ระหว่างการจัดหาเพิ่มเติม (Option Order)

โดยทั้ง 80 ลำดังกล่าวเป็นการจองสลอตการผลิต ซึ่งยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะได้มาแบบเช่าซื้อ หรือเช่าดำเนินการ โดยบริษัทจะพิจารณาและตัดสินใจอีกครั้งก่อนรับเครื่องบิน เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ของธุรกิจ การดำเนินงาน และฐานะทางการเงินของบริษัทในแต่ละช่วงเวลา

“แผนการจัดหาเครื่องบินครั้งนี้ เรายืนยันว่าเป็นการพิจารณาจากความต้องการของตลาดโดยแท้จริง และมีที่ปรึกษาระดับโลกมาช่วยประเมิน ที่สำคัญเราเจรจากับบริษัทผู้ผลิตเครื่องบินและบริษัทผลิตเครื่องยนต์โดยตรง ไม่ได้ผ่านบริษัทตัวแทน หรือโบรกเกอร์ จึงรับรองว่าการดำเนินงานครั้งนี้มีความโปร่งใส ส่วนลดทุกบาทเข้าบริษัทการบินไทย ไม่มีใครได้คอมมิชชั่นทั้งสิ้น” นายปิยสวัสดิ์กล่าว และว่า

นอกจากนี้ ยังมีเครื่องบินใหม่ที่มีแผนรับมอบเข้ามาเพิ่มเติมในปีนี้อีกจำนวน 9 ลำ จากปัจจุบันที่มีอยู่ 70 ลำ ทำให้สิ้นปีนี้การบินไทยมีเครื่องบินรวม 79 ลำ และเพิ่มเป็น 90 ลำภายในสิ้นปี 2569 เมื่อรวมกับแผนจัดหาเครื่องใหม่เพิ่มเติมอีก 80 ลำ และหักเครื่องที่จะหมดสัญญาเช่าจำนวนหนึ่ง ทำให้สิ้นปี 2577 หรือในอีก 10 ปีข้างหน้าการบินไทยจะมีฝูงบินรวมทั้งสิ้น 134 ลำ

“แผนการจัดหาเครื่องบินในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการขยายฝูงบินแล้ว ส่วนหนึ่งก็เป็นการดำเนินการเพื่อทดแทนเครื่องบินที่มีกำหนดจะปลดระวางและทยอยหมดสัญญาเช่า เพื่อรักษาส่วนแบ่งการตลาดของบริษัทที่ลดลงอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา โดยการบินไทยตั้งเป้าหมายเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดในอีก 10 ปีข้างหน้าให้ได้ถึง 30-35% จากปัจจุบันที่มีส่วนแบ่งการตลาดที่ 21%” นายปิยสวัสดิ์กล่าว

นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า นอกจากแผนการจัดหาเครื่องบินใหม่แล้ว ล่าสุดบริษัทยังได้หารือกับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) หรือ AOT เพื่อจัดตารางการบิน (Slot) ให้สามารถเชื่อมโยงเส้นทางบินระหว่างเส้นทางการบินระหว่างประเทศและเส้นทางการบินภายในประเทศ (Network) ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

รวมทั้งอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวใช้ระยะเวลารอต่อเครื่องให้น้อยที่สุด โดยมีเป้าหมายลดเวลาต่อเครื่องจากปัจจุบันที่มีอัตราเฉลี่ยที่ประมาณ 90 นาที ให้ลดเหลือ 60 นาทีภายในสิ้นปีนี้ ทั้งนี้ เพื่อตอบโจทย์ความเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) การบินของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกตามนโยบายรัฐบาล

“การจะเป็นฮับการบินของภูมิภาคได้ ในระยะสั้นจะต้องมี 3 ปัจจัยรวมกันคือ 1.ระยะเวลาต่อเครื่องน้อยที่สุด 2.การบริหารจัดการภายในอาคารผู้โดยสารให้อยู่ในโซนเดียวกัน เพื่อความสะดวกในการบริหารผู้โดยสารและบริการภาคพื้น และ 3.การให้บริการภายในสนามบิน เช่น ตม.ก็ต้องมีระบบอำนวยความสะดวกผู้โดยสารที่ดี ส่วนในระยะยาวจะเป็นเรื่องของการขยายสนามบินของ ทอท.” นายชายกล่าว

ด้านนายกรกฎ ชาตะสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวเพิ่มเติมถึงแผนการเพิ่มเส้นทางการบินสำหรับปีนี้ว่า ในตารางบินฤดูร้อนที่จะเริ่มต้นในช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้ บริษัทมีแผนเปิดเส้นทางบินใหม่อีกหลายเส้นทาง อาทิ เส้นทางกรุงเทพฯ-เพิร์ท (ออสเตรเลีย) เส้นทางกรุงเทพฯ-โคลัมโบ (ศรีลังกา) โดยจะเริ่มทำการบินตั้งแต่ 31 มีนาคม 2567 เป็นต้นไป และกรุงเทพฯ-มิลาน (อิตาลี) เส้นทางกรุงเทพฯ-ออสโล (นอร์เวย์) และเส้นทางกรุงเทพฯ-โคชิ (อินเดีย) โดยจะเริ่มทำการบินตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2567 เป็นต้นไป

นอกจากนี้ ยังมีแผนเพิ่มความถี่ในเส้นทางที่ได้มีความต้องการสูง อาทิ เส้นทางกรุงเทพฯ-ปักกิ่ง และกรุงเทพฯ-เซี่ยงไฮ้ (จีน) จาก 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เป็น 10 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เส้นทางกรุงเทพฯ-เฉิงตู (จีน) จาก 5 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เป็น 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เส้นทางกรุงเทพฯ-คุนหมิง (จีน) จาก 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เป็น 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เส้นทางกรุงเทพฯ-นาริตะ (ญี่ปุ่น) จาก 2 เที่ยวบินต่อวัน เป็น 3 เที่ยวบินต่อวัน รวมถึงเส้นทางกรุงเทพฯ-ภูเก็ต จาก 8 เที่ยวบินต่อวัน เป็น 10 เที่ยวบินต่อวัน เป็นต้น

สำหรับผลการดำเนินงานปี 2566 สิ้นสุด 31 ธันวาคม 2566 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียวจำนวน 161,067 ล้านบาท และคิดเป็นสัดส่วน 87% ของปี 2562 ก่อนการระบาดของโควิด-19 โดยเป็นรายได้จากการขนส่งผู้โดยสาร 79.3% มีกำไรจากการดำเนินงานก่อนต้นทุนทางการเงิน ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว (EBIT) เป็นเงิน 40,211 ล้านบาท สูงกว่าปีก่อน 32,414 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 28,123 ล้านบาท

นายปิยสวัสดิ์กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า สำหรับปี 2567 นี้ธุรกิจการบินยังมีปัจจัยเสี่ยงสูง อาทิ ราคาน้ำมันที่ยังสูงต่อเนื่อง ราคาบัตรโดยสารที่ลดลงจากการแข่งขันที่สูงขึ้น จากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมและมีผู้ประกอบการรายใหม่เกิดขึ้น เศรษฐกิจโลกที่ยังอยู่ในภาวะไม่ดีนัก รวมถึงอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังผันผวนสูง อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่าในปี 2568 นี้บริษัทจะสามารถทำรายได้รวมใกล้เคียงกับปี 2562 ก่อนการระบาดของไวรัสโควิดที่มีรายได้รวมที่ 1.84 แสนล้านบาท

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “การบินไทย” เด้งรับฮับการบิน เพิ่มฝูงบินใหม่ 80 ลำกวาดมาร์เก็ตแชร์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...