โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เอไอเอ กำไรเบี้ยใหม่ทุบสถิติ 2.4 หมื่นล้าน ศึกษาประกันสุขภาพ copay

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 06 เม.ย. 2567 เวลา 05.13 น. • เผยแพร่ 06 เม.ย. 2567 เวลา 05.09 น.

เอไอเอ ประเทศไทย กำไรจากมูลค่าธุรกิจใหม่ ทุบสถิติเป็นประวัติการณ์ 2.4 หมื่นล้าน โต 21% ปี 2567 วางกลยุทธ์ ABCDEF ส่งแคมเปญ Living to 100 ผลักดันคนไทยเตรียมวางแผนสุขภาพและการเงิน เล็งเร่งออกฟีเจอร์-แบบประกันสุขภาพ รองรับนวัตกรรมทางการแพทย์แบบใหม่ พร้อมศึกษาแบบมีส่วนร่วมจ่าย (copayment)

วันที่ 6 เมษายน 2567 นายนิคฮิล แอดวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย (AIA) เปิดเผยในงาน “A conversation with CEO” ว่า ในปี 2566 ที่ผ่านมา เอไอเอเติบโตอย่างแข็งแกร่งและสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สามารถสร้างสถิติใหม่ในรอบกว่า 8 ทศวรรษ จากผลการดำเนินงานของมูลค่ากำไรธุรกิจใหม่ (Value of New Business: VONB) หรือผลรวมของกำไรที่คาดว่าจะได้รับตั้งแต่วันแรกจนกระทั่งถึงวันสิ้นสุดสัญญาของกรมธรรม์ เติบโต 21% มาอยู่ที่ระดับ 24,857 ล้านบาท เมื่อเทียบจากปี 2565

โดยเบี้ยประกันชีวิตรับรายใหม่ (ANP) มีส่วนแบ่งทางการตลาดหรือมาร์เก็ตแชร์ 24% ที่สำคัญยังเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมประกันชีวิตและสุขภาพ ประกอบด้วย

  • มีมาร์เก็ตแชร์ 50% ของยอดขายสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพ
  • มีมาร์เก็ตแชร์ 57% ของยอดขายสัญญาเพิ่มเติมโรคร้ายแรง
  • มีมาร์เก็ตแชร์ 59% ของยอดขายประกันชีวิตควบการลงทุน (ยูนิตลิงก์)
  • มีมาร์เก็ตแชร์ 22% ของยอดขายประกันกลุ่ม

“ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เอไอเอเติบโตอย่างโดดเด่น มาจากที่เรามีบุคลากรที่มีคุณภาพ ซึ่งทำให้แตกต่างจากคู่แข่ง ตลอดจนรูปแบบการทำงานที่เน้น Agility เพื่อให้เกิดความคล่องตัวและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพช่องทางการขายที่แข็งแกร่ง ทั้งช่วงทางตัวแทนเป็นอันดับ 1 ในตลาด มีจำนวนตัวแทน 50,000 คน และติดคุณวุฒิ MDRT มากที่สุด รวมทั้งช่องทางพันธมิตร (ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, โตโยต้าลีสซิ่ง) ที่มีวิสัยทัศน์เดียวกันในการสร้างสรรค์และนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับลูกค้า

นอกเหนือจากนั้นเอไอเอได้นำเทคโนโลยีมาใช้ในขั้นตอนการพิจารณากรมธรรม์แบบอัตโนัมติ ในอัตราที่สูงถึง 87% ซึ่งช่วยเพิ่มศักยภาพในการอนุมัติกรมธรรม์ประกันชีวิตรายเดี่ยวได้มากถึง 1,500 กรมธรรม์ต่อวัน และพิจารณาเคลมได้สูงสุดถึง 9,000 เคลมต่อวัน” ซีอีโอ เอไอเอ กล่าว

ปี 2567 กลยุทธ์ ABCDEF

สำหรับแผนธุรกิจในปี 2567 เอไอเอวางกลยุทธ์ ABCDEF ซึ่งจะเป็นกลยุทธ์ที่เอไอเอมุ่งเน้นเพื่อยกระดับการดูแลบริการลูกค้า พร้อมกับรักษาอันดับ 1 ในอุตสาหกรรมประกันชีวิตและสุขภาพ

  • A – Agency Transformation การพัฒนาช่องทางตัวแทนประกันชีวิตให้ทันสมัย ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลผลักดันการทำงานและการให้บริการลูกค้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานและสร้างประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้แก่ลูกค้า พร้อมยกระดับการสรรหาตัวแทนที่มีคุณภาพ และมุ่งพัฒนาตัวแทนใหม่อย่างต่อเนื่อง

  • B – Business Partner Acceleration การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของช่องทางพันธมิตร โดยเอไอเอมุ่งเสริมความแกร่งของช่องทางขายผ่านพันธมิตรที่มีอยู่เดิม พร้อมขยายความร่วมมือกับพันธมิตรใหม่ ๆ เพื่อประโยชน์สูงสุดของลูกค้า

  • C – Customer Centricity การมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง และมุ่งเปลี่ยนบทบาทจากเป็นเพียงผู้จ่ายเคลม (Payor) เป็นพาร์ตเนอร์ (Partner) ที่พร้อมดูแลลูกค้าในทุก ๆ วัน

  • D – Digitalisation Journey การวางเส้นทางไปสู่ยุคดิจิทัลเพื่อตอกย้ำการเป็น Digital Insurer แห่งแรกของประเทศไทย โดยมุ่งพัฒนานวัตกรรมด้านดิจิทัลเพื่อเสริมการบริการให้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้นผ่าน All-in-one Application สำหรับลูกค้าและตัวแทน

  • E – Employee Wellbeing ความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน โดยเอไอเอให้ความสำคัญกับการสร้างความเท่าเทียมในที่ทำงาน และเปิดโอกาสให้พนักงานได้เสนอความคิดเห็น เพื่อนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน

  • F – Future Healthcare การดูแลสุขภาพที่มีคุณภาพและยั่งยืนเพื่อคนไทย ด้วยการนำเสนอโซลูชันด้านการดูแลและรักษาสุขภาพที่ตอบโจทย์ลูกค้า พร้อมส่งเสริมให้คนไทยทุกคนมีโอกาสเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่มีมาตรฐาน ตลอดจนได้รับความคุ้มครองด้านสุขภาพที่ครอบคลุมและเหมาะสมกับแต่ละบุคคล

“ในเดือน พ.ค.2567 จะครบ 2 ปีที่ผมมาทำงานอยู่ที่ เอไอเอ ประเทศไทย หรือทำงานมาแล้วกว่า 700 วัน และถือว่าเป็นเวลากว่า 13 ปีแล้ว ที่ทำงานอยู่กับกลุ่มเอไอเอ เริ่มงานแรกที่เอไอเอฮ่องกง และถัดมาที่เอไอเอศรีลังกา สำหรับเอไอเอ ประเทศไทย ถือเป็นสถานที่ในฝัน และสนุกกับการทำงานมาก มีพาร์ตเนอร์ที่ดีที่ทำให้ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา” นายนิคฮิล กล่าว

ออกแคมเปญ Living to 100

นายเอกรัตน์ ฐิติมั่น ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด เอไอเอ ประเทศไทย (AIA) กล่าวว่า เอไอเอมุ่งมั่นเดินตามพันธกิจที่ต้องการสนับสนุนให้คนไทยมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งจากการที่ปัจจุบันมองเห็นแนวโน้มที่คนจะมีอายุขัยยืนยาวขึ้นเรื่อย ๆ และมีโอกาสที่จะมีชีวิตอยู่ถึงอายุ 100 ปี เนื่องด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ก้าวล้ำ แต่ในขณะที่อายุสุขภาพกลับไม่ยืนยาวสอดคล้องไปตามอายุขัย ฉะนั้นในช่วงบั้นปลายชีวิตของหลาย ๆ คน อาจตกอยู่ในภาวะที่เงินเก็บไม่เพียงพอ สำหรับใช้ในการรักษาตัวเองหากเจ็บป่วย

ด้วยเหตุนี้เอไอเอจึงได้พัฒนาโซลูชันด้านสุขภาพให้สามารถดูแลคนไทยได้ครอบคลุมและคุ้มครองยาวนานขึ้นถึงอายุ 99 ปี รวมทั้งได้ออกแคมเปญ Living to 100 ที่ตั้งใจผลักดันให้คนไทยเตรียมวางแผนสุขภาพและการเงิน เพื่อให้ทุกคนมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น

ศึกษาเพิ่มฟีเจอร์ประกันสุขภาพ

โดยปัจจุบันเอไอเอมีจำนวนลูกค้าอยู่ทั้งหมด 5 ล้านราย และมีสัดส่วนที่ซื้อประกันสุขภาพในระดับสูงอย่างมีนัยสำคัญ และด้วยกลยุทธ์ Future Healthcare จะเป็นสิ่งที่เอไอเอจะมุ่งการบริการด้านสุขภาพที่มากยิ่งขึ้นในอนาคต ในปีนี้มีแผนจะออกสินค้าใหม่อีกค่อนข้างมาก แต่จะเป็นลักษณะค่อย ๆ ทยอยออกมาทุกไตรมาส

ซึ่งปัจจุบันสินค้าประกันสุขภาพของบริษัท แม้จะมีแบบที่ครอบคลุมทุกเซกเม้นท์อยู่แล้ว แต่ต่อไปอาจจะต้องมองการบริหารประกันสุขภาพทุกอย่างให้ครบวงจรมากขึ้น โดยที่ผ่านมาถ้าเปรียบเทียบสินค้าประกันชีวิตและประกันโรคร้ายแรง เป็นอะไรที่ค่อนข้างคงที่ และส่วนใหญ่มักเคลมแค่ครั้งเดียว

แต่ประกันสุขภาพเป็นโมเดลที่ค่อนข้าง high touch มาก และมีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้าง dynamic มีขั้นตอนการรักษาแบบใหม่ เกี่ยวกับนวัตกรรมทางการแพทย์ เช่น ผ่าตัดไม่ต้องนอนโรงพยาบาล รวมถึงมีการเปลี่ยนแปลงของมาตรฐานประกันสุขภาพแบบใหม่ (New Health Standard) ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)

ซึ่งทำให้เอไอเอเริ่มหันมาพิจารณาผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ครอบคลุมเรื่องเหล่านี้มากแค่ไหน ดังนั้นตอนนี้บริษัทกำลังอยู่ในระหว่างเร่งศึกษาพัฒนาทั้งการเพิ่มฟีเจอร์และแบบประกันใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้ดีที่สุด

นอกจากนี้คงต้องมีการทำงานร่วมกับโรงพยาบาลด้วย เพราะเป็นอีโคซิสเต็ม Healthcare เนื่องจากโรงพยาบาลเองอาจจะอยากทำโมเดลใหม่ ๆ แต่เงื่อนไขในกรมธรรม์ยังไม่คุ้มครอง จึงอาจจะมีการช่วยพัฒนาร่วมกันได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแบบประกันหรือบริการ

“กลยุทธ์ Future Healthcare จะทำให้ในอนาคตโมเดลที่ไม่ใช่แค่แบบประกัน แต่เป็นการดูแลทั้งวงจรประกันสุขภาพ” ซีเอ็มโอ เอไอเอ กล่าว

ศึกษาแบบสุขภาพ “มีส่วนร่วมจ่าย”

ขณะเดียวกันเอไอเอยังได้มีการศึกษาอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับสินค้าประกันสุขภาพที่มีส่วนร่วมจ่าย (copayment) จากเดิมที่มีแบบของความรับผิดส่วนแรก (deductible) อยู่แล้ว ซึ่งเป็นแนวทางหรือวิธีการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ในต่างประเทศใช้กันไปแล้ว ยกตัวอย่าง เอไอเอฮ่องกง ก็มีแบบประกันสุขภาพทั้ง copayment และ deductible

โดยข้อดีส่วนหนึ่งที่มีความรับผิดชอบร่วมกัน จะทำให้คนคิดมากขึ้นในการที่จะใช้เบิกเคลม และที่สำคัญค่าเบี้ยจะต่ำลงกว่าแบบประกันสุขภาพโดยทั่วไป

ปัจจุบันบริษัทยังควบคุมการเคลมจากการป่วยเล็กน้อยทั่วไป (Simple diseases) ได้ค่อนข้างดีในระดับหนึ่ง แต่ถือเป็นความท้าทายอย่างต่อเนื่อง เพราะไม่เคยไว้ใจอะไรได้ ช่วงเดือน เม.ย.นี้ ยังไม่กังวล เพราะทุกคนไปท่องเที่ยว อาจจะต้องรอช่วงหน้าฝนที่เป็นฤดูกาล ที่ไข้หวัดแพร่ระบาด

“อย่างไรก็ดีเวลาเรานั่งดูการดีไซน์ผลิตภัณฑ์ จะต้องดีไซน์อะไรที่ตอบโจทย์คนไทย ถูกจริตคนไทยด้วยในภาพรวม ในขณะเดียวกันเราก็มองว่าในต่างประเทศว่าเขาทำอะไรไปแล้วบ้าง ซึ่งเบื้องต้นก็คงอยู่ในช่วงศึกษา แต่ถือเป็นแนวทางหนึ่งที่น่าสนใจ”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เอไอเอ กำไรเบี้ยใหม่ทุบสถิติ 2.4 หมื่นล้าน ศึกษาประกันสุขภาพ copay

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...