"หนูตะโกนสุดเสียงแล้วแม่" ลูกสาว เล่านาทีหมอโทรหา แม่ทรุด ก่อนสิ้นใจ
เปิดใจ ลูกสาว หมอโทรหา แม่อาการทรุดหนัก ตะโกนสุดเสียงบอกรักแม่ผ่านโทรศัพท์ หวังให้อาการดีขึ้น สุดท้ายไร้ปาฏิหาริย์ เผย ประโยคสุดเศร้า เล่าลางบอกเหตุ
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 25 พ.ค.2566 น.ส.วัน ลูกสาวของผู้เสียชีวิต และเป็นเจ้าของคลิปที่มีการเผยแพร่ผ่านทางติ๊กต็อก เปิดเผยกับ "ข่าวสดออนไลน์" ว่า คุณแม่เป็นโรคหัวใจรั่ว เคยผ่าตัดหัวใจตั้งแต่ 5 ปีที่แล้ว และเป็นความดัน แต่ก็กลับมาแข็งแรงดี กระทั่งวันเกิดเหตุ แม่ของตนให้พี่ข้างบ้าน โทรหาตนบอกว่าคิดถึงตนและหลาน อยากกอดเป็นครั้งสุดท้าย พอกลับถึงบ้านก็ซื้อกับข้าวมานั่งทานกันปกติ
เปิดใจ ลูกสาว หมอโทรหา แม่อาการทรุดหนัก ตะโกนสุดเสียงบอกรักแม่ผ่านโทรศัพท์
น.ส.วัน กล่าวต่อว่า จากนั้นแม่มีอาการแน่นหน้าอก นั่งไม่ได้ หายใจไม่ออก ซึ่งตอนแรกคุณแม่ไม่ยอมไปโรงพยาบาลบอกว่า ได้กอดหลานแล้ว แต่ตนกลัวแม่นอนไม่ได้ จึงได้พาแม่ไปโรงพยาบาล พอไปอยู่โรงพยาบาลก็อาการปกติ สามารถกินข้าวถ่ายรูปเล่นกับหลาน ต่อมาตนต้องเดินทางกลับไปส่งลูกที่กรุงเทพฯ เพราะต้องเรียนการแสดง ก็ได้บอกกับแม่ว่าเดี๋ยวกลับมาหาใหม่
น.ส.วัน กล่าวอีกว่า หลังจากไปส่งน้องได้ไม่ถึงวัน หมอโทรมาบอกว่า แม่เริ่มหายใจน้อยลง ซึ่งตอนแรกที่โทรมาเป็นหมอผู้หญิง จากนั้นก็มีหมอผู้ชายโทรมาบอกว่า แม่ของตนวิกฤตแล้ว พร้อมกับบอกว่าถ้ามีอะไรอยากบอกแม่ให้รีบบอกแล้วให้รีบกลับไปหาแม่เลยตอนนี้ แต่ระหว่างทางที่เดินทางมา ให้พูดทุกอย่างที่ไม่เคยพูดกับแม่ ที่อยู่ในหัวใจเรา
น.ส.วัน กล่าวว่า ปกติตนไม่เคยบอกรักแม่ จะชอบเล่นตลกกันมากกว่า ทางหมอก็ยังบอกว่าให้พูดเลยแม่ฟังอยู่ แม่ได้ยิน ระหว่างทางที่ตนกำลังกลับมาหาแม่ หมอไม่วางสายเลย บอกขั้นตอนการรักษาเป็นระยะ กำลังจะทำอะไรบอกให้ตนรู้ตลอด และบอกให้ตนมาแบบปลอดภัยที่สุด แม่รออยู่ จากนั้นตนก็พูดทั้งหมดที่อยากจะพูด "ได้ยินหนูไหมรอหนูก่อน หนูกำลังจะไป หนูรีบสุดชีวิตแล้ว แม่รอหนูก่อน"
น.ส.วัน กล่าวด้วยว่า โชคดีที่ตนไปถึงโรงพยาบาลทันแม่ ตอนไปถึงยังคงมองหน้าตน แต่น้ำตาไหลตลอดทุกครั้งที่บอกว่า "หนูมาแล้วนะ หนูถึงแล้วนะ" พูดข้างหู และระหว่างที่อยู่โรงพยาบาลหัวใจคุณแม่ก็หยุดเต้น หมอได้ทำการปั๊มหัวใจ แล้วหมอบอกกับตนว่าน่าจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว เพราะว่าแม่เหนื่อยมากแล้ว ตนจึงได้เข้าไปบอกกับแม่ว่า "เหนื่อยมากแล้วใช่ไหม ถ้าเหนื่อยมากแล้วก็นอนนะเดี๋ยวจะยืนกล่อมให้หลับ"
น.ส.วัน กล่าวต่อว่า หมอบอกกับตนว่าอยากให้การรักษามันชัดเจน ให้ตนเลือกได้เลยว่าจะทำการรักษาต่อโดยการใส่ท่อหรือว่าจะถอดให้แม่หยุดหายใจแล้วรับแม่กลับบ้าน หรือจะส่งต่อไปที่โรงพยาบาลมหาราช แต่ตนมองแล้วว่าน่าจะไปไม่ถึงโรงพยาบาล จึงตัดสินใจไม่ให้ถอด ถ้าแม่จะไปให้ไปเอง อยากให้แม่หลับเองโดยไม่ถอดสายออกซิเจน จากนั้นหมอถึงได้ปิดม่านตรงเตียงคนไข้ให้ตนอยู่กับแม่แล้วเปิดเพลง จนกระทั่งแม่สิ้นลม
น.ส.วัน กล่าวอีกว่า ตนรู้สึกว่าโรงพยาบาลที่นี่ดีมาก ไม่เคยทิ้งงาน ทั้งทีมงานหมอก็เข้าใจหัวใจของญาติได้ คอยให้กำลังใจอยู่ข้าง ๆ ตลอด ซึ่งก่อนแม่จะเสียก็มีลางบอกเหตุ ตนขายของออนไลน์ แม่จะพูดเสมอว่า ลูกทำได้ ลูกเก่งมาก และเมื่ออาทิตย์ที่แล้วตนได้เปิดคลิปที่ตนขายของออนไลน์ให้แม่ดู และให้ดูว่าได้เงินเยอะนะ แต่ตอนนั้นแม่ดูไปพยักหน้าไป พร้อมกับบอกว่า "ไม่ห่วงแล้ว" ตนจึงตกใจ แทนที่จะดีใจแต่กลับบอกว่าหมดห่วง
น.ส.วัน กล่าวต่อว่า ก่อนเสียเเม่บอกกับตนว่าชุดนี้รักมาก ซึ่งเป็นแค่เสื้อย้อมสีตัวละ 49 บาทเอง และบอกว่า "ถ้าแม่ไม่อยู่แล้วเอาชุดนี้ไปให้แม่นะ แล้วก็เอากระเป๋าใบนี้ให้แม่ไว้ที่หนูซื้อให้ ถ้าแม่ไม่อยู่แล้วให้เอาแม่ไว้แค่คืนเดียวพอ แม่อยากไปอยู่กับพ่อไม่ต้องเอาแม่ไว้นาน และไม่ต้องร้องไห้ หนูต้องสวยที่สุด ที่งานหนูต้องสวยที่สุด ลูกแม่สวย แม่ดีใจที่สุดแล้วที่ได้เกิดมาคู่กับหนู" ซึ่งตนไม่ใช่คนสวยเลย อันนี้คือที่แม่สั่งเสียตนมาตลอดตั้งแต่ที่พ่อเสียไป
ลูกสาว กล่าวว่า สภาพจิตใจตอนนี้แย่มาก เพราะตนมีแค่แม่คนเดียว ตั้งแต่พ่อเสียก็สัญญากับตัวเองว่า แม่จะต้องได้กินทุกร้านที่ตนกิน ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ต้องได้อยู่กับแม่ แม่ต้องได้ไปทุกร้านที่แม่อยากไป ถึงแม้พิซซ่าร้านนั้นแม่จะเรียกว่าขนมปังถาดละ 10 บาทก็ตาม ตนไม่เคยอายที่แม่ใส่ดาวเทียม จะทำหน้าที่แทนพ่อให้ดีที่สุด และตอนนี้ตนไม่ได้รู้สึกค้างคาอะไร แค่คิดว่า ทำไมไม่กลับบ้านกับตนเหมือนทุก ๆ ครั้ง
"เราไม่รู้เลยว่า วันพรุ่งนี้จะไม่มี วันพรุ่งนี้จะโทรหาเขาไม่ได้ ขอเป็นแรงบันดาลใจเลยถ้าดูคลิปวันแล้ว ทำให้คิดถึงแม่ วันดีใจมาก ๆ อยากให้กลับบ้านในตอนที่มีแม่ให้กลับบ้านค่ะ จะไม่มีวันเสียใจเหมือนตัวเอง คือไม่เสียใจในการทำหน้าที่ลูก แต่เสียใจที่เขาไม่ได้อยู่ให้เราทำหน้าที่ลูก" น.ส.วัน กล่าว
https://www.tiktok.com/@wanpennot/video/7236420328744881413?r=1&t=8cbPfQ0Hwjy
https://www.tiktok.com/@wanpennot/video/7236797973718486277?r=1&t=8cbPjYwOO5B