โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดหน้าเก่า ใบหม่อน รักใหม่ แจ็ค แฟนฉัน กับตำนานทัวร์ลง 8 ปีก่อน ที่วันนี้เข้าใจแล้ว

The Bangkok Insight

อัพเดต 28 มิ.ย. 2566 เวลา 05.28 น. • เผยแพร่ 28 มิ.ย. 2566 เวลา 05.11 น. • The Bangkok Insight

เปิดหน้าเก่า ใบหม่อน กิตติยา รักใหม่ แจ็ค แฟนฉัน กับดราม่า #ใบหม่อนกลัวกะเทย ตำนานทัวร์ลง 8 ปีก่อน ที่วันนี้เข้าใจแล้ว

ถึงแม้จะเพิ่งเริ่มสตาร์ทรัก แต่ก็เป็นที่น่าจับตามองไม่น้อย สำหรับคู่ของหนุ่มสายฮา แจ็ค แฟนฉัน หรือ แจ็ค เฉลิมพล กับนางเอกสาว ใบหม่อน กิตติยา ที่เพิ่งเปิดตัวคบหาดูใจกันอย่างเป็นทางการ ซึ่งหลาย ๆ คนอาจจะคุ้นชื่อและคุ้นหน้า ใบหม่อน เพราะมีดีกรีเป็นถึงนางแบบดัง เจ้าของตำแหน่ง Thai Supermodel 2016 ก่อนจะเซ็นสัญญาเป็นนักแสดงในสังกัดช่อง 7 และเมื่อหมดสัญญาเธอก็เข้าประกวดโครงการเด็กช่อง 8 นิวเจน จนได้รางวัลชนะเลิศ ทำให้เธอขึ้นแท่นนางเอกช่อง 8 ในปัจจุบัน

โดยก่อนหน้านี้ ใบหม่อน เคยถูกขุดคุ้ยคลิปเก่า เมื่อ 8 ปีที่แล้ว จากที่เธอเคยเข้าประกวดรายการชื่อดัง และพูดกลางรายการว่า เธอกลัวกะเทย ซึ่งประเด็นเรื่องนี้เคยเงียบไปแล้ว แต่กลับมาว่อนโซเชียลอีกครั้ง หลังจากที่ ใบหม่อน กำลังมีผลงานละคร เพลงรัก รอยแค้น ทางช่อง 8

ซึ่งทางเจ้าตัวได้เปิดใจพูดถึงประเด็นนี้ไว้อย่างละเอียดว่า “เอาจริง ๆ ตกใจเพราะมันเป็นความรู้สึกที่ไม่ได้เห็นมานานแล้ว คิดว่าเรื่องเงียบไปแล้ว แต่เคยได้ยินว่ามีคนเอาคลิปไปลงอีกครั้ง เราเห็นแล้วเป็นความรู้สึกที่ไม่เกิดขึ้นมานานแล้ว เราพยายามไม่กลับไปดู มันเป็นปมในใจเรา ก็เลยตกใจ คือมีคนมาเมนต์ด่าค่อนข้างแรงมาก ซึ่งเหตุการณ์ผ่านมานานมากคนก็ยังพูดถึงแต่ก็ไม่ได้นอยด์เหมือนตอนนั้นแล้ว เราน่าจะโตขึ้นด้วย ตัดภาพไปที่ตอนนั้นคือเรากลัว ร้องไห้ เครียดหนักมาก กลัวจะมีคนเกลียดเราเยอะ กลัวโดนสาป จนไม่มีที่ยืนในวงการ เพราะเราเพิ่งเริ่มต้นเอง ซึ่งมันก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ"

“ตอนนั้นเป็นเวทีแรกเลยที่เราประกวดไม่มีประสบการณ์ด้านตอบคำถามเลย อายุก็ยังน้อยไม่ได้คิดว่าจะเอาอายุมาอ้างแต่สำหรับใบหม่อน คือตอนนั้นอายุ 16 ปี สำหรับเราก็เรายังเด็กจริง พอมาเจอคนเยอะ ๆ ก็เลยกังวลหนัก เราไปประกวดแบบไม่ได้เตรียมตัว รูปแบบเป็นยังไง สถานการณ์หน้างานจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง แต่เรารู้แค่ว่ามันคือการประกวดที่ใหญ่มากระดับประเทศเลย และยิ่งอายุ 16 ปี ตอนนั้นเราใช้คำพูดไม่เป็นเรียบเรียงคำตอบไม่ถูก ธรรมดาก็เป็นคนที่พูดไม่ค่อยรู้เรื่องอยู่แล้ว ตอนนั้นมีการสัมภาษณ์จากพี่ ๆ ทีมงานมาก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งระยะเวลาที่เขาสัมภาษณ์กับตอนถ่ายทำไฟนอลในสตูฯ จริง ๆ มันห่างกันเกือบ 3 เดือน ซึ่งถือว่ามันห่างมาก เราก็ไม่ได้จำแล้วว่าเขาถามอะไรบ้าง บวกกับตอนนั้นเราตื่นเต้น ไม่คิดว่ารอบไฟนอลเขาจะวนกลับมาถามเราอีก เพื่อให้รายการดูมีลูกเล่นประมาณนี้หรือเปล่า อันนี้เราก็ไม่รู้”

“ซึ่งตอนที่เขาถามมาเราอึ้งไปเลย จริง ๆ เราพอจำได้นะว่าคำถามนี้เคยถูกถามมาก่อน แต่เราไม่ได้จำว่าตอบอะไรไปบ้าง จำได้ว่าตอนที่สัมภาษณ์กับพี่ทีมงานเราตอบไปว่า กลัว เพราะว่าพี่ ๆ ที่เป็นเพศที่ 3 เขามาประกวดครั้งแรก ซึ่งเป็นเวทีแรกที่รับเพศที่ 3 มาประกวด และกลัวในความสวยของพวกเขา มีทั้งความเป๊ะ พร้อมรอบด้าน หน้าสวย กลัวว่าตัวเองจะสู้ไม่ได้ อันนั้นเป็นคำตอบที่เราตอบพี่ ๆ ทีมงานจริง ๆ แต่วันไฟนอลตอนนั้นคือเราทำตัวไม่ถูก ทั้งตื่นเต้นทั้งประมาท ถ้าสังเกตได้คือตอนนั้นหน้าเราเจื่อน ๆ ไปเลย ไม่ใช่แค่ตอนสัมภาษณ์เท่านั้น แต่ตอนที่เราถ่ายรูปยังโดนพี่ลูกเกด ทักเลยว่า สีหน้าในตอนนั้นยังดูไม่มั่นใจ เราตื่นเต้นมากจริง ๆ ในวันนั้น พอถูกถามมาแบบนั้นเลยตอบไม่ถูกสื่อสารผิด อันนั้นเราบอกตรง ๆ ว่าเป็นข้อผิดพลาดของเราจริง ๆ ที่เราไม่ได้เตรียมตัวไป วันนั้นในสิ่งที่เราตอบคือเราตอบไปแบบนั้นจริงแต่เราไม่ได้มีเจตนาแบบนั้น ถือว่าในตอนนั้นเป็นข้อผิดพลาดในชีวิตมาก แต่ก็ให้มองย้อนไปว่าวันนั้นเป็นบทเรียน ทำให้เราได้อยู่วงการและเติบโตมากยิ่งขึ้น ว่าต่อไปเราจะต้องทำตัวยังไง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการสัมภาษณ์ การเล่นละคร หรือการประกวด ที่ต้องพัฒนาขึ้นในทุก ๆ วัน”

“ตอนนั้นโดนหลาย ๆ คนทั้งสาปและด่าหนักมาก บางคนด่าไปถึงพ่อแม่ หรือแม้กระทั่งด่าหนูไม่ปกติ มีปมอะไรมา หรือมีเหตุการณ์อะไรที่ฝังใจไหม บอกตรง ๆ ว่าไม่มีเลย เป็นการตอบคำถามที่ไม่ได้คิด ไม่ได้เจตนาจนกลายเป็นข้อผิดพลาดเฉย ๆ ส่วนการจัดการกับความรู้สึกตัวเองในตอนนั้นคือตอนนั้นเสียใจหนักมากนะ ไม่เล่นโซเชียลไปสักพักอยู่กับตัวเองทบทวนตัวเอง ไม่กล้าออกไปไหนเลย แม่ก็คอยเป็นห่วงอยู่กับเราไม่ห่าง ร้องไห้กันทุกวัน คอยโทรถามเพื่อนว่าคอมเมนต์เหล่านั้นหายไปหรือยัง คนยังหยิบมาเล่นไหม แต่จะไม่เล่นโซเชียลเองเลย เพราะความที่เราอายุยังน้อยและมาเจอการถูกด่าแบบนี้แรง ๆ มากสำหรับเราครั้งแรก พอผ่านไปสักพักและเรากลับไปอ่านขนาดทำใจมาแล้วเรายังรับไม่ได้เลย แย่มากกับคำพูดที่เขาด่า เพราะเขาพาดพิงมาถึงพ่อแม่เรา ทั้ง ๆ ที่เขาไม่ได้ผิดอะไรเลย กลายเป็นความเข้าใจผิดทั้ง ๆ ที่เราไม่ได้อยากให้มันออกมาแบบนั้น”

“ทุกวันนี้เลยยังเป็นปมที่ทำให้เราไม่กล้าที่จะสัมภาษณ์ หรือตอบคำถามอะไรมาก หรือบางทีเราอาจจะต้องขอใช้เวลาในการคิดคำตอบเพื่อเตรียมตัวด้วยประมาณนี้ค่ะ ถ้ามีคนมาถามเราแบบที่เราไม่ได้ตั้งตัวเราจะกลัวไปหมด แฮชแท็กใบหม่อนกลัวกะเทย กลายเป็นไม่ใช่ปมของเราแล้ว แต่ปมของเราในตอนนี้ คือการที่เราไม่มั่นใจในการตอบคำถามมากกว่า กลัวจะตอบผิด ที่กลายเป็นปมของเราจนถึงทุกวันนี้”

“อยากให้ทุกคนมองในปัจจุบันเรามากกว่าว่าจริง ๆ แล้วตอนนี้เราเป็นยังไงมากกว่า ยังมีบางคอมเมนต์นะที่ถามเราว่าตอนนี้ยังกลัวกะเทยไหม เราก็ตอบไปว่าเราไม่ได้กลัว ไม่ได้เป็นแบบนั้น ไม่เคยคิดแบบนั้นด้วย เราไม่ได้มีปมปัญหาเกี่ยวกับเพศที่ 3 เพียงแค่ตอนนั้นเราตอบคำถามไม่เคลียร์เองมากกว่า คือเราจะไปยัดเยียดให้เขามองเราในแง่บวกเท่านั้นไม่ได้หรอก คนเรามันมองไม่เหมือนกัน ใบอาจจะเผลอไปทำอะไรไม่ดีใส่ใครแบบที่ไม่ได้ตั้งใจ แค่นี้เขาก็อาจจะมองเราลบไปแล้วมันก็ไม่ผิด แต่ก็ไม่อยากให้เกลียดโดยที่เรายังไม่ได้อธิบายอะไรเลย หรือไม่ได้รู้จักเราจริง ๆ ว่าเราเป็บแบบไหน ภาพที่เห็นกับสิ่งที่ใบเป็นอาจจะไม่เหมือนกันก็ได้”

“เราได้เรียนรู้จากความผิดพลาดที่ผ่านมา ถือว่าเป็นบทเรียนมันไม่ใช่แค่เรื่องนั้น มันเป็นเรื่องที่ใบผ่านละครมา ผ่านการทำงานในหลายรูปแบบทำให้เราได้เรียนรู้อะไรอีกมาก และมันก็เพิ่มเติมขึ้นในทุก ๆ วันว่าเราควรจะต้องปรับอะไรตรงไหน ควรเพิ่มหรือลดอะไรควรจะปฏิบัติตัวยังไง ทั้งความคิดและการกระทำ ยิ่งถูกล้อมรอบไปด้วยผู้ใหญ่ คนที่มีความคิดที่ดีก็ทำให้เราได้ซึมซับ เรียนรู้ว่าต้องปรับตัวตรงไหน”

IG : @baihmon.kj

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...