โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

จ่ายหนี้บัตรเครดิตขั้นต่ำ กับดักสู่วงจรการเป็นหนี้

Checkraka

เผยแพร่ 05 ก.ค. 2566 เวลา 09.04 น. • เช็คราคา.คอม

ก่อนตัดสินใจสมัครบัตรเครดิต ทุกคนคงเลือกเปรียบเทียบบัตรเครดิตกันมาแล้ว ว่าบัตรเครดิตแบงก์ไหนดี เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตัวเองมากที่สุด และเมื่อสมัครบัตรเครดิตได้ตามที่ต้องการแล้ว หากใช้จ่ายไม่ระมัดระวัง ก็อาจนำพาไปสู่กับดักวงจรหนี้ได้นะคะ เนื่องจากไลฟ์สไตล์ และพฤติกรรมการใช้เงินของคนรุ่นใหม่ รวมถึงการเข้าถึงธุรกรรมการเงินที่ง่าย สะดวกรวดเร็วมากขึ้น อาจทำให้เราก่อหนี้ได้ง่ายขึ้นโดยไม่รู้ตัว และเมื่อใช้จ่ายแบบไม่ระมัดระวัง

สุดท้ายก็กลายเป็นการก่อหนี้ จนไม่สามารถบริหารจัดการการเงินได้ทัน โดยเฉพาะหนี้บัตรเครดิตที่เมื่อถึงเวลามีแจ้งเตือนว่าถึงวันครบกำหนดชำระ จะมีแจ้งยอดพร้อมระบุขั้นต่ำที่ต้องจ่ายในงวดนั้นๆ หลายคนก็มักจะเลือกจ่ายขั้นต่ำแทนที่จ่ายแบบเต็มจำนวน เพราะจะได้นำเงินสดไปใช้หมุนเวียนอย่างอื่น โดยที่ไม่ได้ฉุกคิดเลยว่าเริ่มต้นที่จะจ่ายขั้นต่ำ กำลังจะพาเราก้าวเข้าสู่วงจรหนี้โดยไม่รู้ตัวค่ะ เพราะจะเกิดดอกเบี้ยบัตรเครดิตจากยอดที่ค้างชำระ และหากทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ สุดท้ายอาจจะหาทางออกไม่เจอก็เป็นได้

+ดอกเบี้ยบัตรเครดิต เกิดขึ้นเมื่อไหร่ ? +

โดยปกติแล้วการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต จะมีระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยประมาณ 45 - 55 วันแล้วแต่ธนาคาร หรือบริษัทบัตรเครดิตจะกำหนด ซึ่งหากเราสามารถชำระคืนได้ตรงตามกำหนด เราก็ไม่ต้องเสียดอกเบี้ยค่ะ แล้วดอกเบี้ยบัตรเครดิตจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่? บริษัทผู้ออกบัตรจะสามารถเรียกเก็บดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียม รวมกันได้ไม่เกิน 16% ต่อปี โดยดอกเบี้ยบัตรเครดิตจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อ

1. มีการชำระไม่เต็มจำนวนภายในวันที่กำหนดหรือชำระล่าช้า ผู้ออกบัตรสามารถคิดดอกเบี้ยตามการใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ผู้ออกบัตรได้สำรองจ่ายให้ร้านค้า (วันที่บันทึกรายการ) หรือตั้งแต่วันที่สรุปยอดรายการใช้จ่าย หรือตั้งแต่วันที่ครบกำหนดชำระก็ได้ แต่โดยทั่วไปจะเริ่มคิดตั้งแต่วันที่ผู้ออกบัตรสำรองจ่ายเงินให้แก่ร้านค้า (วันที่บันทึกรายการ) ซึ่งจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ

  • คิดเต็มจำนวนจาก "ยอดใช้จ่ายทั้งหมด" ตั้งแต่วันที่บันทึกรายการ จนถึงวันสรุปยอดค่าใช้จ่าย (ก่อนครบกำหนดชำระเงิน)
  • คิดจาก "ยอดคงค้าง" (หักส่วนที่ชำระแล้วออก) นับตั้งแต่วันที่ชำระขั้นต่ำ จนถึงวันสรุปยอดเดือนถัดไป

2. มีการเบิกถอนเงินสด โดยจะเริ่มคิดคำนวณดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่เบิกถอนเงินสดออกมา และมีค่าธรรมเนียมในการเบิกถอนเพิ่มเติมอีก 3% ของวงเงิน รวมถึงจะไม่มีระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยเหมือนการรูดซื้อสินค้าค่ะ ดังนั้นดอกเบี้ยก็จะเริ่มคิดตั้งแต่วันที่เรากดเงินสดออกมานะคะ

3. การเลือกผ่อนชำระแบบมีดอกเบี้ย(ยกเว้นกรณีที่เป็นการผ่อนสินค้า 0%) เช่น เมื่อมีการรูดซื้อสินค้าใดๆ และต้องการทำเป็นยอดแบ่งชำระ สามารถเข้าไปเลือกทำรายการแบ่งชำระผ่านแอปพลิเคชันธนาคารได้ด้วยตนเอง หรืออาจจะโทรเข้าไปดำเนินการผ่าน Call Center โดยการแบ่งชำระดังกล่าว จะมีดอกเบี้ยเกิดขึ้น เช่น 0.59% หรือ 0.74% ต่อเดือน แล้วแต่เงื่อนไขของธนาคาร หรือบริษัทบัตรเครดิตกำหนด เป็นต้น

ตัวอย่างการคำนวณดอกเบี้ยบัตรเครดิต

1. การคิดดอกเบี้ยกรณีจ่ายขั้นต่ำ หรือจ่ายไม่เต็มจำนวน

หากคุณใช้บัตรเครดิตรูดซื้อรองเท้าแบรนด์เนมราคา 30,000 บาท ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2566 สรุปยอดใช้จ่ายทุกวันที่ 25 ของเดือน (25 พฤษภาคม) กำหนดชำระวันที่ 10 มิถุนายน 2566 โดยเมื่อถึงกำหนดชำระคุณจ่ายขั้นต่ำ 10% (3,000 บาท) ในรอบบิลถัดไปวันที่สรุปยอด 25 มิถุนายน 2566 จะถูกคิดดอกเบี้ย ดังนี้

(1.) จากยอดใช้จ่ายทั้งหมด (จำนวนที่รูดซื้อสินค้า 30,000 บาท) คำนวณจากวันที่ 1 - 25 พ.ค. 66 (25 วัน) => (30,000 x 16% x 25 / 365) = 328.77 บาท

(2.) จากยอดคงค้าง (27,000 บาท) คำนวณจากวันที่ 10 มิ.ย. - 25 มิ.ย. 66 (16 วัน) => (27,000 x 16% x 16 / 365) = 189.37 บาท ดังนั้นยอดเรียกเก็บในวันที่ 10 ก.ค. 66 คือ 27,000 + 328.77 + 189.37 = 27,518.14 บาท สรุปว่ามียอดดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายสำหรับรอบบิลนี้ (27,518.14 - 27,000 = 518.14 บาท)

2. การคิดดอกเบี้ยกรณีจ่ายล่าช้า

หากคุณใช้บัตรเครดิตรูดซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมราคา 180,000 บาท ในวันที่ 2 พฤษภาคม 2566 ครบกำหนดชำระวันที่ 15 มิถุนายน 2566 แต่คุณไม่ได้ชำระหนี้ตามวันกำหนด แต่ไปชำระวันที่ 30 มิถุนายน 2566 แทน กรณีนี้ ธนาคาร หรือบริษัทบัตรเครดิตจะเริ่มคิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม 2566 (วันที่ทำรายการซื้อสินค้า) ดังนั้น คุณจะต้องเสียดอกเบี้ยทั้งสิ้น 60 วัน

(1.) ยอดเรียกเก็บ 180,000 บาท

(2.) ดอกเบี้ยจำนวน 60 วัน [180,000 x 16% x (60 / 365)]เท่ากับ 4,734 บาท สรุปยอดที่ต้องชำระทั้งสิ้น (180,000 + 4,734) = 184,734 บาท

จากตัวอย่างการคำนวณข้างต้นเห็นได้ว่า ไม่ว่าคุณจะจ่ายบัตรเครดิตขั้นต่ำ หรือจ่ายล่าช้า ทั้ง 2 วิธีก็มีดอกเบี้ยเกิดขึ้นทั้งนั้นค่ะ และหากคุณไม่อยากติดกับดักวงจรหนี้ ควรหลีกเลี่ยงวิธีการที่จะก่อให้เกิดดอกเบี้ย คือ ควรมีวินัยในการชำระเงิน จ่ายชำระหนี้ให้ครบ และตรงตามระยะเวลาที่กำหนด เท่านี้ ก็จะช่วยให้คุณใช้บัตรเครดิตได้เกิดประโยชน์แล้วค่ะ

อยากสอบถามข้อมูลความรู้เรื่องบัตรเครดิต หรือเรื่องการเงินอื่นๆ เพิ่มเติม ทักมาพูดคุยกับ GURU ได้ที่นี่!! https://page.line.me/uht3147t

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...